เมื่อจำเลยไม่ไปขึ้นศาลฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีจำนำข้าว ศาลจึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับและยึดเงินประกันจากนายประกัน 30 ล้านบาท และสั่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามจับตัวให้จำเลยไปฟังคำพิพากษาในเช้าวันที่ 27 กันยายน 2560
เป็นอันว่าบัดนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้ถูกออกหมายจับ เจอะเจอตำรวจไทยที่ไหนต้องถูกจับกุมเพื่อนำส่งตัวให้ศาลฎีกาฯ
แม้คดีนี้จะเป็นคดีอาญา หากแต่เป็นคดีการเมืองที่ต้องขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยนัยของจำเลยในคดี “การเมือง” แม้จะแฝงด้วยคดีอาญา แต่เนื่องจากความผิดครั้งนี้ (หากมี) นับเป็นความผิดทางการเมืองเรื่องนโยบายที่นักการเมืองใช้หาเสียงกับประชาชน
คดีทางการเมือง แทบว่าทุกประเทศจะไม่มีการส่งตัวเหมือนกับผู้ร้ายในคดีอาญาอื่น เป็นผู้ร้ายข้ามแดน ทั้งยังอาจอนุญาตให้ลี้ภัยในประเทศนั้นได้ด้วย
ตามข่าว อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงใช้เส้นทางการหนีออกจากประเทศไทยทางด้านราชอาณาจักรกัมพูชา ซ้ำรอยเดียวกับจอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อปี 2500 หลังจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ปฏิวัติ แต่มีนายตำรวจชื่อ ชุมพล โลหะชาละ ไปส่งถึงชายแดนกัมพูชา เนื่องจากเป็นนายตำรวจติดตาม เมื่อส่งเสร็จแล้วจึงกลับเข้ากรุงเทพฯ มอบตัวกับคณะปฏิวัติ แจ้งว่าปฏิบัติตามหน้าที่ ดูเหมือนว่าไม่ได้รับการลงโทษแต่อย่างใด
ส่วนครั้งนี้ มีข่าวว่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ไม่ทราบว่าเป็นพลเรือน ตำรวจ หรือทหาร นำตัวไปส่งถึงชายแดนกัมพูชา เพื่อข้ามไปยังเกาะกง แล้วเดินทางต่อไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินนานาชาติกัมพูชาออกไปยังประเทศสิงคโปร์ พบกับนายทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย อดีตนายกรัฐมนตรีที่ลี้ภัยและหนีคดีที่เมืองดูไบ
ถึงวันนี้คงมีข่าวคราวของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยว่าอยู่ที่ไหน อยู่อย่างไร อาจจะออกมาจากเจ้าตัวเอง หรือจากผู้ใกล้ชิด หรือผู้สื่อข่าวคนใดคนหนึ่ง
สันนิษฐานไว้ว่า ไม่ว่าคดีนี้จะตัดสินออกมาอย่างไร การเมืองไทยย่อมมีการเปลี่ยนแปลงแน่
แต่เมื่อผลแห่งคดียังไม่มีออกมาว่า “ผิด” หรือ “ถูก” ต้องรอฟังคำพิพากษาวันที่ 27 กันยายนนี้
กระนั้น การเมืองไทยนับแต่วันนี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแน่ โดยเฉพาะกับพรรคเพื่อไทยที่ยังคงความเป็นพรรค เพียงแต่ว่าใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรค ระหว่างนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กับนางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรัฐมนตรี
ถึงวันนี้ ยังคาดเดาไม่ได้ ด้วยว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญยังมีออกมาไม่ครบถ้วน ทั้งยังต้องรอดูจากความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคตัวจริงเสียงจริง โดยเฉพาะประเด็นการหลบหนีคดีออกจากประเทศไทยของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรแอบแฝงหรือไม่ เป็นเรื่องที่ผู้สันทัดกรณีทางการเมืองจะวิเคราะห์เจาะลึกว่าอนาคตทางการเมืองไทยจะเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม วันนี้ยังไม่มีใครบอกสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงไม่ฟังคำพิพากษา เลือกที่จะหลบหนีออกนอกประเทศ และเมื่อถึงวันที่ 27 กันยายน ศาลจะอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย ไม่น่าที่คำพิพากษาจะออกมาว่าไม่มีความผิด เมื่อออกมามีความผิด ตัวนางสาวยิ่งลักษณ์ยังคงได้รับความนิยมจากบรรดาผู้ที่นิยมชมชอบอยู่อีกหรือไม่
หรือว่า ยิ่งมีสองแรงแข็งขันจากพี่ชายนายทักษิณ กับน้องสาวนางสาวยิ่งลักษณ์ผนึกกำลังติดต่อสื่อสารกับกองเชียร์เป็นระยะ ถึงเวลาเลือกตั้ง ตามกำหนดของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรคเพื่อไทยยังคงมีคะแนนนิยมเหนือกว่าคู่แข่งหรือไม่ โดยเฉพาะกับพรรคประชาธิปัตย์ที่น่าได้เปรียบวันนี้ โดยไม่ต้องเคลื่อนไหว
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ “พรรคทหาร” ยังมีตลอดเวลา นับแต่ตั้งสภาปฏิรูปประเทศ ยังจัดตั้งสภานอกระบบที่นำนโยบายของพลเอกประยุทธ์คือ “ธรรมาภิบาล” มาแปรเป็น “สภาธรรมาภิบาล” มีนายทหารนอกราชการหลายคนเป็นตัวตั้งตัวตี จะมีความเป็นไปได้ หรือเกิดเป็นจริงหรือไม่ อีกไม่นานเกินรอ

