หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ: หนองหานหลวง เคยถูกน้ำท่วมใหญ่จนเมืองร้าง

1.08.17 | 15:28 น.
อ่างแตก – อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ต. พังขว้าง อ. เมืองสกลนคร ที่คันดินพังทลายลึกประมาณ 4 เมตร ยาวประมาณ 20 เมตร ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ อ. เมืองสกลนคร ซึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะเดินทางไปดูสภาพพื้นที่และการซ่อมแซมในวันที่ 2 สิงหาคมนี้ ขอบคุณภาพจากข่าว 3 มิติ และเฟซบุ๊ก Anek Sangkamanee (นสพ. มติชน ฉบับวันอังคารที่ 1สิงหาคม 2560 หน้า 1)

หนองหานในอีสาน มี 2 แห่ง ได้แก่ (1.) หนองหานหลวง อ. เมือง จ. สกลนคร (2.) หนองหานน้อย อ. กุมภวาปี จ. อุดรธานี

ทั้ง 2 แห่ง มีบ้านเมืองเป็นเครือญาติกัน บางทีดีกัน บางทีก็ขัดแย้งกันเป็นปกติ

ตำนานพระธาตุพนม (อุรังคธาตุ) บอกว่าเคยมีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่มากจนบ้านเมืองล่มจมถล่มทลาย ผู้คนส่วนมากย้ายออกไปอยู่ที่ใหม่แต่ส่วนน้อยยังอยู่ที่เดิม

กำเนิดเวียงจัน จากหนองหานหลวงถูกน้ำท่วมล่มจม

หนองหานหลวงถูกน้ำท่วมล่มจม ทำให้เกิดเวียงจัน เป็นตำนานมีในอุรังคธาตุ

Advertisement

หนองหานหลวงกับหนองหานน้อยยุคดั้งเดิมไม่เป็นหนองน้ำ แต่เป็นผืนดินแผ่นราบทั่วไป มีบ้านเมืองผู้คนอยู่อาศัย

หนองหานหลวง

พญาเจ้าเมืองแห่งหนึ่งถือดาบเดินไปบนน้ำมูล

นาคน้ำมูลโกรธมาก เพราะเท่ากับเดินบนหัวของตน จึงเกณฑ์นาคบริวารทำลายเมืองของพญานั้นหมดสิ้นไปกลายเป็นหนองน้ำ

ชาวบ้านชาวเมืองตั้งบ้านเรือนอยู่ริมหนอง แต่นั้นมาก็ได้ชื่อเมืองหนองหานหลวง

หนองหานน้อย

ขุนขอมเจ้าเมืองขอมแห่งหนึ่ง อยู่ใกล้เมืองนาคหนองบัวบาน

ภังคี เป็นลูกชายนาคหนองบัวบาน ไปเที่ยวเล่นเมืองขอมจึงแปลงเป็นกระรอกด่อน (กระรอกเผือก ขนสีขาวทั้งตัว)

นายพรานบริวารขุนขอมเอาหน้าไม้ยิงได้กระรอกด่อน ขุนขอมให้แล่เนื้อแบ่งปันชาวเมืองกิน

นาคหนองบัวบานโกรธมาก เกณฑ์บริวารนาคพร้อมเงือกงูเข้าพังเมืองขุนขอม แล้วกัดกินชาวเมืองที่กินเนื้อกระรอกด่อน

ส่วนคนไม่ได้กินเนื้อกระรอกด่อน บรรดานาคไม่ทำอันตราย แล้วก่อบ้านสร้างเมืองให้อยู่ริมหนอง แต่นั้นมาก็ได้ชื่อเมืองหนองหานน้อย

น้ำท่วมใหญ่

นาคน้ำมูล (ธนะมูลนาค) กับนาคน้ำชี (ชีวายนาค) ร่วมกันขุดแม่น้ำไหลนองท่วมหนองหานน้อยให้ล้นทะลักไปท่วมหนองหานหลวง

พ่อท้าวคำบาง พาผู้คนส่วนมากจากเมืองหนองหานหลวงขึ้นทางเหนือไปก่อบ้านสร้างเมืองใหม่ที่หนองคันแทเสื้อน้ำ (ต่อไปข้างหน้าจะเป็นเมืองเวียงจัน)

คนอีกพวกหนึ่งหนีลงทางใต้ไปตั้งบ้านเรือนแถบน้ำมูลตามบุ่งต่างๆ

เมืองหนองหานน้อยกับเมืองหนองหานหลวงก็สิ้นสภาพ ครั้นน้ำลดแล้วคนบางกลุ่มเหลืออยู่ได้ตั้งบ้านเรือนริมหนองทั้ง 2 แห่งขึ้นในปกครองพ่อท้าวคำบางที่หนองคันแทฯ

หนองหานในวรรณกรรม

วรรณกรรมสำคัญ 2 เล่มเกี่ยวข้องหนองหาน 2 แห่ง มีตัวละครสำคัญเป็นนาคเกี่ยวข้องด้วย คือ

  1. อุรังคธาตุ เป็นหนังสือตำนานพระธาตุพนม แต่งเป็นร้อยแก้ว เล่านิทานกำเนิดภูมิประเทศลุ่มน้ำโขง รวมถึงหนองหานหลวงกับหนองหานน้อย
  2. ผาแดง นางไอ่ เป็นหนังสือนิทาน แต่งด้วยร้อยกรองลุ่มน้ำโขง (โคลงลาว) เล่าเรื่องความรักของหนุ่มสาวชื่อผาแดงกับนางไอ่

หนังสือทั้งสองเรื่อง เป็นวรรณกรรมโบราณแต่งเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว ถ้อยคำสำนวนโวหารอ่านยากมากๆ เพราะเป็นคำเก่าและเป็นคำลาวลุ่มน้ำโขง มีพิมพ์เป็นเล่มหลายสำนวน

ผมไม่เคยพบต้นฉบับพิมพ์เป็นเล่มที่ถอดความเป็นคำไทยภาคกลางปัจจุบันทั้งเล่มโดยไม่ตัดทอน ที่พบส่วนมากย่อและย่อยอย่างสั้นมากจนขาดรสวรรณศิลป์

สถาบันวิชาการด้านนี้มีมากทั้งในอีสานและที่อื่นๆ แต่ยังไม่ลงมือทำให้ง่ายๆ เพื่อคนทั่วไปอ่านรู้เรื่อง ในวรรณกรรมมรดกตกทอดยาวนานอย่างนี้

สิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นสำคัญมากๆ ที่มีพลังสูง แล้วมีศักยภาพผลักดันความคิดสร้างสรรค์ได้ในสังคมดิจิตอล 4.0

นิทานตำนาน

นิทานตำนานท้องถิ่นต่างๆ ขณะนี้นักวิชาการสมัยใหม่มีความเห็นไม่ตรงกันเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

  1. กลุ่มเสรีนิยม รู้ดีว่านิทานตำนานไม่เป็นเรื่องจริง ยกเป็นหลักฐานไม่ได้ทางประวัติศาสตร์โบราณคดี แต่ให้ความสำคัญนิทานตำนานเป็นสิ่งบ่งชี้ความสัมพันธ์ทางสังคมวัฒนธรรมของผู้คน ชุมชน บ้านเมืองที่มีบอกไว้เป็นสัญลักษณ์ ทั้งช่วงเวลาก่อนแต่งและในเวลาที่แต่ง

โดยไม่ได้ใช้โดดๆ ต้องมีหลักฐานอื่นๆ มาสนับสนุนด้วยจึงจะเชื่อได้มากกว่านั้น

  1. กลุ่มอนุรักษนิยม ยึดถือแนวคิดนักปราชญ์หลังยุคอาณานิคมว่าพงศาวดาร, จารึก, โบราณศิลปวัตถุสถาน เท่านั้นเป็นถูกต้อง จึงปฏิเสธนิทานตำนานทั้งหมดทุกประเภท

ที่จริงพงศาวดารกับจารึกส่วนหนึ่งก็ได้จากนิทานและตำนาน และบางเรื่องไม่มีทั้งโบราณศิลปวัตถุและนิทานตำนาน แต่กลุ่มอนุรักษนิยมสาธยายเป็นตุเป็นตะ เช่น กรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย มหัศจรรย์จริงๆ