หน้าแรก คอลัมนิสต์ กก.อิสระการศึ...

กก.อิสระการศึกษา จะไปทางไหน : โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์

27.07.17 | 13:15 น.

เหตุจากความในมาตรา 261 รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 บัญญัติว่าในการปฏิรูปตามมาตรา 258 จ.ด้านการศึกษา ให้มีคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระคณะหนึ่งที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อแเสนอแนะและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จึงมีมติวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา จำนวน 25 ราย มี นพ.จรัส สุวรรณเวลา อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธาน

ต่อมาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2560 ประธานคณะกรรมการอิสระฯ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการรวม 6 คณะได้แก่ คณะอนุกรรมการเด็กเล็ก คณะอนุกรรมการกองทุน คณะอนุกรรมการครูและอาจารย์ คณะอนุกรรมการจัดการเรียนการสอน คณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นและสื่อสารสังคม

คณะกรรมการชุดใหญ่ประชุมติดต่อกันมากว่า 7 ครั้งแล้ว ส่วนคณะอนุกรรมการกำลังนัดหมายประชุม ปรึกษาหารือเพื่อวางแนวทางสนับสนุนการดำเนินงานของคณะใหญ่ให้กระฉับกระเฉงและบรรลุเป้าหมายให้มากที่สุด และเร็วที่สุด

อนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นและสื่อสารสังคมท่านหนึ่งสอบถามผมเป็นการส่วนตัวว่า มีความเห็นอย่างไรกับคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาชุดนี้ พอไปไหวไหม มีความหวังไหม

Advertisement

ผมสะท้อนกลับไปว่า ได้บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถด้านการศึกษาและด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าไปร่วมได้ดีทีเดียว แต่เพิ่งเป็นช่วงเริ่มต้น เพิ่งเริ่มปฏิบัติงาน ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสิน ต้องให้เวลาทำงานและรอติดตามดูผลงานกันเป็นระยะ จะหยิบยกเรื่องอะไร ประเด็นไหนขึ้นมาเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนผลักดันตามลำดับ

ครับ พอดีก่อนหน้าที่จะมีคณะกรรมการอิสระดังกล่าวขึ้นมาไม่กี่วัน แฟนคลับด้านการศึกษาและการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านหนึ่งขอสงวนนาม ส่งข้อความน่าสนใจมาให้อ่านประกอบการติดตามความเป็นไปด้านปฏิรูปการศึกษาไทย ล่าสุด

เป็นข้อเขียนของนักการศึกษานิรนามที่เผยแพร่เป็นการทั่วไป โดยไม่ขอเปิดเผยชื่อเสียงเรียงนามอีกเช่นกัน ผมถามที่มาที่ไปเพื่อยืนยันความมีตัวตน เจ้าของความคิด เจ้าของงานเขียนซึ่งต้องให้ความเคารพความเห็นซึ่งกันและกัน เห็นตรงกันบ้าง ต่างกันบ้าง แต่อยุู่ร่วมกันได้ เป็นวัฒนธรรมประชาธิปไตย

ใครจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับเจ้าของงานเขียนชิ้นนี้ก็สุดแท้แต่มุมมองของแต่ละท่าน แต่อย่างน้อยเป็นการสะท้อนว่า มีคนคิดถึงการปฏิรูปการศึกษาไทย ตั้งแต่ พ.ศ.2542 จนถึงปัจจุบันทำนองนี้จริงๆ ท่านร่ายมาอย่างนี้ ครับ

ปฏิรูปปี 42 ได้ ซี 11 มา 5 คน
ปฏิรูปปี 60 ได้ ซี 10 มา 18 คน(ศึกษาธิการภาค) ได้ซี 9 อีก 18 คน(รองศึกษาธิการภาค) ได้ ซี 9 อีก 77คน (ศึกษาธิการจังหวัด) ได้ ซี 9 อีก 183 ป+42+[35] ผอ.เขต สพป./ผอ.เขต สพม./ ผอ.เขต สพม.ตั้งให้ครบทุกจังหวัด

เป็นผู้บริหารระดับสูงมีสิทธิประโยชน์มีรถประจำตำแหน่งและรอง ผอ.ทั้งหลายเป็นผู้บริหารระดับต้นก็จะมีรถประจำตำแหน่ง (ถ้าไม่เอารถก็เอาเป็นเงินได้อีกประมาณเดือนละสามหมื่นบาทขึ้นไป)

เอาง่ายๆ คนที่จะได้เงินค่ารถประจำตำแหน่งแน่ๆ คือ
1.ศึกษาธิการภาค 18 คน/2.รองภาค 18 คน 3.ผู้อำนวยการเขต 235 คนยังไม่นับรวมที่จะเพิ่ม [18+18+235=271X30,000.-=8,130,000.-บาท/เดือน
นักเรียน ได้อะไร/ได้ลดเวลาเรียนเพิ่มการติวโอเน็ต
ครู ได้อะไร ได้การประเมินวิทยฐานะแบบใหม่/การขอย้ายเกณฑ์ใหม่
โรงเรียนได้ ยกตัวอย่าง…โรงเรียนในโรงเรียน
ต่างช่างคิด…ช่างเขียน เวียนสุดแสน
ทำสักพัก…เหลือไว้ เป็นป้ายแทน
มิดูแคลน….งดงาม ตระการตา

ข้าได้เป็น…โรงเรียนดี ศรีตำบล
เป็นโรงเรียน…ต้นแบบ การศึกษา
เป็นโรงเรียน…ประชารัฐ คัดให้มา
เป็นโรงเรียน…สองภาษา ข้าก็มี

เป็นโรงเรียน…น่าอยู่ และน่ามอง
เป็นโรงเรียน…ตามครรลอง พุทธวิถี
เป็นโรงเรียน…สุจริต คิดดี๊ดี
เป็นโรงเรียน…ทวิภาคี ที่แบ่งปัน

เป็นโรงเรียน…รักการอ่าน อันผาสุก
เป็นโรงเรียน…ไร้ทุกข์ ส้วมสุขสันต์
เป็นโรงเรียน…ในฝัน สุดอัศจรรย์
เป็นโรงเรียน…คู่ขนาน คู่พัฒนา

เป็นโรงเรียน…ส่งเสริม คุณธรรม
เป็นโรงเรียน…ชั้นนำ อาเซียนศึกษา
เป็นโรงเรียน..พฤกษศาสตร์ อันงามตา
เป็นโรงเรียน…ภูมิปัญญา ท้องถิ่นไทย

เป็นโรงเรียน…มาตรฐาน ของสากล
เป็นโรงเรียน…อยู่บน หลักการใหญ่
เป็นโรงเรียน…ส่งเสริม ประชาธิปไตย
เป็นโรงเรียน…พอเพียงไว้ ให้ก้าวเดิน

เป็นโรงเรียน…ส่งเสริม สหกรณ์
เป็นโรงเรียน…กินนอน ไม่เก้อเขิน
เป็นโรงเรียน…สีขาว แสนเพลิดเพลิน
เป็นโรงเรียน…ที่เจริญ กว่าใครใคร

เป็นโรงเรียน…ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
เป็นโรงเรียน…ของครู สมัยใหม่
เป็นโรงเรียน…แม่เหล็ก..ดึงดูดใจ
เป็นโรงเรียน…สุดท้าย ไอซียู
6 เมษายน 2560
ครับ ผมเลยนำมาเผยแพร่ต่อ ฝากให้ทุกคน ทุกฝ่ายได้มีโอกาสอ่านประกอบการติดตามความเป็นไปของการศึกษาไทยกันต่อไป

ส่วนเจ้าของผลงานเขียนชี้นนี้หากพร้อมปรากฏตัว ประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อให้เกิดการสานเสวนาการศึกษาเพื่อเด็กไทย 4.0 ต่อไปก็น่าจะดี นักกลอนวังจันทรเกษมอาจจะส่งกลอนสะท้อนอีกมุมมาปะทะ ทำให้ปฏิรูปการศึกษารอบนี้คึกคักมากขึ้นก็เป็นได้

สมหมาย ปาริจฉัตต์