หน้าแรก คอลัมนิสต์ ให้เป็นอย่างไ...

ให้เป็นอย่างไร ตามใจโยม โดย : เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

11.08.17 | 15:19 น.

ต้นเดือนสิงหาคม มหาวิทยาลัยเปิดภาคเรียนเต็มรูปแบบ ก่อนมหาวิทยาลัยปิดภาคเรียน และระหว่างนั้น มีความเคลื่อนไหวจากนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพียงมหาวิทยาลัยเดียวและเพียงคนเดียว

ในรอบหลายปีที่ผ่านมา เสียงจากนิสิตนักศึกษาที่แสดงความคิดเห็นและเคลื่อนไหวทางการเมืองออกมาไม่ขาดสาย ทั้งเป็นความคิดเห็นที่นำไปสู่ประเด็นทางการเมืองในหลายลักษณะ

หลังจากเปิดภาคเรียนเดือนสิงหาคม 2560 ตามกำหนด เดือนสิงหาคม 2561 มีการกำหนดว่ารัฐบาลจะจัดให้มีการเลือกตั้งตาม “โรดแมป”

ทั้งเป็นการคาดการณ์และว่าถึงอนาคตที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นไปตามนั้นหรือไม่ จะมีอุปสรรคใดบ้างที่มาทำให้ไม่มีการเลือกตั้งระหว่างนั้น

กระนั้น การมีเลือกตั้งหรือไม่มี วันนี้เรามีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เรียบร้อย และมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกือบครบในการทำให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นได้

Advertisement

นับแต่วันนี้ หากรัฐบาลคลี่คลายบรรยากาศทางการเมืองลงอีกสักนิดสักหน่อย อย่างน้อยให้นักการเมืองมีช่องทางหายใจ หากรัฐบาลจะคลี่คลายให้นิสิตนักศึกษากล้าแสดงออกทางการเมืองเหมือนเมื่อก่อน อย่างน้อยให้ความรู้กับประชาชนว่าการเมืองการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างไร

ไม่เพียงแต่จะให้เยาวชนไทยผู้เป็นนิสิตนักศึกษาในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศตื่นตัวเป็นแกนนำในระบอบประชาธิปไตย เยาวชนเหล่านั้น ยังใช้ความรู้แนวทางความคิดนั้นเผยแพร่ออกไปสู่ประชาชน

เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสรู้เรื่องของระบอบประชาธิปไตย รู้เรื่องระบบเผด็จการ แล้วสามารถเปรียบเทียบได้ว่า ระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการ ประชาชนจะตัดสินใจอย่างไร

การตัดสินใจของประชาชนคือ การตัดสินใจด้วยคะแนนเสียง 1 เสียง 1 คน ไม่มีประชาชนคนไหนมีคะแนนเสียงมากกว่า 1 เสียงได้ แม้จะล่วงเลยไปถึงการขายเสียง

บรรยากาศประชาธิปไตยไม่มีใครสร้างขึ้นได้ทันที ต้องสร้างขึ้นจากการเลือกตั้งเท่านั้น

วันก่อนมีโรงเรียนแห่งหนึ่งเปิดให้มีการเลือกตั้งประธานสภานักเรียน และกรรมการ มีการหาเสียง มีการตรวจสอบรายชื่อ มีการลงคะแนนเสียงใส่หีบรับบัตรเลือกตั้ง มีระบบจัดการแบบเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

การเลือกตั้งผู้แทนในทุกระดับ คือการเลือกผู้แทนไปปฏิบัติหน้าที่แทนสมาชิกขององค์กรนั้น ไม่ใช่การเลือกผู้ไปบริหารกิจการ เช่น กรรมการผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ที่เรียกว่า CEO

เพราะการเลือกผู้บริหารบริษัท หรือเลือกผู้จัดการ หรือเลือก CEO เป็นการเลือกผู้บริหารให้ปฏิบัติหน้าที่แทนบริษัท หรือแทนเจ้าของ ไม่ใช่การเลือกผู้แทนพนักงานให้ขึ้นไปทำงานเป็นผู้จัดการ ซึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการสั่งการสั่งงาน และพร้อมจะรับผิดชอบแทนเจ้าของหรือกรรมการบริษัท

ดังนั้น การเลือกกรรมการผู้จัดการจึงเป็นการแต่งตั้งจากเจ้าของหรือกรรมการบริษัท

วันนี้ มีแนวทางความคิดว่า การเลือกผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่แทนประชาชน ควรมาจากประชาชน ไม่ใช่มาจากหัวหน้าพรรคการเมือง หรือกรรมการพรรคการเมือง แม้แต่หัวหน้าพรรคการเมืองเองก็ไม่ควรมาจากการจัดตั้งพรรคด้วยตัวเอง ควรเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคการเมืองนั้นเลือก หรือให้สมาชิกพรรคทุกระดับดำเนินการเลือกผู้สมัครขึ้นมาตามลำดับ กระทั่งถึงพรรคการเมืองที่จะส่งใครลงสมัครรับเลือกตั้ง

การให้สมาชิกกลั่นกรองผู้สมัครเป็นขั้นเป็นตอน น่าจะได้ผู้สมัครรับเลือกตั้งผ่านการคัดกรองมาเป็นอย่างดี โดยผู้สมัครแต่ละคนต้องแข่งขันกันขึ้นมาทีละชั้น ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล ระดับอำเภอ ถึงระดับจังหวัด ส่งสมาชิกให้พรรคมีอำนาจการคัดเลือกเป็นขั้นสุดท้าย

หากการจัดการในลักษณะนี้ พรรคการเมืองนั้นจะได้ผู้สมัครจากความต้องการของสมาชิกเอง

เว้นแต่ การส่งผู้สมัครจะมาจากนายทุนของพรรค แล้วชี้ให้สมาชิกพรรคเลือก อย่างนั้นก็ตามใจโยม