เป้าหมายมีไว้หลับตาพุ่งชน โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

แฟ้มภาพ

เมื่อ กกต.อยากจะฟ้องร้องผู้มีส่วนในการขัดขวางเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 จนทำให้กลายเป็นโมฆะและรัฐต้องเสียหาย หลายคนฟังแล้วก็ว่าดี จะได้มาค้นหาความจริงกันให้ชัดเสียทีว่า ใครที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายในวันนั้น จะได้มีข้อสรุป จะได้ทบทวนเป็นบทเรียน

เพราะผลพวงจากเหตุการณ์ล้มเลือกตั้ง ได้นำมาสู่การล้มกันทั้งกระดาน บรรยากาศการเมืองไม่ใช่ยุคประชาธิปไตยปกติ แล้วก็ต้องมานั่งวิพากษ์วิจารณ์การถอยหลังสุดกู่ของรัฐธรรมนูญใหม่ที่กำลังร่างกันอยู่เวลานี้

ด้วยคนจำนวนมากไม่อยากให้สังคมไทยต้องถอยหลังไป 30-40 ปี

ทั้งๆ ที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ซึ่งกระทำผิดพลาดทางการเมืองครั้งใหญ่ในเรื่องนิรโทษกรรมเหมาเข่ง เป็นชนวนให้ประชาชนออกมาต่อต้าน แต่ก็ยอมถอย ด้วยการยุบสภาและประกาศให้เลือกตั้งใหม่ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557

ถ้าแกนนำม็อบต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ยอมเลือกทางออกทางเลือกตั้ง ซึ่งเป็นทางออกที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เปิดไว้อย่างถูกกฎหมายและอยู่ในกรอบประชาธิปไตย

ประชาธิปไตยของเราคงไม่ต้องปิดซ่อมเช่นวันนี้

แต่เพราะแกนนำม็อบไม่เลือกทางประชาธิปไตย สุดท้ายสถานการณ์จึงไปถึงทางตัน เปิดให้ทหารต้องออกมา

ถ้าทหารเข้าควบคุมสถานการณ์เมื่อไร เราก็ต้องอยู่ในบรรยากาศการเมืองอีกแบบหนึ่ง และการร่างรัฐธรรมนูญก็ต้องเป็นไปตามบรรยากาศเช่นนั้น

ถ้าถึงจุดที่ต้องออกมา มันก็ต้องเป็นแบบวันนี้

ทั้งหลายทั้งปวง ต้องเรียกว่าเป็นการมุ่งโค่นล้มรัฐบาลขณะนั้น โดยหวังแต่ผลลัพธ์ ไม่สนใจวิธีการไปสู่เป้าหมาย

เพราะไม่ยึดในระบบ ก็เลยพังทลายกันทั้งระบบ

ขณะเดียวกันในวันนี้ ความผิดหวังในร่างรัฐธรรมนูญ มีผลต่อบรรดาคนกันเองŽ ที่เคยร่วมโค่นรัฐบาลพรรคเพื่อไทยไปด้วย

คนที่เคยร่วมเป่านกหวีดชักแถวออกมาโจมตีร่างรัฐธรรมนูญในหลายประเด็น ถึงขั้นบอกว่าไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน

บ้างก็ว่า การรัฐประหารเพื่อหยุดวิกฤตบ้านเมืองนั้นสามารถทำได้ แต่เมื่อผ่านไปแล้ว ถ้ารัฐบาลทหารอยู่ต่อไปแล้วไม่รับฟังเสียงประชาชน ก็ต้องต่อต้านวิพากษ์วิจารณ์ให้หนัก

นี่คือความผิดหวังจาก คนกันเองŽ ที่โอดครวญ โดยลืมไปว่า เพราะตอนนั้นมุ่งจะเอาชนะโดยไม่สนวิธีการ ลงเอยได้ทำลายระบบไปเรียบร้อยแล้ว

วันนี้จะมาร้องหาระบบที่ประชาชนมีส่วนร่วมได้อย่างไร จากที่ไหน

ในเมื่อร่วมทำลายสิทธิทางการเมืองของประชาชนไปหมดแล้ว จะมาร้องหารัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนได้อีกหรือ

คนกันเองที่ผิดหวังกันเองในวันนี้บางรายงัดข้ออ้างที่ว่า เพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์เหลิงอำนาจและโกงกิน เลยเป็นเงื่อนไขให้ต้องเกิดรัฐประหาร

เพื่อมากลบเกลื่อนว่า ไม่ใช่ความผิดของพวกตัวเอง ที่มุ่งเป้าหมายโดยไม่สนวิธีการ

ปัดว่าเป็นความผิดของรัฐบาลขณะนั้นเองมากกว่า ที่ทำให้เกิดเงื่อนไขล้มกระดาน

พูดโดยแยกไม่ออกว่า เงื่อนไขในการเกิดรัฐประหารกับข้ออ้างเพื่อทำรัฐประหารนั้นคืออะไรกันแน่

และอาจไม่ใช่เงื่อนไขแต่เป็นข้ออ้างมากกว่า

ยอมรับกันได้แล้วว่า เพราะใช้อคติความเกลียดชังมาบดบังเหตุผล เลยมุ่งเป้าหมายโค่นล้มให้ได้ อย่างไม่สนใจในวิธีการ

แล้วจะส่งผลร้ายตามมามากมายมหาศาล เพราะคือการพังทลายทั้งระบบ

เป้าหมายไม่ควรมีไว้พุ่งชนอย่างหลับหูหลับตา อย่างไม่สนว่าอะไรต่อมิอะไรจะย่อยยับไปหมดสิ้น

บทความก่อนหน้านี้ชมคลิปสุดน่ารัก…เดินแบบดี ขายของได้ ‘น้องมะลิ’ ไง จะใครล่ะ
บทความถัดไปรองโฆษกตร.มั่นใจ ไร้มวลชนกดดัน วันสอบปากคำ’สมเด็จช่วง’16 มี.ค.