หน้าแรก คอลัมนิสต์ จิตอาสา : โคร...

จิตอาสา : โครงการพระราชทานในรัชกาลที่ 10

22.08.17 | 13:00 น.

เ มื่อเดือนมิถุนายนที่แล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ริเริ่มจัดโครงการสัปดาห์จิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจŽ โดยให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และข้าราชบริพาร กับส่วนราชการและประชาชนจิตอาสาในชุมชน ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ถึงวันที่ 27 มิถุนายน โดยร่วมกันขุดลอกคูคลอง เก็บวัชพืช ขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ตัดแต่งกิ่งไม้ ทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ ปรับภูมิทัศน์ เริ่มจากบริเวณรอบพระราชวังดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร รวมไปถึงคลองส้มป่อย ชุมชนสุโขทัย ซอย 9 ริมทางรถไฟจากคลองสามเสน ไปจนถึงแยกยมราช ลานวัดสวัสดิ์วารีสีมาราม ชุมชนซอยโซดา และวัดโบสถ์

ต่อมาจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายเวลาโครงการจิตอาสาออกไปเป็น 3 ช่วง ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคมถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2560 ดำเนินกิจกรรมในเขตต่างๆ ในทั่วกรุงเทพมหานคร ช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 5 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 28 กรกฎาคม 2561 ดำเนินกิจกรรมในจังหวัดที่มีเขตพระราชฐาน และช่วงที่ 3 ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2561 ดำเนินกิจกรรมในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ผลของการดำเนินตามโครงการปรากฏว่า คูคลองในบริเวณโครงการสะอาดสะอ้านปราศจากวัชพืชและขยะ ริมคลองแลดูงามตา น้ำไหลออกจากคลองไปลงแม่น้ำได้สะดวกขึ้น และเชื่อว่าหากฝนตกหนักน้ำก็คงไม่ท่วม เพราะระบายน้ำได้เร็วกว่าที่เคยปรากฏมาแล้ว

ตั้งแต่เริ่มโครงการมา ปรากฏว่าประชาชนทุกเพศทุกวัยทั่วประเทศเป็นจำนวนมากได้สนใจมาลงทะเบียนเป็นจิตอาสาที่อาคารรับรองพระราชวังดุสิต อาคาร 606 สำนักพระราชวังที่สนามเสือป่า และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำหมวกแก๊ป ผ้าพันคอประชาชนจิตอาสา และสมุดบันทึกความดี พระราชทานแก่ประชาชนที่มาลงทะเบียนและเข้าร่วมทำกิจกรรมในโครงการจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจŽ

โครงการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงพระราชปฏิภาณและพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนทั่วประเทศ ปัญหาเรื่องขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลที่ขวางทางน้ำนั้นเป็นที่รู้กันมานานแล้ว ต้นตอของปัญหาก็คือชุมชนที่อาศัยอยู่ริมคลองนั่นเอง ในกรุงเทพมหานครนั้น ถึงแม้ทางราชการจะพยายามแก้ไขเพียงใดแต่ก็สำเร็จแต่เพียงบางแห่งเท่านั้น เนื่องจากมีไม่พอ ทั้งกำลังคน กำลังทรัพย์และบารมี และหากจะให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปขอความร่วมมือจากประชาชนหรือส่วนราชการอื่นๆ ก็คงไม่สำเร็จ เพราะบารมีไม่พอ แต่เมื่อรู้กันว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาสั่งให้ทั้งทหารราชวัลลภรักษาพระองค์และข้าราชบริพารมาช่วย ประชาชนก็ปีติยินดีและเต็มใจอาสาสมัครเข้าร่วมในโครงการด้วยโดยไม่ต้องให้ร้องขอ

Advertisement

ทหารราชวัลลภรักษาพระองค์และข้าราชบริพารนั้นมีหน้าที่ราชการตามปกติอยู่แล้ว แต่เป็นหน้าที่ที่ปฏิบัติอยู่ในที่ตั้ง การที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ออกมาร่วมในโครงการจิตอาสา เป็นโอกาสให้ทหารและข้าราชบริพารได้ใกล้ชิดกับประชาชนและเห็นทุกข์ของประชาชน และย่อมทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์เห็นอกเห็นใจกันและกัน ซึ่งโดยปกติโอกาสเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ยาก

เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ริเริ่มโครงการขึ้นแล้วเช่นนี้ ก็สมควรที่ส่วนราชการต่างๆ อาทิ กรุงเทพมหานคร จะรับพระราชทานพระราชดำริไปสานต่อด้วยการเอาใจใส่กับการปฏิบัติหน้าที่ของตน ติดตามโครงการให้ต่อเนื่องด้วยการกวดขันดูแลไม่ให้มีการทิ้งขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลลงในคูคลองหรือทำลายสิ่งแวดล้อมต่อไปอีก ถ้ามีการฝ่าฝืนก็ต้องลงโทษอย่างเด็ดขาด

ถ้ามิฉะนั้น พระมหากรุณาและพระราชดำริที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานก็จะเสียเปล่า และเมืองไทยก็จะยังเป็นขยะกองมหึมาใต้น้ำต่อไปอีก