เมื่อสัปดาห์ก่อนๆ ผู้เขียนเคยเล่าให้ทุกท่านฟังเกี่ยวกับข่าวที่กำลังได้รับความสนใจในพม่าอยู่หลายข่าว ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองในรัฐบาล NLD อันเป็นพรรครัฐบาลที่รณรงค์ส่งเสริมประชาธิปไตยในพม่ามาโดยตลอดเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ผู้นำพรรค NLD อย่าง ออง ซาน ซูจี มีสถานะประหนึ่งวีรสตรีประชาธิปไตยแห่งชาติ เป็นบุคคลที่ชาวพม่าส่วนใหญ่รักและเคารพสูงสุด จึงทำให้สำหรับสังคมพม่าและสื่อสารมวลชนต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์ออง ซาน ซูจี อย่างระมัดระวัง จุดสนใจของสื่อจึงไปอยู่ที่ “ทายาททางการเมือง” ของออง ซาน ซูจี นามว่า เพียว มิน เตง (Phyo Min Thein) นักการเมืองหนุ่มวัย 48 ปี และอดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ประท้วงครั้งใหญ่ในพม่าในปี 1988 (พ.ศ.2531) เพียว มิน เตง เป็นอดีตนักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำถึง 15 ปี
ว่ากันว่าเพียว มิน เตง ผู้นี้คือผู้อยู่เบื้องหลังการวางยุทธศาสตร์สู้ศึกเลือกตั้งของพรรค NLD ในปลายปี 2015 และเป็นคนที่ออง ซาน ซูจี ไว้เนื้อเชื่อใจมากที่สุด ถึงขนาดที่วางตัวให้เป็นทายาททางการเมือง และตำแหน่งหัวหน้าพรรค NLD ก็คงจะไม่พ้นไปจากนักการเมืองหนุ่มผู้นี้ ด้วยความเป็นนักการเมืองไฟแรง และถูกจับตามองมากที่สุด ทำให้เพียว มิน เตง เป็นเป้าสายตาทั้งของสื่อและของนักการเมืองฝั่งตรงข้าม การขึ้นเป็นแกนนำพรรค NLD ในช่วงเวลาอันสั้นเองก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เพียว มิน เตง เป็นที่จับตามองของคนในพรรค NLD เองด้วย
หลังเข้ารับตำแหน่งพ่อเมืองย่างกุ้งไม่นาน เพียว มิน เตง มีดำริโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ แต่ที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคือโครงการปฏิรูประบบขนส่งมวลชนในย่างกุ้ง อันที่จริงควรเรียกว่าเป็นการปฏิวัติทางเดินรถประจำทางทั้งหมด เพราะโครงการนี้ยังกำจัดหน่วยงานที่ดูแลด้านการขนส่งมวลชนในย่างกุ้ง หรือคณะกรรมการกลางเพื่อการกำกับยานพาหนะ ที่ล้าหลังและมีมากว่า 50 ปีได้เป็นผลสำเร็จ การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ยังรวมถึงการลดสายรถประจำทาง จาก 300 กว่าสายเหลือเพียง 70 กว่าสาย การควบรวมบริษัทรถประจำทางของเอกชนให้มาอยู่ภายใต้การบริหารงานของหน่วยงานที่ย่างกุ้งเพิ่งตั้งขึ้นมาเพื่อกำกับดูแลการคมนาคมขนส่งในย่างกุ้ง (YRTA)
มะ ธ่ะ ต่ะ คือหน่วยงานที่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจคนในกองทัพ และนักธุรกิจที่เติบโตขึ้นมาจากการหากินกับกองทัพและระบอบราชการที่ไร้ประสิทธิภาพในพม่า การปฏิรูประบบขนส่งมวลชนในย่างกุ้งของเพียว มิน เตง จึงเป็นเสมือนการไปกระตุกหนวดเสือ และผลประโยชน์ของคนในกองทัพและคนในอารักขาของกองทัพในย่างกุ้ง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เรียกคะแนนเสียงจากคนในย่างกุ้งได้อย่างล้นหลาม แต่สำหรับสื่อ แม้พวกเขาจะมองว่าวิสัยทัศน์การเปลี่ยนแปลงของเพียว มิน เตง เป็นเรื่องดี แต่กลับมีปัญหา เพราะการปฏิรูปทั้งระบบขนส่งในย่างกุ้งและการปฏิรูปอื่นๆ อย่างการสร้างนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ๆ การจัดสร้างอสังหาริมทรัพย์ราคาไม่แพงให้กับ
ผู้ยากไร้ ฯลฯ คือการนำกลุ่มผลประโยชน์ใหม่ๆ มาสวมทับกลุ่มผลประโยชน์เก่า ที่เป็นของบรรดานายพลในกองทัพและนักธุรกิจที่เชื่อมโยงกับกองทัพ เมื่อปลายปีที่แล้ว หนังสือพิมพ์อีเลเว่น มีเดีย (Eleven Media) หนังสือพิมพ์ที่มีคนติดตามมากที่สุดในพม่า (เฟซบุ๊กของอีเลเว่น มีเดียมีผู้ติดตามมากเกือบ 15 ล้านคน) ตีข่าวว่าเพียว มิน เตง รับสินบนจากนักธุรกิจใหญ่นามว่า อู หม่อง เว้ก โดยมีหลักฐานเป็นนาฬิกายี่ห้อปาเตก ฟิลิป ที่เพียว มิน เตงใส่อยู่ อีเลเว่นตั้งข้อสังเกตว่ารัฐมนตรีที่มีเงินเดือนเพียง 8 หมื่นกว่าบาท จะสามารถซื้อนาฬิกาปาเตก ฟิลิปสุดหรูที่น่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาทได้อย่างไร

ข่าวฉาว “ปาเตก ฟิลิป” นี้สร้างความร้าวฉานระหว่างอีเลเว่น มีเดีย ที่มี ตัน ทุต อ่อง (Than Htut Aung) เป็นบรรณาธิการ กับเพียว มิน เตง ฝ่ายหลังตัดสินใจฟ้องร้องยักษ์ใหญ่แห่งวงการสื่อสารมวลชนในพม่า เพียว มิน เตงออกมาชี้แจงว่านาฬิกาที่เขาใส่อยู่มิใช่ปาเตก ฟิลิป แต่เป็นนาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ที่ภรรยาของเขาซื้อให้เป็นของขวัญตั้งแต่ก่อนขึ้นมาเป็นมุขมนตรีแห่งเมืองย่างกุ้ง รัฐบาลท้องถิ่นย่างกุ้งฟ้องอีเลเว่นในข้อหาหมิ่นประมาทและละเมิดกฎหมายโทรคมนาคมมาตรา 66(d) บีบให้อีเลเว่นต้องออกจดหมายขอโทษเพียว มิน เตง อย่างเป็นทางการ และตัน ทุต อ่อง ถูกควบคุมตัว แต่ได้รับการประกันตัวในเวลาต่อมา
นอกจากอีเลเว่น มีเดียแล้ว เพียว มิน เตง ยังเดินหน้าเปิดศึกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ที่ก่อนหน้านี้ตีพิมพ์บทความ 2 ชิ้น วิพากษ์วิจารณ์การจัดซื้อรถประจำทาง 2,000 คันจากจีน ซึ่งใช้งบประมาณไปกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 3 พันล้านบาท ที่มีความไม่ชอบมาพากล และอาจมีการทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นในการจัดซื้อครั้งนี้
รอยเตอร์สตั้งคำถามว่าเหตุใดเพียว มิน เตง จึงผลักดันการจัดซื้อรถประจำทางจากจีนด้วยความรีบเร่ง และก่อนหน้านี้รัฐบาลท้องถิ่นในย่างกุ้งก็เพิ่งปฏิเสธข้อเสนอของธนาคารโลกที่ยื่นมือเข้ามาช่วยวางแผนการพัฒนาขนส่งมวลชนในย่างกุ้ง และยังปฏิเสธข้อเสนอของบริษัทประกอบรถประจำทางจากทั้งเนเธอร์แลนด์และฝรั่งเศสด้วย ในกรณีนี้ เพียว มิน เตง เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าการพัฒนาย่างกุ้งเป็นแผนเร่งด่วนที่ “ไม่สามารถรอได้”
หลังบทความนี้เผยแพร่ออกไปในเว็บไซต์ของรอยเตอร์สเพียง 1 สัปดาห์ เพียว มิน เตง ร่อนจดหมายถึงสภาสื่อมวลชนของพม่า จี้ให้ฝ่ายหลังดำเนินคดีกับสำนักงานของรอยเตอร์สประจำพม่า และขู่ว่าจะดำเนินคดีกับรอยเตอร์สด้วย รอยเตอร์สตอบโต้ด้วยการออกแถลงการณ์ว่าตนได้ทำหน้าที่สื่ออย่างครบถ้วน และยืนยันว่าการจัดซื้อรถประจำทางของเพียว มิน เตง ไม่โปร่งใสจริง เพราะเป็นการลงนามในข้อตกลงระหว่างคนไม่กี่คนกับบริษัทประกอบรถประจำทางจากจีน ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลจีนและสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำพม่า ดูเหมือนว่าเพียว มิน เตง จะมิได้สร้างศัตรูเฉพาะในหมู่นักข่าวและสำนักข่าวระดับท็อปในพม่าเท่านั้น แต่เขายังถูกวิจารณ์อย่างหนักจากคนใน NLD ด้วยกันเอง ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าเขาถูกมองว่าเป็น “ลูกรัก” ของออง ซาน ซูจี และอีกส่วนหนึ่งอาจมาจากความไฟแรงของเขาที่ไปขัดขาขัดแข้งผู้มีอิทธิพลในพรรค NLD คนในกองทัพ และคนอื่นๆ อีกมาก
แม้จะมีข่าวฉาวมากมายในช่วงเพียง 1 ปีเศษที่เข้ารับตำแหน่ง แต่เพียว มิน เตง ยังเป็นนักการเมืองของ NLD ที่น่าจับตามองที่สุด กล่าวกันว่าทัศนคติทางการเมืองของเพียว มิน เตง ไม่เหมือนใคร เพราะเขาเป็นคนหนุ่มที่เปิดกว้างกว่าบรรดา “ลู จี” (ผู้สูงวัย) ทั้งหลายในพรรค NLD และมีความทะเยอทะยานสูง จากนี้ไปหากเพียว มิน เตง ไม่ไปขัดขาผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงในพม่า เราก็คงจะเห็นเขาค่อยๆ โบยบินไปสู่ตำแหน่งผู้บริหารพรรค NLD และเป็นตัวตายตัวแทนของออง ซาน ซูจี ในอนาคตได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
ลลิตา หาญวงษ์
[email protected]

