หน้าแรก คอลัมนิสต์ การเมือง ย้อน...

การเมือง ย้อนยุค ผ่าน ‘ร่าง’ รัฐธรรมนูญ RETRO การเมือง

8.03.16 | 12:53 น.

ไม่ว่าการปรากฏขึ้นของมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะฟ้องแกนนำ กปปส. พ่วง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีการเลือกตั้งล้มเหลวเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557

ไม่ว่าคำพิพากษาจำคุก “มือปืนป๊อปคอร์น” เป็นเวลา 37 ปี

ไม่ว่าการออกมา “ปกป้อง” และยกย่องบทบาทของมือปืนป๊อปคอร์นโดยบรรดา “เซเลบ” ทางการเมืองและในวงการเขียน

ไม่ว่าการออกมา “กดดัน” และ “รุกไล่” นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา

ทั้งการออกโรงของ พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ทั้งการออกโรงของ ดร.ผมลอน สมเกียรติ อ่อนวิมล

Advertisement

รู้สึกหรือไม่ว่าล้วนเป็น “คนหน้าเดิม”

แม้กระทั่งการออกมาวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื้อหาของ “ร่าง” รัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ก็ให้ความรู้สึกเหมือนกำลัง “ย้อนยุค”

กลับไปยัง “สถานการณ์” ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549

ไม่ว่าจะเป็นตัวละครอย่าง นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ไม่ว่าจะเป็นตัวละครอย่าง นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล

10 ปีผ่านมาเหมือน “สังคมไทย” ไม่ได้ก้าวไปถึงไหนเลย

 

จําเป็นต้องยอมรับว่า “ตัวละคร” เด่นที่เคยดำรงอยู่ในสถานะแห่งผู้ครองอำนาจตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544 ถูกกวาดหายไปจนหมดสิ้นแล้ว

รัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ก็กวาด “ไทยรักไทย”

แม้กระทั่งเมื่ออวตารมาเป็น “พลังประชาชน” ก็ถูกกวาดไปเมื่อเดือนธันวาคม 2550 แม้กระทั่งอวตารมาเป็น “เพื่อไทย” ก็ถูกกวาดไปกับรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

ที่ว่ากวาดคือ “กวาด” ให้ตกจากบัลลังก์แห่ง “อำนาจ”

แทนที่จะอยู่ในจุดอันเป็น “ผู้บริหาร” กลับดำรงอยู่ในสภาพซึ่ง “ถูกบริหาร” โดยบุคคลอื่น แทนที่จะสามารถใช้กลไกอำนาจรัฐจัดการ ตัวเองต่างหากที่กำลังถูกกดดัน รุกไล่ โดยกลไกอำนาจรัฐใหม่

ต้องเดินขึ้น ต้องเดินลง “โรงศาล”

ตัวละครจากไทยรักไทย ตัวละครจากพลังประชาชน ตัวละครจากเพื่อไทย หากจะมีบทบาทอยู่บ้างก็เสมอเป็นเพียงบทบาทในฐานะ “คนนอก”

เป็นคนนอกในแบบ “เมอโซ” ของอัลแบร์ กามูส์

มีบทบาทก็จริง สามารถเคลื่อนไหวได้จริง แต่ก็ดำเนินไปในลักษณะถูก “กระทำ” อยู่ในสถานะเป็นจำเลยมากกว่าเป็นโจทก์ บางคนแม้กระทั่งจะเข้าส้วมยังถูกตาม บางคราไปนั่งเป็นประธานงานสวดพระอภิธรรมศพยังถูกถ่ายรูป

เรียกตามศัพท์ สำนวน ก็ “ตก” ไปจาก “เวที” อย่างสมบูรณ์

ความเป็น “กัมมันตะ” ในการแสดงบทบาทและความหมายในทางการเมืองจึงเป็นคนอย่าง นายวิษณุ เครืองาม คนอย่างนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ

ความโดดเด่นจึงอยู่ที่ “มือปืนป๊อปคอร์น”

ความโดดเด่นจึงอยู่ที่ คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ เมื่อรุกไล่ในทางจริยธรรมต่อพิธีกรข่าวอย่างเช่น นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา

สปอตไลต์ฉายจับ นายเสรี สุวรรณภานนท์ รวมถึง นายวันชัย สอนศิริ

เรื่องของ “ร่าง” รัฐธรรมนูญหากมาจากนักวิชาการระดับ นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ หรือ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล

ผู้คนก็พร้อม “ล้างหู” น้อมรับฟังอย่างสงบ เงียบเชียบ

ทั้งๆ ที่เมื่อผ่านมิติแห่ง “การปฏิรูป” ก่อนเข้าสู่กระบวนการแห่ง “การเลือกตั้ง” ตามอนุสาสน์อันมาจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

แต่ “กลิ่นอาย” และ “บรรยากาศ” กลับแทบไม่แปรเปลี่ยน

ผู้คนล้วนมีความรู้สึก “ร่วม” เหมือนอยู่ในบรรยากาศก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 เหมือนอยู่ในบรรยากาศก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ทั้งๆ ที่เวลาผ่านมาแล้วร่วม 10 ปี ทั้งๆ ที่เวลาผ่านมาแล้วร่วม 2 ปี

เป็น 10 ปีที่ยังอยู่กับบทเพลง “เหมือนเดิม”

 

เป็น 10 ปีที่ไม่เพียงแต่ย่ำเท้าอยู่กับความขัดแย้งและแตกแยกทางความคิดเหมือนกับอยู่ในยุคเมื่อ 10 ปีก่อน

หากแต่พลันที่ “ร่าง” รัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ กำลังจะย้อนกลับไปสู่ยุคเมื่อปี 2521 ประสานเข้ากับยุคเมื่อปี 2534

ก็ยิ่งทำให้ลักษณะ “RETRO” ดำรงอยู่อย่าง “อภิมหานิรันดร์กาล