ย่างเข้าเดือนกันยายนแล้ว เมื่อมองย้อนทบทวนถึงเหตุการณ์ตลอดเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จะพบว่าเป็นเดือนที่มีข่าวใหญ่เกิดขึ้นมากมาย เป็นเดือนที่มีเหตุใหญ่เกี่ยวข้องกับผู้นำทางการเมือง บุคคลสำคัญทางการเมือง หลายต่อหลายเรื่อง
เปิดฉากวันที่ 1 สิงหาคม ก็มีข่าวใหญ่ ต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม ก็มีข่าวใหญ่ทิ้งท้ายในวันสิ้นเดือนอีก
แน่นอนว่าในเรื่องคดีความตามกฎหมายนั้น ต้องเคารพในกระบวนการยุติธรรม ไม่อาจเข้าไปก้าวล่วงได้
แต่ทุกเรื่องมีผลที่ตามมาอีกต่างหาก คือผลในทางการเมือง ผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของมวลชนที่สนับสนุนนักการเมืองหรือพรรคการเมืองต่างๆ รวมทั้งต่อชาวบ้านที่เฝ้ามองการเมืองอย่างใกล้ชิด
กล่าวเฉพาะในทางการเมือง ไม่เกี่ยวกับขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม
ต้องบอกว่า ทำให้นักวิเคราะห์การเมือง ประชาชนที่สนใจติดตามทางการเมือง ล้วนมองเห็นตรงกันอย่างหนึ่งว่า
บรรยากาศการบ้านการเมืองตลอดเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้น
บ่งบอกว่าบ้านเมืองเราไม่ได้ก้าวไปไหนเลย
ยังคงย่ำอยู่ในจุดเดิม แถมยังน่าวิตกกังวลว่าจะนำไปสู่ความขัดแย้งแตกแยกรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่
กว่า 10 ปีที่ผ่านมา รู้กันดีว่าบ้านเมืองเต็มไปด้วยความขัดแย้งแตกแยกอย่างรุนแรง
จนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ด้วยเหตุผลว่า เพื่อหยุดยั้งสถานการณ์ไม่ให้เกิดการนองเลือดจากการเผชิญหน้าของประชาชน 2 ฝ่าย
แต่ในความเป็นจริง มีคำถามว่า กระบวนการจัดการปัญหาของผู้ที่เข้ามาควบคุมบ้านเมืองเมื่อปี 2549 ได้นำไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งได้จริงหรือไม่
ถ้าจริง แล้วทำไมหลังจากนั้นบรรยากาศในบ้านเมืองกลับยิ่งแตกแยกกันหนักหน่วงมากขึ้นไปอีก
จนกระทั่งเกิดการรัฐประหารเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 โดยคราวนี้บอกว่าจะแก้ไขความขัดแย้งให้จบสิ้น สลายสีให้หมดไป สร้างความสามัคคีปรองดองขึ้นมาให้ได้
เพื่อให้ประเทศไทยและคนไทยกลับมารักกันเหมือนเดิม
ตลอด 3 ปีเศษ ในยุคของการหยุดประชาธิปไตย เพื่อจัดระบบระเบียบ เพื่อสร้างความปรองดอง
ทุกฝ่ายก็คาดหวังว่าสถานการณ์ของสังคมไทยน่าจะคลี่คลายไปสู่สิ่งใหม่ ก้าวพ้นจากจุดเดิมๆ ไปเสียที
แต่แล้วบทสรุปหลังพ้นจากเดือนสิงหาคมก็คือ สังคมการเมืองไทยยังอยู่ในจุดเดิมอย่างแน่นอน
เมื่อ 3 ปีก่อน มีการพูดถึงจุดสำคัญในการพลิกโฉมการแก้ไขความขัดแย้งก็คือ ต้องให้คนที่หนีไปต่างประเทศกลับมาให้ได้ ด้วยการสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้น
แต่ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กลับมีผู้นำการเมืองอีกคนต้องหนีออกนอกประเทศไปอีก
ยิ่งน่าเป็นห่วงว่า ความขัดแย้งจะยิ่งยกระดับเพิ่มดีกรีขึ้นอีกหรือไม่
จนสรุปได้ว่า ความเป็นไปทางการเมืองในเดือนสิงหาคม ตั้งแต่วันแรกของเดือนจนถึงวันสิ้นสุดของเดือน
เหมือนนั่งดูหนังม้วนเดิมเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว
……………..
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

