
นักเรียนนักศึกษาเรียนภาษาไทย ไม่มีสิทธิ์คิดนอกคอกที่ครูบาอาจารย์สอนภาษาไทยทำคอกขังไว้
คอกของวิชาภาษาไทย จำลองการศึกษาไทยทั้งระบบตั้งแต่โบราณกาลดึกดำบรรพ์จนทุกวันนี้ ที่เป็นมรดกตกทอดจากการเรียนการสอนบาลี-นักธรรมในวัด ตั้งแต่ก่อนยุค ร.5 (เหตุนี้กระทรวงศึกษาธิการ จึงมีชื่อในยุคแรกสถาปนาว่า กระทรวงธรรมการ)
ถ้าใครคิดแหกคอก, นอกครู เช่น อักษรไทย ได้ต้นแบบดัดแปลงจากอักษรเขมร และอักษรอื่นๆ ที่มีก่อน จึงไม่มาจากใครคนใดคนหนึ่งประดิษฐ์คิดค้นอยู่คนเดียว ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ฯลฯ อย่างนี้มีปัญหามากๆ นอกจากสอบตกแล้ว ยังอาจต้องรับข้อหาไม่รักชาติ และเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ
เป็นพยานอย่างดีว่าถ้าครูผู้สอนใจแคบเสียแล้ว อีกกี่ปีกี่ชาติปฏิรูปการศึกษาไทยก็ได้แค่เนี้ย
ถ้าอยากได้ผลต้องพังทลายคอกให้หมดโดยเร็วที่สุด แล้วเปิดเสรีภาพทางความคิดให้นักเรียนนักศึกษาแสดงปฏิกิริยาต่อข้อเขียนต่อไปนี้ว่ามีอย่างไร? เห็นด้วยหรือเห็นต่าง?
“ผมไม่เชื่อว่ามีบุคคล ‘ประดิษฐ์’ อักษร และอักขรวิธีขึ้น อย่างมากที่บุคคลจะทำได้ ก็คือสร้างระบบแบบแผนของอักษร และอักขรวิธีที่ใช้กันอยู่แล้ว” นิธิ เอียวศรีวงศ์ เขียนบอกในหนังสือชื่อ “ความไม่ไทย ของคนไทย” (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2559 หน้า 63)
อ. นิธิ บอกอีกว่า “อักษรไทย คืออักษรเขมรหรือมอญ ที่ถูกทำให้ง่ายขึ้นเท่านั้น” ส่วนอักขรวิธีไทย “นับเป็นอีกวิธีที่ง่ายที่สุดในบรรดาที่ใช้กันอยู่ในอุษาคเนย์ภาคพื้นทวีป ทั้งในช่วงเวลานั้น และสืบมาจนทุกวันนี้”
โลกข้างหน้าในวัฒนธรรมดิจิตอล คนจะมีเวลาว่างมากจนน่ากลัว ระบบการศึกษาไทยต้องเปิดกว้างทางความคิด เพื่อใช้เวลาว่างให้มีค่า
ครูบาอาจารย์สอนภาษาไทยต้องร่วมคิดร่วมออกความเห็นเรื่องนี้ด้วย ไม่ใช่ปล่อยนักเรียนนักศึกษาคิดฝ่ายเดียว โดยครูบาอาจารย์ไม่คิดอะไรนอกจากสร้างคอกใส่ตัวเอง และขังความคิดนักเรียนนักศึกษา
