การประกอบกิจการธุรกิจอุตสาหกรรมทุกวันนี้ ต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายหลายรูปแบบ โดยนักวิชาการได้อธิบายถึงลักษณะเฉพาะของบริบทในยุคใหม่นี้ คือ “VUCA World” ซึ่งมาจากคำว่า Volatility, Uncertainty, Complexity, Ambiguity นั่นหมายถึง การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันนั้น อยู่ในสภาวะของการมีความผันผวนสูง มีความไม่แน่นอนสูง สามารถมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ ทุกอย่างมีความเชื่อมโยงที่ซับซ้อนกันมากขึ้น ไม่มีความชัดเจน และดูกำกวมไปหมด
สภาพ VUCA World ที่ว่านี้ กดดันให้ผู้นำและทุกคนในองค์กร ต้องเตรียมรับมือและปรับกลยุทธ์ให้ทันการณ์ เพื่อรักษาสภาพองค์กรให้คงอยู่รอดต่อไปในอนาคต
ทุกวันนี้ หลายสิ่งหลายอย่างก็เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผู้บริหารจึงไม่สามารถเอาประสบการณ์เดิมๆ มารับมือกับบริบทใหม่ๆ ได้
ดังนั้น ผู้นำยุคใหม่หรือผู้นำในอนาคต จึงต้องมีความเป็น “” เพื่อตอบโจทย์ใหม่ๆ ทางธุรกิจและสามารถปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ๆ โดยเฉพาะรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเกิดนวัตกรรมหรือการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นระบบความคิด วิธีการทำงาน เครื่องมือทางการบริหารจัดการ เป็นต้น
เมื่อพูดถึง “นวัตกรรม” นอกจากความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่เพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าหรือบริการแล้ว เรามักจะหมายรวมถึงสิ่งที่เกิดจากการใช้ความรู้ความสามารถในสาขาต่างๆ อย่างบูรณาการ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่งด้วย
นวัตกรรมจึงเกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างสรรค์ความคิดใหม่ๆ ให้เป็นรูปร่าง (Ideation) ที่มาจากความคิดของบุคลากรที่หลากหลาย บ่อยครั้งที่เกิดจากพัฒนาการในรูปแบบของ “ปัญญาสะสม” (Collective Intelligence) โดยจุดเริ่มต้นมักจะมาจากการตระหนักรู้ถึงแนวโน้มของโลก หรือธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
การสร้างภาวะผู้นำแบบ Innovation Leadership จึงมีความสำคัญยิ่ง และเป็น “ผู้นำสร้างได้” ที่สามารถสร้างขึ้นได้จากการศึกษา “แนวโน้มของโลกและธุรกิจ” (Trend) “วัฒนธรรมองค์กร” และความคิดเชิงนวัตกรรม
ทุกวันนี้ หากเราเชื่อกันว่า “ผลลัพธ์ใหม่ๆ จะเกิดขึ้นได้ จากวิธีการใหม่ๆ เท่านั้น” เราก็ต้องช่วยกันสร้าง “Innovation Leadership” ให้มากๆ ครับผม !

