อย่าปฏิเสธว่าประชาธิปไตยไม่ใช่ความเท่าเทียมแม้ในข้อเท็จจริง ทุกสังคมล้วนแล้วแต่มี “อภิสิทธิ์ อิทธิพล และผลประโยชน์” สอดแทรกอยู่ในทุกวงการ
หากห้วงที่ผ่านมา นับแต่ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างเรียนรู้เรื่องสิทธิเสรีภาพของตัวเอง และพยายามรักษาสิทธิเสรีภาพนั้นไม่ให้ใครมาละเมิดอย่างง่ายดาย และพยายามไม่ไปละเมิดใครอื่น การปกครองระบอบประชาธิปไตยจึงแผ่ขยายออกมาจากต้นทางเดิม กระทั่งแผ่ออกไปยังทุกมุมเมืองของโลก
ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีความพยายามที่จะอธิบายและดำเนินการให้การปกครองเป็นประชาธิปไตยจากประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน วิธีที่ดีที่สุดนับแต่นั้นมาคือเกิดจากการให้สิทธิและความเท่าเทียมกันในหมู่ประชาชนทุกหมู่เหล่าอย่างมีเงื่อนไข อย่างน้อยคือประชาชนที่มีอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ และเงื่อนไขอื่นตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรและประเทศนั้น
คือการให้สิทธิและเสรีภาพในการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 1 คน ต่อ 1 คะแนนเสียง เท่าเทียมกัน
ขณะผู้อาสาสมัครเพื่อเข้าไปดำเนินการปกครองประเทศ รัฐธรรมนูญกำหนดคุณสมบัติและต้องได้รับการตรวจสอบ ต้องมีวาระในการเป็นผู้บริหารประเทศ เข้าไปทำหน้าที่ออกกฎหมาย บังคับให้เป็นตามกฎหมาย
ทุกรัฐจึงถือกฎหมายเป็นสำคัญ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากทำผิดไปจากกฎหมายต้องได้รับการลงโทษตามความผิดที่กำหนดไว้ในกฎหมาย
เพราะกฎหมายออกโดยสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่นิติบัญญัติ ส่วนผู้ที่ต้องการเข้าไปเป็นรัฐบาลตามกำหนด คือผู้ได้รับเสียงข้างมากที่รวมตัวกันเป็นรัฐบาล ไม่ว่าจะในรูปของพรรคการเมือง หรือในรูปเอกเทศ
ในการนี้ ความเป็นพรรคการเมืองจะเกิดจากการรวมตัวของผู้เข้าไปเป็นสมาชิกโดยปริยาย ไม่ได้หมายความว่าต้องมีกำหนดกฎเกณฑ์อย่างใดทั้งสิ้น การกำหนดความเป็นพรรคการเมืองว่าต้องมีคุณสมบัติอย่างไร เป็นเรื่องของสมาชิกนั้น รัฐไม่จำเป็นต้องไปกำหนดกฎเกณฑ์ให้มากเรื่อง
ผู้ที่จะเข้าร่วมพรรคการเมืองเดียวกัน คือผู้ที่มีแนวทางหรือเรียกว่านโยบายไปในทิศทางที่สำคัญส่วนใหญ่ ประเทศที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยปกครองมานาน ไม่ว่าจะเป็นในระบบรัฐสภา มีสหราชอาณาจักรเป็นต้นแบบ ในระบบประธานาธิบดี มีสหรัฐอเมริกาเป็นต้นแบบ หรือในระบบผสมระหว่างรัฐสภากับประธานาธิบดี ที่มีประเทศฝรั่งเศสเป็นต้นแบบ ผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดี ไม่ว่าจะสมาชิกรัฐสภาที่ต้องไปเลือกนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง ต้องได้รับเลือกตั้ง และไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง ดังเช่นการสมัครเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาทุกยุคทุกสมัย มีผู้ไม่สังกัดพรรคมาโดยตลอด
ระบบการเลือกตั้งมีหลายรูปแบบ ประเทศไทยแทบจะเรียกว่าผ่านมาทุกรูปแบบ ขณะที่การจะก้าวเข้าไปเป็นผู้นำประเทศ ถึงอย่างไรต้องผ่านการสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภา ซึ่งอาจจะต้องผ่านทั้งสองสภา คือ สมาชิกวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร หรือผ่านเพียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสภาเดียว ย่อมถือว่าผ่านเสียงข้างมากของผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งทั้งสิ้น
ที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงมีความสำคัญ เพราะมาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่ากฎหมายจะกำหนดให้สังกัดพรรคหรือไม่ ถึงอย่างไร ผู้ที่จะเป็นผู้นำประเทศในระบอบประชาธิปไตยต้องผ่านการสนับสนุนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมากทั้งสิ้น
วันนี้ การที่ประเทศไทยยังเอ้อเร้อเอ้อเต่อพูดกันเพียงเรื่องเดียวว่า รัฐบาลซึ่งมาจากการรัฐประหารจะกำหนดให้มีเลือกตั้งเมื่อไหร่ จะเป็นไปตามที่มีสัญญาประชาคมว่าหลังจากมีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และมีกฎหมายลูกซึ่งเป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเลือกตั้ง รวม 4 ฉบับเสร็จสิ้น รวมทั้งที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่า เมื่อนั่นเมื่อนี่จะมีการเลือกตั้งหรือไม่
แล้วทำไมวันนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ (ไม่ว่ากันดอก หากมีกรณีสำคัญเกิดขึ้นในอนาคตที่ทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนไป อย่างนั้นไม่ว่ากันอยู่แล้ว จริงไหม พี่น้อง)
เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

