หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : กบให้น้ำ เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ และเฮี้ยน หลายพันปีมาแล้ว

22.08.17 | 19:43 น.
จับกบ – พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขึ้นรถอีแต๊กเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้และขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านหนองขี้เหล็ก หมู่ 4 ต. วังหิน อ. โนนแดง จ. นครราชสีมา และมีชาวบ้านนำกบมาให้ 2 ตัว แต่ พล.อ. ประยุทธ์ ได้คืนให้ชาวบ้าน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม (ภาพและคำบรรยายจาก มติชนฉบับวันอังคารที่ 22 สิงหาคม 2560 หน้า 1)

กบ เป็นสัญลักษณ์ของฝน คนยุคดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้วจึงยกย่องเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์และเฮี้ยน มีอำนาจทำฝนตกสู่ไร่นาให้ชาวบ้านทำนาทำไร่

กบ, คางคก หรือคันคาก ได้รับยกย่องเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์และเฮี้ยน ผู้บันดาลน้ำฝนให้คนทำไร่ทำนาทำมาหากิน

ไทยเรียกคางคก ลาวเรียกคันคาก เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำประเภทเดียวกับกบ, เขียด, และอึ่งอ่าง มักปรากฏตัวและส่งเสียงดังเมื่อฝนตกลงมาเป็นน้ำนองทั่วไป คนดั้งเดิมเริ่มแรก
ยุคดึกดำบรรพ์จึงเคารพยกย่องเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ สัญลักษณ์ของน้ำและฝน ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว

พยานหลักฐานสำคัญมี 2 อย่าง ได้แก่

 กบสำริด ประดับอยู่หน้ากลองทอง หรือกลองสำริด ที่เรียกกันภายหลังว่ามโหระทึก ใช้ตีขอฝน ฯลฯ

Advertisement
  1. คนทำท่ากบ เป็นภาพเขียนสี รูปคนแต่กางแขน-ขาทำท่าเหมือนกบ บนหน้าผา ในถ้ำ และสถานที่ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์

ภาพเขียนบนเพิงผากับผนังถ้ำมีรูปคนทำท่าคล้ายกบ จะพบทั่วไปทั้งในบริเวณประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง แต่ที่มีมากและยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ในมณฑลกวางสี ทางตอนใต้ของจีน ซึ่งเป็นหลักแหล่งของกลุ่มชนพูดตระกูลภาษาลาว-ไทย เมื่อ 3,000 ปีมาแล้ว

คางคกที่ชาวบ้านสองฝั่งโขงเรียกคันคาก เป็นสัตวครึ่งบกครึ่งน้ำเช่นเดียวกับกบ และแสดงตัวพร้อมเสียงร้องเช่นเดียวกับฝนเช่นเดียวกัน

ชาวบ้านสองฝั่งโขงจึงยกย่องคางคกว่าเป็นสัตว์มีคุณ เอาน้ำฝนมาให้คน แล้วแต่งนิทานเรื่องพญาคันคาก เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั่วไปสืบจนทุกวันนี้

ลายสัก เหมือนลายหนังกบ

ตามร่างกาย แขนขาของผู้คนชนเผ่าในอุษาคเนย์ยุคแรกเริ่มทำลวดลายเหมือนผิวหนังกบจริงๆ (ผมเคยเขียนบอกเล่าไว้ในหนังสือคนไทยอยู่ที่นี่ ที่อุษาคเนย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2537 หน้า 64-65)

พวกเยะ (หรือเยว์ บรรพชนสายหนึ่งของคนสุวรรณภูมิ) สมัยโบราณ นับถือกบเป็นผีที่ให้ความคุ้มครองป้องกันพวกเขา จึงนิยมสักลายกบไว้ตามตัว

ชาวจ้วงทางภาคใต้ของกวางสี ชาวหลีที่เกาะไหหลำ และตระกูลไทย-ลาวบางกลุ่ม (เช่น ลาวพุงดำหรือลาวน้ำหมึก) ล้วนนิยมสักตามตัว เรียกว่า “สักหมึก” เพราะเป็นสีดำ หรือ “สักลายขากบ” เพราะลายเหล่านั้นคล้ายกับลายที่ขากบ

แม้ชาวมอญสมัยก่อนก็นิยมสักหมึก ดังสุนทรภู่บอกไว้ในนิราศวัดเจ้าฟ้าว่า “เห็นพวกชายฝ่ายมอญแต่ก่อนมา ล้วนสักขาเขียนหมึกจารึกพุง”

 

 

(ซ้าย) กบ เป็นคำเรียกอวัยวะเพศหญิง เพราะมีรูปร่างลักษณะคล้ายกัน

“คนครึ่งกบ” ภาพเปรียบเทียบบนลายทอผ้าของคนหลายชาติพันธุ์ เช่น ชาวลาว-ไทย, ชาวอิบาน (ในซาราวัก มาเลเซีย), ชาวอิฟูเกา (ทางเหนือของเกาะลูซอน ฟิลิปปินส์) กับ (แถวขวาสุด) ภาพเขียนสีคนทำท่ากบของชาวจ้วงที่ผาลาย (ในกวางสี จีน)

(ขวา) กบ ตัวที่หลุดจากหน้ากลองมโหระทึกสำริด พบที่ควนลูกปัด อ. คลองท่อม จ. กระบี่

 

อวัยวะเพศหญิง เรียกกบ

กบ หมายถึงอวัยวะเพศหญิง ที่คนแต่ก่อนมองว่ามีรูปร่างคล้ายกบ

เป็นคำเรียกดั้งเดิมเก่าแก่มาก น่าจะมาจากความเชื่อในศาสนาผีราว 3,000 ปีมาแล้ว ว่ากบเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์และเฮี้ยน บันดาลให้ฝนตก มีกำเนิดเกิดความเจริญงอกงาม มีความอุดมสมบูรณ์ เหมือนมดลูกของแม่ให้กำเนิดคน

เขียด หมายถึงอวัยวะเพศเด็กหญิงน้อยๆ บางทีเรียกเด็กหญิงน้อยๆ นั้นว่า อีเขียดน้อย หมายถึงอวัยวะเพศยังมีขนาดเล็กเท่าเขียดน้อย

(ซ้าย) คนเต้นท่ากบ ลายเส้นคัดลอกจากภาพเขียนสี 2,500 ปีมาแล้ว พบในอีสาน และที่อื่นๆ

(ขวา) ลายเส้นคัดลอกคนเต้นท่ากบ ภาพเขียนสี 2,500 ปีมาแล้ว

 

มวยโบราณอีสาน

ท่าโขน เป็นท่าพื้นเมืองของอาเซียน ไม่มาจากอินเดีย

มี 2 ประเภท คือ เต้น กับ ฟ้อน

เต้นของยักษ์กับลิง มาจากท่ากบ พบทั่วไปในอีสานและสองฝั่งโขง เรียกท่าก้นเตี้ยเมื่อเล่นเซิ้งต่างๆ

ฟ้อนของพระกับนาง มาจากท่ายืดุยบของฟ้อนผีของหมอมดหมอผีดึกดำบรรพ์