เขาว่า คนจิตอ่อน ขวัญอ่อน ภูมิต้านทานต่ำ มักจะเจอ “ผี”
ดังนั้น ถ้าไม่อยากเจอผีหลอก
จิตต้องแข็ง ขวัญต้องแกร่ง และภูมิต้านทานต้องสูง
เปรียบกับอะไรดีล่ะ
รัฐบาล ก็แล้วกัน-แฮ่ม
เพราะว่ากันว่า มีคน “รู้สึก” เจอ ผีทักษิณ ผียิ่งลักษณ์ ผีเลือกตั้ง ตามหลอกหลอนอยู่โดยตลอด
ต้องเสริม จิต-ขวัญ-ภูมิต้านทาน โดยด่วน
ซึ่งไม่มีอะไรดีกว่า ความพยายามสร้างผลงานให้เข้าตาประชาชน
“ประชาชนนิยม” นี่แหละ “ของขลัง” ชั้นดี
แต่กระนั้น ที่รัฐบาลเผชิญคำถามหนักๆ อยู่ขณะนี้ คือ “ผลงานเข้าตา” ประชาชนหรือเปล่า
คำตอบก็คงออกไปหลายทาง แล้วแต่ใครมอง
อย่างไรก็ตาม ในแง่ปรากฏการณ์ ก็อาจทำให้เราเห็น “แนวโน้ม” อะไรบางอย่าง
เช่น การที่มีคน “ไม่อยาก” มีเลือกตั้ง หรือมีก็ได้แต่ขอ “ยืด” ออกไปนานๆ หน่อยได้ไหม
เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า “เลือกตั้ง” คือการแข่งขัน คนชนะ ประชาชนต้องนิยม
ดังนั้นหวังชนะผลงานต้องดี การไม่อยากเลือกตั้งหรืออยากเลื่อนออกไป จึงน่าจะสรุปได้ระดับหนึ่งว่า “ไม่มั่นใจในผลงานของตนเอง”
กลัวประชาชนไม่นิยมว่างั้นเถอะ ซึ่งมันก็วนไปยังตอนต้น นั่นก็คือ รัฐบาลยังมีของขลังไม่ดี
เลยรู้สึก “หลอน” ว่ามี ผีทักษิณ ผียิ่งลักษณ์ ผีเลือกตั้ง มาตามหลอกอยู่ตลอดเวลา
เป็นกงเกวียนกำเกวียนอยู่ในขณะนี้
ภาวะ “วนเวียนซ้ำซาก” ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน
เพราะยิ่งยืดเวลาออกไปเท่าใด ภาวะแทรกซ้อนก็มีโอกาสเบียดเข้ามามากเท่านั้น
ดูอย่าง พี่กลาง ในกลุ่ม 3 ป. นั่นสิ อุตส่าห์ใช้ยุทธวิธี “พยัคฆ์ซุ่ม” ด้วยการไม่ออกมาอยู่ในโฟกัสของสังคม ต่างจากพี่ใหญ่ ป.และน้องเล็ก ป. ที่ให้สปอตไลต์สาดแสงใส่ตลอดเวลา
แต่ “ซุ่ม” อย่างไร ก็ “ซุ่ม” ไม่อยู่
กลายเป็นตำบลกระสุนตก จนแทบโงหัวไม่ขึ้น
นับตั้งแต่ ปัญหาที่ดินอัลไพน์ วิญญาณยายเนื่อมทำให้เรื่องที่เหมือนจะจบแต่ก็ไม่จบ ผู้ที่ได้ผลกระทบไม่ใช่ฝ่ายตรงข้ามที่ถูกตามบดขยี้ หากแต่วนกลับมายังผู้ตามบี้ด้วย
จากที่ดินอัลไพน์ ลามไปยังที่ดินสาธารณะห้วยเม็ก อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น–ที่คนโบร่ำโบราณ บอกลูกบอกหลาน นักหนาว่าอย่าไปรบกวน ดอนปู่ตาปู่ยาย โคก ป่าช้า เด็ดขาดจะเจออาถรรพ์
ป่าชุมชนห้วยเม็ก ที่ชาวบ้านเล่าว่าเคยเป็นป่าช้าและเป็น ดอนปู่ตาปู่ยาย เมื่อถูกเอาไปเป็น ความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน ที่กันชาวบ้านไปเป็นคนนอก ก็เลยแสดงอิทธิฤทธิ์ให้เห็น
ร้อนกันไปทั้ง พยัคฆ์และกระทิง(แดง)
ยังไม่รู้ว่า จะหาทางลงดีๆ อย่างไร
จากนั้น ปัญหาดินก็ลามขึ้นไปยังฟ้า “เรือเหาะ” 350 ล้าน ตกอยู่ในสถานการณ์ เปื่อยยุ่ย เป็น “ธุลีดิน” ที่แทบจะสูญเปล่า
เป็นหนึ่งในโครงการแก้ปัญหาภาคใต้ ที่ไร้ประสิทธิภาพ
โดยมีคำถามว่า ฝ่ายที่คิด ฝ่ายที่อนุมัติ ควรจะมีส่วนรับผิดชอบ เหมือนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นฝ่ายนโยบาย แต่ “ต้อง” รับผิดชอบฝ่ายปฏิบัติที่ทำให้เกิดความเสียหาย ดังกรณีรับจำนำข้าว จนกลายเป็น “ผี” ล่องลอยอยู่ไหนก็ไม่รู้ หรือไม่
หรือจะให้เงียบๆ ไปเหมือนกรณี ไม้ป่าช้า จีที200 ที่คนในกองทัพหัวร่อมิออกร่ำไห้มิได้
ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ ใครจะนึก ว่าจู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมา
โผล่มาแล้ว ก็แก้ไขยาก
ที่เชื่อว่า การอยู่นานๆ เพื่อสร้างผลงานให้ประชาชนนิยมก่อนและค่อยเลือกตั้งก็อาจไม่จริง
เพราะอยู่ไปนานๆ ก็เปิดโอกาสให้ มีเหตุไม่คาดฝัน เบียดแทรกเข้ามาได้ตลอดเวลา
พลอยฉุดให้ “ขวัญ-จิต-ภูมิต้านทาน” อ่อน
เปิดทางให้ผีต่างๆ มาตามหลอก มาตามหลอน บรื๋ออ…
………………
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

