หน้าแรก คอลัมนิสต์ บารมี การเมือ...

บารมี การเมือง ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลัง ’25 สิงหาคม’

25.08.17 | 12:45 น.
แฟ้มภาพ

เหมือนกับการอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเป็นจุดยุติ

เป็นเช่นนั้นจริงหรือ

หากติดตามฟังเสียงจากหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่ชอบ คสช.เห็นด้วยกับรัฐประหาร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่ไม่ชอบ คสช.ไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร

ล้วนเห็นตรงกัน นั่นก็คือ ไม่น่าจะยุติ

ทุกอย่างจะดำเนินไปในแบบที่มีการกล่าวในภาษาอังกฤษว่า เดอะ บีกินนิ่ง ออฟ ดิ เอนด์ นั่นก็คือเหมือนจะจบแต่ไม่อวสาน

Advertisement

ความหมายจึงหมายความว่าเท่ากับเป็น “การเริ่มต้น”

เรียกตามสำนวนของนักรัฐศาสตร์ก็ต้องว่า เป็นจุดตัด เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ อันนำไปสู่อีกมิติ 1 ในทางการเมือง

เอากันง่ายๆ สมมุติว่าเส้นทางของคำพิพากษาเป็นไปในแบบที่ลงโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อาจสร้างความพอใจให้ฝ่าย 1

แต่อีกฝ่าย 1 ก็ไม่พอใจ

ขณะเดียวกัน สมมุติว่าเส้นทางของคำพิพากษาเป็นไปในแบบเป็นคุณให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็อาจสร้างความพอใจให้กับฝ่ายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

แต่ฝ่ายตรงกันข้ามก็ย่อมจะหงุดหงิด ไม่พอใจ

คนอาจไม่กล้าไปล่วงเกินหรือวิพากษ์วิจารณ์ต่อการวินิจฉัยของคณะตุลาการแห่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

แต่นั่นมิได้หมายว่าฝ่าย “การเมือง” จะรอดพ้น

โครงการรับจำนำข้าวเป็น “ประเด็น” ทางการเมืองตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 มาแล้ว สิ่งที่มีการขับเคลื่อน เดินหน้ากระทั่งไปถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เพียงแต่สนองตอบต่อความต้องการนั้นในทางการเมือง

คดีจากโครงการรับจำนำข้าวเป็นคดีในทางการเมืองอย่างแน่นอน ไม่เพียงเพราะผู้กล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาล้วนอยู่ในปริมณฑลทางการเมือง

ตัว “ศาล” เองก็เด่นชัด

หากไม่เด่นชัดท่านคงไม่ได้ชื่อว่า เป็น “ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” อย่างแน่นอน

คดีนี้จึงมากด้วยความละเอียดอ่อน

ยิ่งสถานการณ์ก่อนมาถึงวันที่ 25 สิงหาคม ยิ่งมากด้วยความละเอียดอ่อน สัมผัสได้จากอาการของ 1 กกล.รส.1 จากกระทรวงมหาดไทย และ 1 จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทุกอย่างดำเนินไปตามหลักการ “ไม่ห้าม” แต่ “ไม่อยากให้มา”

คำว่า “มา” ในที่นี้ คือ การเดินทางมายังบริเวณพื้นที่หน้าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องของการให้ “กำลังใจ” มิได้เป็นการชุมนุมทางการเมือง

การมาของ “มวลชน” ไม่ว่าจะมีจำนวนมากเท่าใด มากกว่าเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ใกล้เคียงกับจำนวนที่มีการคาดหมาย คือ 3,000-3,500 คนหรือไม่

นั่นแหละคือสัญญาณอันแหลมคมยิ่ง

ถามว่าเส้นทางของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังสถานการณ์ในวันที่ 25 สิงหาคม จะดำเนินไปอย่างไรในพรมแดนทางการเมือง

ตอบได้เลยว่า เธอจะเป็นเหมือน “ทักษิณ”

เพียงแต่ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นผลจากรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 เพียงแต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผลจากรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือ “บารมี” ทางการเมือง