เหมือนกับการเลื่อนระยะเวลาของ “การเลือกตั้ง” จากที่คาดหมายว่าเป็นปลายปี 2561 ไปยังต้นหรือกลางปี 2562 มิได้เป็นเรื่องยาก
หากมองจาก “อดีต” ก็เคยทำมาแล้ว
หากสดับตรับฟังจากบทเพลงขอคืนความสุข โดยเฉพาะท่อนเอื้อนที่ว่า “ขอเวลาอีกไม่นาน” ก็ชวนให้คิดว่าการเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นในปี 2558
เหมือนหลังรัฐประหารเดือนกันยายน 2549
เพราะพลันที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เข้าดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีเดือนธันวาคม 2550 ก็มีการเลือกตั้ง
แล้วคนไทยก็ได้ นายสมัคร สุนทรเวช เป็น นายกรัฐมนตรี
แต่แล้วก็เกิด “ปฏิญญาโตเกียว” เลื่อนเป็นเลือกตั้งในปี 2559 แต่แล้วก็เกิด “ปฏิญญานิวยอร์ก” เลื่อนเป็นเลือกตั้งในปี 2560
ทุกอย่างล้วนดำรงอยู่บนฐานแห่งความไม่แน่นอน
เมื่อ คสช.สามารถเลื่อนจากปี 2558 เป็นปี 2559 และเป็นปี 2560 กระทั่งปี 2561 ได้แล้ว เหตุใดจะไม่สามารถเลื่อนไปยังปี 2562 เล่า
เพราะ “ฤๅษีเกวาลัน” ก็ยืนยันในความมั่นคง
เพราะไม่ว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไม่ว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถตอบได้
พลอยให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตอบไม่ได้ไปด้วย
ที่ฝ่ายธุรการแห่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดทำไทม์ไลน์และกำหนดออกมาว่าการเลือกตั้งน่าจะเป็นในเดือนสิงหาคม 2561
ก็ทำไปเหมือนกับเป็น “ตุ๊กตา”
ในความเป็นจริงทางการปฏิบัติ สถานการณ์ก็ทำให้เกิดสภาพอย่างที่เรียกว่าตุ๊กตา “ล้มลุก” เกิดขึ้นได้ มิใช่หรือ
แต่สำหรับจากปี 2561 เป็น 2562 น่าจะมิได้เป็นกรณีธรรมดา
ตอนที่เลื่อนจากปี 2558 เป็น 2559 ประชาชนอาจเห็นว่ามีเงื่อนไขบางอย่างโดยเฉพาะร่างรัฐธรรมนูญยังไม่เรียบร้อย
ไม่เรียบร้อยเพราะร่างแรกถูก “คว่ำ”
ส่งผลให้คณะกรรมาธิการยกร่างในกำกับของ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ต้องถอยออกไปแล้วแต่งตั้ง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ
จากปี 2560 มาเป็นปี 2561 จึงสามารถรับได้ ไม่มีปฏิกิริยาอะไร
แต่หากมีความจำเป็นต้องเลื่อนจากสิงหาคม 2561 ไปเป็นปี 2562 ไม่ว่าจะเป็นต้นปีหรือกลางปี ก็ไม่แน่เสียแล้วว่าจะราบรื่นเหมือนยืนอยู่บนเนินเขา
เพราะเท่ากับ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ทายถูกต้อง
เป็นการทายจากสัมผัสบทบาทของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นการทายจากสัมผัสบทบาทของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ยิ้มเห็นแก้ม แย้มเห็นไรฟัน
พลันที่การทำนายกลายเป็นเรื่องจริง ก็เท่ากับ “ปรากฏการณ์” สะท้อนให้เห็นแก่นแกนอันเป็น “ธาตุแท้” จนหมดสิ้น
การเลื่อนระยะเวลา “เลือกตั้ง” มิได้เป็นเรื่องใหม่ ตรงกันข้าม คสช.และรัฐบาลหรือ “แม่น้ำ 5 สาย” ได้ร่วมกันปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
กระนั้น ยิ่งเลื่อนก็ยิ่งทำให้ “ไต๋” ถูกปลิ้นออกมา
ตอกย้ำ ซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยเฉพาะบทสรุปอันรวบรัดยิ่งจากกรณีการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกเมื่อเดือนกันยายน 2558 ที่ว่า “เขาอยากอยู่ยาว”
เมื่อผลิตซ้ำ ระยะเวลา “อยู่ยาว” ก็อาจกลายเป็นปัญหา

