การเมืองประเทศไทย โดย : กลิ่นบงกช

ประมาณปี พ.ศ.2495 ชาวพุทธทั่วโลกตื่นเต้นอยู่กับปีกึ่งพุทธกาล คือ ปี พ.ศ.2500 ต่อมาในปี พ.ศ.2499รัฐบาลไทยสร้างพุทธมณฑล เป็นอนุสรณ์ในช่วงเวลากึ่งพุทธกาล ที่จังหวัดนครปฐม จำนวนเนื้อที่ 2,500 ไร่ ทุกวันนี้เป็นที่พักผ่อน และสร้างบุญกุศลของชาวไทยทั่วไป อินเดียสร้างสวนพุทธชยันตีการ์เด้น ที่กรุงเดลี เป็นอนุสรณ์กึ่งพุทธกาล ทุกประเทศที่ประชาชนนับถือพระพุทธศาสนา ได้สร้างอนุสรณ์เป็นที่ระลึกยามกึ่งพุทธกาลทุกประเทศ

สำหรับคนไทยโบราณท่านได้ทำนายไว้ว่า เมื่อใกล้ถึงกึ่งพุทธกาลจะมีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้น เป็นต้นว่ากระเบื้องที่มีแต่จมน้ำ แต่เมื่อใกล้ถึงกึ่งพุทธกาล กระเบื้องจะลอยน้ำ สิ่งที่คนไม่เคยเห็นก็จะได้เห็น ตอนใกล้กึ่งพุทธกาล ทุกวันนี้ กระเบื้องก็ยังจมน้ำอยู่เหมือนเดิม แต่ความแปลกที่เกิดขึ้นกลับเป็นเรื่องของสังคมมนุษย์ สาวๆ ในสมัยโบราณ จะนุ่งผ้าถุงมิดชิด ไม่ให้เห็นแม้แต่ข้อเท้า เมื่อชายคนไหน ไม่เจียมตัวเผยอจะเด็ดดอกฟ้า เธอจะอบรมว่าอย่างเอ็งไม่ได้เห็นขาอ่อนกูดอก! เท่านี้ก็แสนจะเจ็บ จึงรวมความว่าสาวไทยโบราณ ไม่เคยให้ใครได้เห็นขาอ่อนเลย แต่พอใกล้กึ่งพุทธกาล สาวไทยกลับทิ้งผ้าถุง นุ่งกระโปรงสั้น อวดขาอ่อนกันหน้าตาเฉยทุกคน เป็นความจริงที่โบราณท่านทำนายว่าใกล้ถึงกึ่งพุทธกาล มนุษย์จะได้เห็น สิ่งที่ไม่เคยเห็น

ยังมีอีก สิ่งที่คนไม่เคยเห็นจะได้เห็น ในปี พ.ศ.2475 คณะราษฎร์ โดยการนำของคณะทหารได้ขอพระราชทานรัฐธรรมนูญ จากพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ก็ยินยอมให้ พสกนิกรชาวไทยที่ภักดีต่อราชวงศ์ต่างก็ตระหนก นี่ก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เพราะมีตัวอย่างพระเจ้าแผ่นดินในต่างประเทศ ทรงเป็นประมุขเฉยๆ ส่วนการบริหารราชการบ้านเมือง เป็นหน้าที่ของประชาชนจะเลือกใคร พรรคไหน มาเป็นรัฐบาล ระบบนี้ดูท่าจะเป็นที่นิยมของประชาชนทั่วโลก ทุกวันนี้เกือบทุกประเทศ จึงพากันปกครองบ้านเมืองด้วยระบบนี้

มันเป็นเรื่องแปลก ที่ทหารซึ่งเป็นฐานอำนาจให้ชนชั้นปกครอง กลับทำการยึดอำนาจให้ประชาชน

ในช่วงนั้น ชนชั้นปกครองบ้านเมือง ได้มองเห็นกระแสการปกครองบ้านเมือง ที่ไหลมาจากทางยุโรป ในรูปการปกครองที่ประชาชนเลือกขึ้นมาเอง และก็มองออกว่าชนชั้นปกครองที่มีอาวุธเป็นฐานอำนาจทางยุโรป ได้ยอมลงจากเวทีอำนาจไปหมดแล้ว ชนชั้นพ่อค้านายทุน ได้อำนาจมาแทน
ชนกลุ่มนี้มีเงินเป็นฐานอำนาจ กำลังเรืองอำนาจอยู่ในสังคมชาวยุโรป กลุ่มชนชั้นปกครองของไทยพยายามผ่อนให้มีการเลือกตั้ง ก็ด้วยคิดว่าถ้าไม่มีการเลือกตั้งเลย น่าจะเกิดผลเสียต่อกลุ่มของตน

พอเลือกตั้งไปได้สักสองปีสามปี ทหารก็ยึดอำนาจเสียครั้งหนึ่ง รัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้ง อยู่ได้ปีสองปีก็ยึดอำนาจอีก เป็นอย่างนี้ตลอดเวลา 85 ปี ดูเหมือนมีเจตนาที่ทำอย่างนั้น และดูเหมือนจะมีพรรคการเมืองคอยสนองตอบเรื่องนั้นอยู่

ต่อมามีคนคนหนึ่งตั้งหลักฐานได้มั่นคงแล้ว มีทรัพย์สินมากมาย หันมาเล่นการเมือง เพื่อเกียรติประวัติชีวิต มิได้คิดหวังเพื่อกลุ่มนายทุนประการใด เพียงเห็นใจคนยากจน เพราะตัวเองก็เป็นคนอยู่บ้านนอกมาก่อน เมื่อเขาได้เป็นรัฐบาล ได้ทุ่มเทเพื่อคนยากจน เพราะผลงานดังกล่าวจึงเป็นรัฐบาลอยู่ครบเทอม เลือกตั้งครั้งที่สองก็ได้อีก เหตุการณ์นี้ทำให้กลุ่มคนที่มีอาวุธเป็นฐานอำนาจมองออกว่าถ้าปล่อยไปอย่างนี้ กลุ่มของตนจะหมดอำนาจ เหมือนยุโรปแน่ จึงทำการรบกวนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งให้วุ่นวาย ให้คนมองว่า รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่สามารถทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ จากนั้นก็ทำการยึดอำนาจรัฐบาลที่ประชาชนเลือกขึ้นมาเองเสีย สองครั้งสองคราว เขียนรัฐธรรมนูญเพื่อกำจัดคนคนนั้น แต่ก็ไม่สำเร็จ ทำให้เสียของอยู่ตลอดมา

คราวนี้จัดหนัก สร้างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นั่นคือรักษากลุ่มของตนไว้ คราวนี้กลุ่มพ่อค้านายทุนมองออกว่ากลุ่มตนถูกกีดกัน และนั่นคือคำพูดที่ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล กล่าวว่า เป็นการท้าทายอย่างหนัก ท้าทายใคร? ท้าทายพ่อค้านายทุน ท้าทายใคร? ท้าทายรากหญ้าที่มีมวลชนเป็นฐานอำนาจ นั่นคือจุดเริ่มต้นของกลุ่มที่มีเงินเป็นฐานอำนาจ จะทำการเพื่อให้ตนได้อำนาจรัฐบ้าง แต่คิดว่าคงอีกนานกลุ่มทุนจึงจะได้อำนาจรัฐ เพราะขณะนี้ทุนกลุ่มใหญ่ยังแนบแน่นอยู่กับกลุ่มที่มีอาวุธเป็นฐานอำนาจ หรือบางกลุ่มอาจจะเข้าได้ทั้งกลุ่มชนที่มีอาวุธเป็นฐานอำนาจ และกลุ่มนายทุน

การมีสติได้คิดว่ากลุ่มตนถูกกีดกันการได้อำนาจรัฐ มิได้เกิดแก่กลุ่มทุนเท่านั้น ชนชั้นด้อยโอกาสในเมืองไทยก็เกิดความคิดแล้วว่า กลุ่มตนถูกกีดกันจากการได้อำนาจรัฐ ในคราวที่พรรคใหญ่ซึ่งเป็นพรรคที่คนนิยมมากที่สุด หาคนเป็นนายกฯไม่ได้ เพราะนายกฯต้องลาออก เนื่องจากทำกับข้าวโฆษณาสินค้า คราวนั้นสมาชิกพรรคเสนอรัฐมนตรีคนหนึ่ง ที่ทำงานจริงจัง จนเป็นลมล้มกลางเวทีจัดงาน แต่แล้วรัฐมนตรีท่านนั้นก็ต้องผิดหวัง เพราะไม่ใช่นายทุน และคงไม่มีเงินช่วยเหลือการเลือกตั้งด้วย คราวนั้นคนรากหญ้าผิดหวังพรรคนี้มาก แต่เพราะพรรคนี้ได้เสนอนายกฯผู้หญิงมาเป็นนายกฯ ความแปลกใหม่ ทำให้กลบการปฏิเสธคนจนเป็นนายกฯไปได้

แต่ถึงจะกลบได้ในช่วงนั้นก็จริง แต่มันก็สะกิดให้คนจนได้คิดแล้วว่า กลุ่มเราถูกกีดกันการได้อำนาจรัฐ จากทั้งกลุ่มชนชั้นปกครอง และจากชนชั้นพ่อค้านายทุน นั่นคือจุดเริ่มต้นของความคิดแย่งอำนาจกันระหว่างกลุ่มในสังคม และนั่นคือคำพูดของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ที่ว่าชิงพื้นที่อำนาจของชนชั้นผู้นำคืนจากนักการเมือง ขอให้ความหมายง่ายๆ ว่าชนชั้นปกครองที่มีอำนาจมาตลอดหลายร้อยปี ทำทุกอย่างเพื่อผลักดันให้คนกลุ่มอื่นออกจากทางโคจรของอำนาจรัฐ

การแย่งอำนาจกันของแต่ละกลุ่ม โดยความจริงก็คือแย่งคนส่วนใหญ่ของประเทศมาเป็นคนของฝ่ายตนนั่นเอง อดีตที่ผ่านมาประชาชนเทคะแนนให้พรรคที่คนนิยมมาก แต่ทุกวันนี้ผู้นำพรรคดังกล่าวกำลังมีปัญหา เพราะคนกลุ่มอื่นสร้างให้ประชาชนเขามองออก แต่ถึงจะไม่มีปัญหา คนชอบสีแดงบางคนยังคิดว่าผู้นำพรรคนั้นอยู่เฉยๆ ก่อนดีกว่า อย่าให้เกิดปัญหากับบ้านเมืองอีกเลย คนเป็นหัวหน้าพรรคก็อย่าเอาคนระดับนายทุน อย่าเอาคนหน้าเดิมที่สังคมไทยรู้จักมามีบทบาทอีก สิ่งที่พรรคนี้ควรคิดช่วงนี้ก็คือ อุดมการณ์ของพรรคนี้ ยังหวังช่วยคนจนอีกหรือไม่? ถ้ายังมีอยู่ ขอให้คิดต่อไปว่าที่ผ่านมาพรรคนี้ทำเพื่อคนยากไร้ พวกเขารู้ เขาจึงตอบแทนพรรคนี้ ให้ได้อำนาจรัฐ ตอบแทนกลุ่มทุนให้ได้สิ่งที่หวัง

คราวนี้ เมื่อท่านเห็นว่าท่านควรเฉยก่อนดีกว่า ท่านก็ควรหนุนชนชั้นรากหญ้า ให้มาเป็นหัวหน้าพรรค ควรหนุนชนชั้นรากหญ้าให้เขาได้อำนาจรัฐบ้าง

ที่ผ่านมาท่านช่วยให้พวกเขาขายผลผลิต ที่เกิดจากแรงและเหงื่อของเขาได้ผลดี แต่บัดนี้โครงการดังกล่าวหายไปแล้ว เขาไม่ได้เงินเป็นกอบเป็นกำเหมือนก่อนแล้ว เขาเป็นคนจนเหมือนเดิมแล้ว แต่ถ้าท่านช่วยให้เขาได้อำนาจรัฐ พวกเขาคงมาแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน ของพวกเขาได้ อย่างน้อยพวกเขาจะได้ที่ดิน กลับไปถึอครองคนละ 50 ไร่ แทนที่ผืนดิน 70% จะตกเป็นของคนเพียง 10% ดังปัจจุบัน

อดีตที่ผ่านมา นายกฯที่มาจากทหาร ไม่เคยจัดการเรื่องที่ดินเลย จอมพล ป. เขียนกฎหมายให้ทุกคนมีที่ดินคนละ 50 ไร่ พอถึงเวลาการบังคับใช้กฎหมาย ก็เลื่อนการบังคับใช้ออกไป เมื่อจอมพลสฤษดิ์เป็นนายกฯ ก็ยกเลิกการใชักฎหมายฉบับนี้ไปเลย จอมพลถนอม เป็นนายกฯไม่ทำอะไรเลย นายกฯที่มาจากการเลือกตั้งยิ่งแล้วใหญ่ ไม่แตะต้องเลย พอเป็นรัฐบาลใหม่ๆ ก็ขมีขมันร่างกฎหมาย ให้ประชาชนมีที่คนละ 50 ไร่ จากนั้นก็เงียบสนิท หลอกให้เขาดีใจ เพราะนักการเมืองมีที่ดินคนละพันไร่หมื่นไร่ แต่นายกฯที่มาจากทหารคราวนี้ได้ทำเรื่องที่ดิน จัดการผู้บุกรุกที่ดิน ยึดที่ดินปฏิรูป แต่ต้องทำเพื่อคนไม่มีที่ดิน คะแนนจะเป็นของท่าน

อีกอย่างหนึ่ง ที่ดิน 70% ที่เป็นของคนเพียง 10% คนจำนวน 10% นั้น ทางการคุมที่ดินไว้จำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะทหารคุมที่ดินไว้เท่าไร? ที่ดินบางแห่งทหารสงวนไว้เพื่อภารกิจบางอย่าง เมื่อภารกิจนั้นไม่มีแล้ว เช่น โรงงานกระดาษ เป็นต้น ควรคืนพื้นที่ให้ประชาชน ถ้านายกฯอยากได้คะแนน อย่ายึดเฉพาะที่ดินปฏิรูป ขอให้ใช้มาตรา 44 ยึดที่ของทหารบางส่วนให้ประชาชนด้วย ท่านจะได้คะแนนจากคนทั้งประเทศ ไม่เชื่อก็ลองทำดูซี่ครับท่าน!

การเมืองประเทศไทยเริ่มจากทหารยึดอำนาจให้ประชาชน จากนั้นดูเหมือนจะเป็นประชาธิปไตยแบบตะวันตกไปได้สักระยะหนึ่ง พอถึงปีกึ่งพุทธกาล คือปี พ.ศ.2500 กลุ่มที่มีอาวุธเป็นฐานอำนาจ ก็นึกได้ว่าจำเป็นต้องรักษาอำนาจของกลุ่มตนไว้ จากนั้นก็ปล่อยให้การปกครองบ้านเมือง ยึดอำนาจบ้าง เลือกตั้งบ้าง

แต่พอเห็นว่าถ้าประชาชนเลือกตั้งแล้วรัฐบาลทำประโยชน์ให้ประชาชนมาก จะเป็นผลเสียแก่กลุ่มตน คราวนี้จึงสร้างกฎหมายแปลกๆ ออกมา ทั้งนี้ เพื่อสกัดชนชั้นอื่นให้มีหน้าที่เพียงยกมือให้เขาปกครองเท่านั้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ไม่พึงประสงค์ โดย ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์
บทความถัดไปตลาดต่อยอดเดินหน้ากว่า 60% ชูไทยศูนย์กลางการค้า-โลจิสติกส์ อาเซียน