หน้าแรก คอลัมนิสต์ ไม่มี มือที่ส...

ไม่มี มือที่สาม แค่รัฐ-มวลชนปู ก็หวาดเสียว หวาดเสียว

24.08.17 | 12:47 น.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่าในวันที่ 25 สิงหาคม อันเป็นวันนัดฟังคำพิพากษาในคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ส่อเค้าว่าจะมี “แฟนคลับ”Ž จำนวนไม่น้อยเดินทางมาให้กำลังใจนั้น

ไม่มี ”มือที่สาม”Ž อย่างแน่นอน

เมื่อเป็นเช่นนั้น หาก 25 สิงหาคม เกิดการชุมนุมของประชาชนกลุ่มหนึ่ง ประจันหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารที่ดูแลความสงบเรียบร้อย

ย่อมเป็นการเผชิญหน้ากันโดยตรงระหว่าง

เจ้าหน้าที่ของรัฐ ฝ่ายหนึ่ง

Advertisement

กับกลุ่มประชาชนที่มีความเห็นแตกต่างไปจากผู้มีอำนาจทางการเมืองในปัจจุบัน

อีกฝ่ายหนึ่ง

แม้จะให้คำรับรองต่อสาธารณชนว่า 25 สิงหาคม จะผ่านไปอย่าง ”สงบเรียบร้อย”Ž

แต่มาตรการต่างๆ ของฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ตั้งแต่หลังวันที่ 1 สิงหาคม อันเป็นวันขึ้นแถลงปิดคดีด้วยวาจาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นต้นมา

ล้วนแล้วแต่มีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

เริ่มจากการตรวจสอบและเปรียบเทียบปรับรถตู้โดยสารที่นำประชาชนเข้ามาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม

ไปจนกระทั่งถึงการปิดสถานี ”พีซทีวี”Ž ซึ่งรับรู้กันอยู่ว่าเป็นกระบอกเสียงสำคัญของกลุ่มคนเสื้อแดง

ตามมาด้วยการใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อระงับหรือยับยั้งการแสดงความคิดเห็นของผู้ที่ยืนฝั่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์

อาทิ กรณีของ นายวัฒนา เมืองสุข

ในส่วนของพื้นที่ ก็มีเจ้าหน้าที่ทหารลงไป “ทำความเข้าใจ”Ž กับแกนนำคนเสื้อแดงในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน

เพื่อ “ขอความร่วมมือ”Ž ในการที่จะระดมหรือจัดการให้มีประชาชนลงมายังกรุงเทพมหานครในวันที่ 25 สิงหาคม

บางพื้นที่มีการ ”ลงนามข้อตกลง”Ž

บางพื้นที่ก็มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไป ”ซ้อมรบ”Ž

ด้วยข้ออ้างว่าเตรียมการก่อนจะลงประจำการพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ล่าสุดในช่วงต้นสัปดาห์นี้เป็นต้นมา

ก็คือคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรจากกระทรวงมหาดไทย กำชับไปยังจังหวัดและอำเภอ ให้ “ทำความเข้าใจŽ” กับประชาชนเรื่องความสงบเรียบร้อยในวันที่ 25 สิงหาคม

เช่นเดียวกันกับคำสั่งกำชับกวดขันการรักษาความสงบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่พุ่งตรงลงไปถึงระดับโรงพัก

โดยมีความเข้าใจที่ไม่ต้องสั่งการเป็นลายลักษณ์อักษรแฝงอยู่ว่า

หากพื้นที่ใดบกพร่อง ปล่อยปละละเลย หรือเกิดเหตุการณ์มวลชนรวมตัวกันเดินทางมายังกรุงเทพมหานครในวันสำคัญดังกล่าว

นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้กำกับการโรงพัก ผู้บังคับการตำรวจจังหวัด

ย่อมต้องมีความ “รับผิดชอบŽ”

ที่แปลว่ารับผิดมากกว่ารับชอบ โดยไม่ต้องสงสัย

จึงอย่าแปลกใจที่ตั้งแต่ต้นสัปดาห์นี้เป็นต้นมาเช่นกัน

ที่เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและทหารจะ “เอาใจใส่”Ž กับความเคลื่อนไหวและการเดินทางของประชาชนเป็นการพิเศษ

ไม่ว่าจะเป็นการตั้งด่านตรวจค้นยวดยานพาหนะในจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ข้ามไปจนกระทั่งถึงการตั้งด่านแบบเดียวกันในจังหวัดชุมพรและประจวบคีรีขันธ์

ซึ่งมิใช่พื้นที่ยึดกุมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์หรือพรรคเพื่อไทยด้วยซ้ำ

มีการตรวจค้นบัตรประจำตัวประชาชนของประชาชนที่เดินทางโดยรถไฟขบวนลำปาง-กรุงเทพมหานคร เป็นที่เอิกเกริก

มีการประกาศอย่างชัดเจนว่าจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างน้อย 24 กองร้อย จำนวน 4,000 นาย

ดูแลความสงบเรียบร้อยบริเวณหน้าศาลฎีกาในวันฟังคำพิพากษา

ที่น่าสนใจก็คือว่า

หากยึดตามที่ พล.อ.ประวิตรระบุ ว่าจนถึงวันนี้ยังไม่มีรายงานเรื่อง “มือที่สามŽ”

ก็ย่อมแปลความได้ว่า มาตรการทั้งหมดที่ออกมานั้น เป็นเพื่อการรับมือกับปฏิกิริยาจากมวลชนที่สนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ สนับสนุนพรรคเพื่อไทย และเห็นต่างไปจากคณะทหาร

ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง

ก็หมายความว่าตลอดช่วงเวลา 3 ปีของการรัฐประหาร

กระบวนการปรองดองยังย่ำเท้าอยู่กับที่