เช้าวันนี้ (ศุกร์ที่ 25 สิงหาคม) นับได้ว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ทางการเมืองอีกวันหนึ่งที่อดีตรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี ต้องเดินทางไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับฟังการตัดสินคดี “จำนำข้าว” ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นจำเลย
ก่อนหน้านั้นมีข่าวความเคลื่อนไหวของฝ่ายเจ้าหน้าที่รักษาความสงบพยายามจะไม่ให้เกิดการร่วมชุมนุมเพื่อเป็นกำลังใจให้อดีตนายกรัฐมนตรีในการฟังคำพิพากษา ดังเป็นข่าวในสื่อมวลชนมาแล้ว
คดีสำคัญในการอ่านคำพิพากษาวันนี้ ไม่น่าจะเสร็จในภาคเช้า แต่จะอ่านคำพิพากษาซึ่งน่าจะมีความยาวพอสัณฐานประมาณให้เสร็จสิ้นในห้วงเย็น ซึ่งต้องใช้ผู้พิพากษาทุกคนผลัดกันอ่านคนละครั้งสองครั้ง จนกว่าจะถึงคำพิพากษาว่ามีผลเป็นอย่างไร จากประธาน
คำพิพากษาที่มีรายละเอียดและเหตุผลมากมาย เชื่อว่าในช่วงตั้งแต่บ่ายเป็นต้นไป น่าจะพอประมวลได้ว่า คดีนี้มีความผิดหรือไม่ หากมีความผิดอนาคตจะเป็นอย่างไร หากไม่มีความผิดอะไรจะเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม อนาคตทางการเมืองของประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน เพียงไม่ทราบว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด
ห้วงเวลาที่ผ่านมา นักการเมืองหน้าเก่าหน้าใหม่หลายคน รวมตัวกันจัดตั้งพรรคการเมืองอย่างไม่เป็นทางการขึ้น 2-3 พรรค แม้ยังไม่มีชื่อพรรคอย่างเป็นทางการ แต่ผู้ที่เป็นตัวตั้งตัวตี เป็นผู้นำ หรือหัวหน้าพรรคเริ่มปรากฏให้เห็นหลายคน รวมทั้ง “พรรคทหาร”
ผลจากคำพิพากษาคดีวันนี้ต้องมีแน่ เพียงแต่จะมีในรูปแบบไหน เพราะคดีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองนำมาหาเสียงไว้กับประชาชน เมื่อได้รับเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมาก และมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล จำเป็นต้องนำนโยบายหลักที่ประกาศไว้กับประชาชนมาเป็นเรื่องที่ปฏิบัติได้จริง
เพราะมิฉะนั้น การลงสมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมือง และนักการเมืองคงต้องระมัดระวังการหาเสียงเรื่องนโยบายที่ควรให้ไว้กับประชาชน ไม่ให้เกิดเป็นคดีความขึ้นภายหลังเมื่อมีการปฏิบัติตามนโยบายนั้น ซึ่งคาดการณ์ไม่ได้ในขณะนั้น เพราะหากไม่ได้รับเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมาก หรือมีโอกาสร่วมจัดตั้งรัฐบาล นโยบายนั้นอาจไม่ได้รับการสนองตอบ หรืออาจเพียงมีส่วนเข้าไปร่วมในรัฐบาลผสม
การหาเสียงที่นำนโยบายประชานิยมมาใช้ในครั้งแรกๆ น่าจะมาจากพรรคกิจสังคมที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ประกาศนโยบายเงินผัน คือการนำเงินงบประมาณของประเทศส่วนหนึ่งกระจายออกไปยังหมู่บ้าน ตำบล เพื่อเป็นรายได้ของประชาชนจากการจ้างงาน ไม่ว่าจะเป็นการ “ขุดแล้วกลบ” หรือ “กลบแล้วขุด”
ระหว่างนั้นมีการวิพากษ์วิจารณ์จะเกิดการทุจริตในหมู่ผู้รับงบประมาณนั้น มีเสียงตอบออกมาจากรัฐบาลว่า ไม่เป็นไร หากประชาชนจะทุจริตกันเอง
ถนนคึกฤทธิ์ คลองคึกฤทธิ์ สะพานคึกฤทธิ์ จึงเกิดขึ้นขนาดนำไปร้องเป็นเพลงด้วยเหตุนี้ คือเหตุที่พรรคการเมืองประกาศนโยบายออกไป แม้จะไม่ได้รับเสียงข้างมากจากนโยบายนั้น แต่เมื่อมีโอกาสได้เป็นรัฐบาลผสม พรรคกิจสังคมสามารถนำนโยบายประชานิยมนั้นไปเป็นส่วนสำคัญของนโยบายรัฐบาล
วันนี้ พรรคการเมืองที่มีแต่เดิม หรือพรรคการเมืองที่จะเกิดใหม่ ยังไม่มีพรรคใดประกาศนโยบายสำคัญออกมา มีแต่เสียงของนักการเมืองบางคนที่วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลจัดตั้งขณะนี้ พร้อมกับยืนยันด้วยว่า หากได้รับการเลือกตั้งจะไม่ปฏิบัติตามนั้น ด้วยเป็นนโยบายจากฝ่ายเผด็จการ
คำพิพากษาของคดีในวันนี้ ไม่ว่าจะออกมาอย่างไร คงมีผลกับการกำหนดนโยบายของพรรคการเมืองในโอกาสข้างหน้าที่จะมีการเลือกตั้งในเดือนสิงหาคม 2561
ส่วนจะมีอุปสรรคใดเกิดขึ้นระหว่างนี้ถึงต้นปีหน้า การเลือกตั้งตามกำหนดหรือไม่ ขึ้นกับสถานการณ์ต่อจากนี้ไปครับ
อย่าหวังอะไรให้มากนัก หรือไม่หวังอะไรเสียเลย
เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

