หน้าแรก คอลัมนิสต์ มหาวิทยาลัย โ...

มหาวิทยาลัย โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

11.08.17 | 14:50 น.

การแสดงท่าทียอมรับผิด พร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษของ ส.อ.ปรีชา อินทะรังษี เจ้าหน้าที่ทหารพราน ถือว่าช่วยให้เรื่องที่ทำท่าจะลุกลามบานปลาย ค่อยคลายความร้อนระอุลงไปได้พอสมควร ภายหลังที่ทหารพรานผู้นี้ ใช้อาวุธปืนยิงใส่นักศึกษาหญิงของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี

เหตุเกิดกลางเมืองปัตตานี โดย ส.อ.ทหารพราน ขับรถปิกอัพไปเฉี่ยวรถมอเตอร์ไซค์ล้มลง แล้วไม่ได้สนใจจอดรถลงมาดู เมื่อนักศึกษาสาวเจ้าของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวตามไปสอบถาม ก็โดน ส.อ.ชักปืนยิงใส่ถึง 3 นัด แต่ยิงไม่ถูก จากนั้นยังยิงขึ้นฟ้าและเล็งปืนขู่ซ้ำอีก

ต่อมาเมื่อเป็นคดีความ ผู้บังคับบัญชาของหน่วยทหารพราน ได้ให้ความร่วมมือนำตัว ส.อ.ปรีชา มารับทราบข้อหา พร้อมกับกล่าวขอโทษประชาชน โดยยืนยันว่าต้องโดนลงโทษทั้งทางอาญาและทางวินัย

ขณะที่แม่ทัพภาคที่ 4 ก็ยืนยันว่าต้องลงโทษกันสถานหนัก ไม่มีปกป้อง

ท่าทีโดยรวมเหล่านี้ ช่วยให้บรรยากาศโดยรวมผ่อนคลายลง

Advertisement

แต่ก็คงไม่ถึงกับยุติลงได้อย่างถึงที่สุด

เพราะผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และมีการลั่นกระสุนใส่ ต้องสร้างความหวาดผวาเสียขวัญให้กับเหยื่อที่ถูกกระทำอย่างมาก

รวมไปถึงเพื่อนนักศึกษา และชาวบ้านทั่วไป ที่คงเกิดอารมณ์ความรู้สึกไม่พึงพอใจ

ยิ่งเมื่อปัญหาในพื้นที่ปัตตานีอันรวมถึง 3 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งรู้กันดีว่าเป็นพื้นที่ไฟใต้ มีปมประเด็นความขัดแย้ง ความไม่เป็นธรรม ที่ฝังรากลึกมายาวนาน และยังไม่ได้แก้ไขกันอย่างถึงที่สุด

จึงไม่ควรจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ จะยิ่งตอกย้ำปมปัญหาเดิม

จริงอยู่ผู้ก่อความไม่สงบใช้การลอบยิงวางระเบิดนั้น เป็นพวกสุดโต่งที่ใช้ความรุนแรงต่อสู้กับรัฐ นั่นเป็นส่วนหนึ่งต่างหาก

ชาวบ้านทั่วไปจำนวนมาก รวมทั้งนักศึกษาสาวรายนี้ เป็นผู้ที่ใช้ชีวิตปกติทั่วไป แต่มาถูกเจ้าหน้าที่รัฐกระทำอย่างไม่ถูกต้อง ถึงขั้นใช้อาวุธปืน

เช่นนี้แล้ว ควรระวังจะกลายเป็นการสร้างเงื่อนไขให้สถานการณ์ยิ่งไปกันใหญ่

ที่น่าสนใจพูดถึงอีกส่วน คือ ท่าทีของอาจารย์ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี

น.ส.อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ รองอธิการบดี ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า เหตุการณ์นี้แม้จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ก่อเหตุ รวมทั้งมีการขอโทษแล้ว ผู้บังคับบัญชาก็มีท่าทีที่ถูกต้องแล้ว

แต่คณาจารย์ นักศึกษา ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ยังคงกังวลใจ เพราะเหตุการณ์รุนแรงนี้เกิดในสถานที่สาธารณะ ส่งผลกระทบอย่างสำคัญต่อความมั่นคงปลอดภัยในการใช้ชีวิตของประชาชน

รวมทั้งผลกระทบต่อนักศึกษาสาวและเพื่อนที่ร่วมอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงได้จัดสถานที่พักภายในมหาวิทยาลัยให้ เพื่อดูแลสภาพจิตใจ รวมทั้งเพื่อคุ้มครองในระหว่างที่มีการดำเนินการทางกฎหมาย

แถลงการณ์ยังเน้นย้ำว่า ถือเป็นความรุนแรงที่เกิดจากเจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่ด้านรักษาความปลอดภัย

จึงขอเรียกร้องให้มีการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

ดูแล้วน่าชื่นชมท่าทีของผู้บริหารมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ที่ให้ความสำคัญในชีวิตนักศึกษา ผลกระทบทางจิตใจ

โดยไม่ได้มีท่าสยบยอมต่ออำนาจ หรือหลงใหลในความคิดล้าหลังคร่ำครึ

ไม่ทำให้สถาบันการศึกษาสูญเสียความเป็นแหล่งรวมของปัญญาชนและเสรีชน ดังเช่นบางมหาวิทยาลัย

…………….

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน