ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ไม่ว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล มีเอกภาพใน “ข้อมูล”
เพียงแต่อาจ “ตั้งการ์ด” แตกต่างกัน
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา โยนไปให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ขณะเดียวกัน ก็รอคำสั่งจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
เพราะว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น ผู้บังคับบัญชา
เพราะว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.มอบหมายความรับผิดชอบในเรื่อง “คดี” ให้กับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เรียบร้อยไปแล้ว
ถามว่า เอกภาพใน “ข้อมูล” นั้นคืออะไร
คำตอบก็คือ เอกภาพในรายละเอียดจากข้อมูลการหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าดำเนินไปอย่างไร
ความจริง หากใครติดตามบทบาทและการเคลื่อนไหวของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล อย่างชนิดเกาะติดก็จะสามารถปะติดปะต่อได้
เริ่มจากการแถลงเมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่สระบุรี
“การสืบสวนติดตามมีความคืบหน้าแต่เปิดเผยไม่ได้ เนื่องจากเป็นเรื่องความมั่นคงที่ต้องให้ทางกองทัพตอบ”
แล้วความคืบหน้าก็ปรากฏผ่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
“เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทาง จุดที่กล้องวงจรปิดจับภาพได้ คือช่วงผ่านด่านทหารจังหวัดสระแก้ว”
เมื่อฟังจาก พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล
“จากการสืบสวนมีหลักฐานต้องสงสัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางไปทางจังหวัดสระแก้วข้อมูลที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ระบุน่าจะเป็นของหน่วยความมั่นคงอื่นด้วย แต่สอดคล้องกับข้อมูลของตำรวจ”
รถเก๋งที่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลบหนีก็มิใช่โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ หากแต่เป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์
ความละเอียดอ่อนของเรื่องนี้ที่ทำให้ไม่ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ไม่ว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ต้องมากด้วยความระมัดระวัง
เพราะเป็นเรื่องที่สัมพันธ์กับ “ทหาร” 1 ด่านสุดท้ายที่ปรากฏร่องรอยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือด่านทหารจังหวัดสระแก้ว 1 มีความเป็นไปได้สูงอย่างยิ่งที่รถเก๋งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยสารไปจะเป็นรถของทหารเช่นเดียวกัน
เช่นนี้เอง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล จึงระบุในวันที่ 8 กันยายนอีกว่า
“ข้อมูลที่ส่งให้ทางกองทัพพิจารณาจะดำเนินคดีกับผู้ใดหรือไม่ขึ้นอยู่กับทางกองทัพ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการประสานมา”
เท่ากับเป็นการยืนยัน “ข้อมูล” ที่แถลงเมื่อวันที่ 5 กันยายน
ที่เคยบอกและแสดงความเห็นว่า คนที่มีบทบาทในการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลบหนีน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็เด่นชัดว่า ไม่ใช่
ตรงกันข้าม จากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ระบุ จากที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ระบุกลับแสดงแนวโน้มว่าน่าจะเป็น “ทหาร”
ท่าทีที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่เป็น “เอกภาพ” น่าจะอยู่ที่ว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ กับ เจ้าหน้าที่ทหาร ใครจะเป็นคนรับผิดชอบในการแจ้งความร้องทุกข์
เพราะหากเห็นว่าเป็นภาระของ “ตำรวจ”
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา คงขานรับมาตั้งแต่ต้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล คงไม่รอการประสานจากกองทัพ
กระนั้น เรื่องนี้ก็ไม่น่าจะจบในวัน 2 วัน

