คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา โดย ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธานจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่ายเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา
ต่อจากนั้นวันที่ 22 สิงหาคม ประกาศเปิดศูนย์ประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูปการศึกษาในสำนักงานสภาการศึกษา ปิดช่องทางการสื่อสารผ่านระบบดิจิทัล เปิดเว็บไซต์ www.thaiedreform.org และเฟซบุ๊กเพจ ร่วมปฏิรูปการศึกษาไทย จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล์) [email protected] เชิญชวนผู้มีส่วนได้เสีย ผู้สนใจส่งความคิดเห็นข้อเสนอแนะ ข้อท้วงติง
กันให้กว้างขวาง
ครับ เปิดศักราชใหม่การบริหารการศึกษาแบบมีส่วนร่วมอีกรอบหนึ่ง แต่จะได้รับการสนองตอบแค่ไหน ภายใต้บรรยากาศสมานฉันท์ปรองดอง เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมดังกล่าวตามหลักการการสื่อสาร 2 ทาง คงต้องเริ่มต้นที่ต้นทาง ตัวผู้สื่อสารก่อนเป็นลำดับแรก คือคณะกรรมการอิสระนั่นเอง ทำอะไร ไปถึงไหน บอกกล่าวเล่าสิบ รายงานให้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะผู้สนใจได้รับรู้ความเคลื่อนไหว เป็นไปทุกระยะอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม นอกจากแนวคิดแล้ว วิธีปฏิบัติ กระบวนการที่จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างไร
ในการประชุมเปิดรับฟังความคิดเห็น มีการนำเสนอโดยประธานคณะอนุกรรมการแต่ละด้านทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ เด็กเล็ก กองทุน ครูและอาจารย์ การจัดการเรียนการสอน และการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ผู้เข้าร่วมเวทีคงได้รับรู้ทิศทางและความคืบหน้าของการดำเนินงานบ้างแล้ว แต่ผู้คนทั้งที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมอีกมากที่สนใจแต่ไม่มีโอกาสไปร่วมน่าจะได้รับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้น
จุดนี้แหละครับ การบริหารจัดการเว็บไซต์ให้ทันสมัยมีความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญจำเป็นมาก
โดยเฉพาะประเด็นซึ่งจะส่งผลถึงความสำเร็จ หรือล้มเหลวของการปฏิรูปการศึกษารอบนี้ ที่อยู่ในความสนใจของผู้เกี่ยวข้อง มีส่วนได้เสียจำนวนมาก
การปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ชื่อตามคณะอนุกรรมการชุดที่ 5 มีคุณไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ผู้ผลักดันโรงเรียนกำเนิดวิทย์ เป็นประธาน รองประธานอีก 2 ท่าน คือ คุณตวง
อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คุณศุภชัย เจียรวนนท์
หัวหน้าทีมภาคเอกชนในคณะทำงานร่วมรัฐ-เอกชน-ประชาชน (ประชารัฐ) ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ
แนวคิด ทิศทาง กระบวนการที่จะปฏิรูปโครงสร้าง ปฏิรูปอะไร ตรงไหน อย่างไร โรดแมป พิมพ์เขียว จะปรากฏโฉมออกมาให้ได้มีส่วนร่วมกันวิเคราะห์ความควรจะเป็น ไม่ควรจะเป็น ตลอดจนจะส่งผลกระทบต่อความคาดหวังปฏิรูปการศึกษากันครั้งใหญ่เที่ยวนี้อย่างไร
เนื่องเพราะคณะบุคคลหลักๆ ผู้มีส่วนร่วมคิดในเรื่องเหล่านี้ที่ผ่านมาก็คือ กรรมาธิการการศึกษา สภาปฏิรูปแห่งชาติ ต่อมาเป็นกรรมาธิการการศึกษา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีคุณวิวัฒน์ ศัลยกำธร เป็นประธาน และเป็นรองประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาขณะนี้ กับอีกกลุ่มคือคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีคุณตวงเป็นประธาน และเป็นหนึ่งในกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษาด้วย
สิ่งที่น่าติดตาม คือข้อเสนอของแต่ละคณะดังกล่าวในเรื่องปฏิรูปโครงสร้าง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เสนอให้เป็นยุทธศาสตร์ระยะเร่งด่วน ประการแรก ปรับปรุงกฎหมายเพื่อปฏิรูปการศึกษา จัดโครงสร้างการบริหารการศึกษาใหม่ทั้งระบบ โครงสร้างส่วนกลางแบ่งหน่วยงานออกมาเป็น 4 กลุ่ม 1.กลุ่มกำหนดนโยบายทางการศึกษา 2.กลุ่มปฏิบัติการตามนโยบาย 3.กลุ่มสนับสนุนการจัดการศึกษา 4.กลุ่มตรวจสอบและประกันคุณภาพการศึกษา
โครงสร้างส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ให้มีสภานโยบายและพัฒนาการศึกษาจังหวัด มีคณะกรรมการการปฐมวัยและการประถมศึกษาจังหวัด คณะกรรมการมัธยมศึกษาจังหวัด คณะกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัด และคณะกรรมการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด
ขณะที่ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ รวม 11 เรื่อง หนึ่งในนั้นคือปฏิรูปกฎหมายการศึกษาและร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เนื้อในไม่ได้กล่าวถึงการปฏิรูปโครงสร้างไว้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติก่อนหน้านี้ ซึ่งมุ่งเน้นแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ในระดับล่าง ในจังหวัด ลงไปถึงระดับโรงเรียนมากกว่าโครงสร้างส่วนบน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าพิจารณา คือ ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะถึงแนวทาง และกระบวนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ปฏิรูปการศึกษาของคณะกรรมาธิการการศึกษา สภานิติบัญญัติฯ ขั้นตอนที่ 2 คือ จัดลำดับความสำคัญของยุทธศาสตร์
คณะผู้เสนอทางออกทั้งสามกลุ่ม ก็ไม่ได้จัดลำดับความสำคัญดังที่เสนอมาเช่นกัน
คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา จะมีแนวทาง ข้อยุติอย่างไรต่อข้อเสนอนี้ จะใช้ยาแรงถูกจุดที่ควรจะใช้ หรือค่อยเป็นค่อยไป ต้องติดตาม
โครงสร้างเรื่องใหญ่ เรื่องยุ่งยาก สลับซับซ้อนต้องรอบคอบ รัดกุม ไม่เช่นนั้นจะมีบทเรียนอย่างปฏิรูปรอบที่ผ่านมา ไม่ส่งผลถึงนักเรียนอย่างแท้จริง เกิดขึ้นอีกครั้ง
ผมยังยืนยันความเชื่อ ปฏิรูปครูต้องเป็นหลัก ต้องมาก่อน ทำให้ครูคนเก่าเป็นครูคนใหม่ ปรับแนวคิด กระบวนการเรียนการสอนและหลักสูตรไปพร้อมกัน เพราะครูพบเจอนักเรียนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ครูคือแบบอย่าง ครูคือแรงบันดาลใจ ครูคือผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้นักเรียน

