Milkshake Duck ขุนให้ดัง แล้วพังชีวิตมัน โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล

25.09.17 | 14:19 น.

“ชาวเน็ตทั้งหลายต่างหลงใหลเจ้า Milkshake Duck เป็ดแสนน่ารักที่กินมิลค์เชคได้ด้วย *5 วินาทีต่อมา* ขออภัยด้วยที่ต้องแจ้งให้ทราบว่าเป็ดตัวนี้เป็นพวกเหยียดผิว” – ทวีตของ @pixelatedboat

“ในโลกอนาคต ทุกคนจะโด่งดังไปทั่วโลกเป็นเวลาแค่ 15 นาที” นี่เป็นคำของแอนดี้ วอร์ฮอล์ ในการจัดแสดงงานของเขาในปี 1968 ที่สวีเดน ตัดมาในยุคปัจจุบัน ดูเหมือนทุกคนจะโด่งดังกันคนละ 15 นาทีจริงๆ ด้วยพลังของอินเตอร์เน็ตที่สามารถขยายเสียงคุณให้ดังขนาดไหนก็ได้ เมื่อคุณผลิตงานสักชิ้น อัพสเตตัสสักประโยค หรือถ่ายโฮมวิดีโออัพขึ้นยูทูบ ถึงแม้คุณจะไม่ได้คิดว่าจะทำเพื่อให้ดัง หรือทำเพื่อให้ใครมาเห็น คุณตั้งใจเพียงแค่อยากแสดงออก อยากพูดกับคนที่รอฟังเท่านั้น แต่เผอิญว่าจังหวะทุกอย่างมัน ‘คลิก’ พอดี คุณก็อาจดังในชั่วข้ามคืนในแบบที่ไม่เคยจินตนาการ, ไม่ใฝ่ฝัน กระทั่งไม่เคยปรารถนามาก่อนได้

อย่างที่คุณก็รู้, ความดัง ไม่ได้มีแต่ผลดี, สิ่งที่แอนดี้ วอร์ฮอล์ ไม่ได้บอกก็คือ หลังจากโด่งดัง 15 นาทีนั้นแล้ว เราจะต้องเจอกับอะไรไปอีกชั่วชีวิต?

น้องข้าวเหนียวไก่ เด็กๆ ที่ถูกจับมาเป็นแก๊งนักเลง น้อง #เสียใจแต่ไม่แคร์ ยามหล่อ มช. คือตัวอย่างของคนดังจากอินเตอร์เน็ตชาวไทยที่จู่ๆ ชาวเน็ตก็มอบชื่อเสียงให้ โดยที่พวกเขา (อาจ) ไม่ได้ร้องขอ เทียบกับกระแสต่างประเทศแล้ว พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับคุณแม่ชูบักก้าหรือ Chicken Nugget Kid หนุ่มที่ทวีตหาร้านอาหารเวนดี้ เพื่อถามว่าต้องมีกี่รีทวีตเขาถึงจะได้กินนักเก็ตฟรีตลอดชีวิต (18 ล้านทวีต เขาโด่งดังจนได้ออกรายการของเอลเลน เดเจเนเรสด้วย ถึงแม้จะมีการรีทวีตไม่ถึง 18 ล้านจริง แต่เวนดี้ก็มอบนักเก็ตให้กับเขาฟรีเป็นเวลาหนึ่งปี)

เมื่อพวกเขาดัง อดีตหรือด้านมืดก็มักถูกขุดขึ้นมาแฉ อย่างคุณแม่ชูบักก้าก็ถูกแฉว่าไปคิดเงินค่าแจกลายเซ็นกับแฟนๆ ถึง 20 เหรียญ หรือ Chicken Nugget Kid ก็ถูกแฉว่าจริงๆ แล้วเป็นพวก ‘นักทวงสิทธิผู้ชาย’ (meninist – ที่หลายคนก็น่าตั้งคำถามว่าจะมาทวงสิทธิเพศชายอะไรกันอีกในโลกที่เพศชายใหญ่กว่าผู้หญิงอย่างทุกวันนี้)

Advertisement

ล่าสุด ตำรวจสามนายจากเกนส์วิลล์ ฟลอริดา ที่ทำงานในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากเฮอร์ริเคนเออร์มา ก็โด่งดังขึ้นมาเพราะรูปถ่ายเซลฟี่ของพวกเขาดันหล่อเหลาเอาการมากจนได้สมญาว่าเป็น Hot Cop (ตำรวจหล่อบอกด้วย) แห่งเออร์มา รูปของพวกเขากวาดไลค์และแชร์ได้เป็นหมื่นๆ ครั้ง จนต้นสายวางแผนว่าจะออกเซตปฏิทินตำรวจหล่อเพื่อระดมทุนหารายได้ให้กับผู้ประสบภัยในครั้งนี้ และยังเล่นมุขตลกด้วยการออกแถลงการณ์ว่า “กรุณาอย่าโทร 911 เพื่อขอให้ตำรวจในรูปมาช่วย”

จนกระทั่ง… จนกระทั่ง ขออภัยด้วยที่ต้องแจ้งให้ทราบว่าตำรวจหล่อเป็นพวกเหยียดชาติพันธุ์

มีคนไปขุดโพสต์ของนายตำรวจเออร์มานายหนึ่งในรูปที่โพสต์ตั้งแต่ปี 2003 และ 2011 ที่เป็นการโพสต์มุขตลกเรื่องชาวยิวเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และอีกโพสต์หนึ่งเขาพิมพ์ไว้ว่า “วิธีที่จะดีลกับพวกโง่เง่าก็คือเอาพวกมันเข้าเตาอบแล้วทำแบบเดียวกับฮิตเลอร์” พอมีคนขุดแบบนี้ขึ้นมา-จากที่ ‘นายตำรวจหล่อ’ เคยได้รับความนิยมและเสียงกรี๊ดกร๊าดจากสาวใหญ่สาวน้อย เขาก็พบว่าตัวเองตกที่นั่งลำบาก ถูกเจ้านายสั่งสอบสวนขึ้นมาทันควัน

ใครก็ตามอาจจะดังขึ้นมาจากการกระทำที่แสนธรรมดาบนอินเตอร์เน็ต เด็กคนหนึ่งอาจทะเลาะกับเพื่อนแล้วอัดคลิประบายความแค้นตลกๆ หรืออาจมีคนไข้ถ่ายรูปหมอที่รักษาได้ดีจนเขาประทับใจ ทั้งหมดนี้อาจได้รับการรีทวีต การแชร์ การกดไลค์มากเป็นแสนๆ ครั้ง รายการวาไรตี้โชว์อาจเชิญพวกเขาไปพูด ผู้กำกับโฆษณาอาจคิดว่าถ้ามีพวกเขาอยู่ในคลิปละก็จะต้องทำให้โฆษณา ‘ไวรัล’ ขึ้นแน่ๆ พวกเขารุ่งโรจน์ขึ้นจากความบังเอิญและโอกาสที่อินเตอร์เน็ตมอบให้ จนกระทั่งมีคนไปขุดเจอว่าเด็กคนนั้นเคยโพสต์ข้อความหยาบคายเหยียดเพศ จนกระทั่งมีคนไปขุดเจอว่าหมอคนนั้นเคยพูดถึงคนไข้ในทางเสียหายเมื่อสี่ปีก่อน สิทธิพิเศษทุกอย่างของพวกเขาก็ถูกริบคืนไม่มีเหลือ และอาจถูก ‘เอาไป’ มากกว่าที่พวกเขาเคย ‘ได้รับ’ เสียด้วยซ้ำ พวกเขาอาจคิดว่า “รู้งี้ ก็ไม่น่าดังในเน็ตเลย” แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขามีสิทธิเลือก

อันที่จริงวัฏจักรของการ ‘สร้างชื่อเสียงให้ใครสักคน เพื่อที่จะถล่มเขาลงมา’ เพื่อให้ขายข่าวได้ทั้งขาขึ้น/ขาลง นั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคอินเตอร์เน็ต แต่ด้วยความที่อินเตอร์เน็ตนั้นประกอบไปด้วยฝูงชนจำนวนมหาศาล และเคลื่อนที่อย่างว่องไวมากๆ จึงทำให้มันเหมือนเครื่องจักรขนาดยักษ์ที่พร้อมจะเชิดชูใครก็ตามขึ้นไปสูงมากๆ ก่อนที่จะโยนเขาลงสู่นรก นั่นคือมันทำให้วงจรเหล่านี้เคลื่อนที่ด้วยความรุนแรง และความรวดเร็วที่มากขึ้นหลายเท่า

โดยเฉพาะความที่คนเหล่านี้ดังขึ้นมาจากความ ‘ธรรมดา’ พวกเขาก็อาจไม่มีความพร้อมในการรับมือกับชื่อเสียง อาจไม่สามารถตระเตรียมไปไล่ลบโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่สุ่มเสี่ยงให้หายไปหมด และอาจรับมือกับวิกฤตที่เข้ามาได้เหมือนกับคนที่อยู่ในธุรกิจที่ต้องใช้ชื่อเสียงเพื่อหาเลี้ยงชีพอยู่แล้ว

Brian Koerber แห่ง Mashable เขียนบทความชื่อ “Milkshake Duck: เราต้องหยุดเชิดชูคนที่ไม่ได้ทำอะไรพิเศษบนอินเตอร์เน็ตเสียที” – ถึงแม้การที่ ‘ใครๆ บนอินเตอร์เน็ตก็อาจดังได้’ นั้นอาจเป็นความงามของสื่อชนิดนี้ในสายตาใครบางคน-แต่ไบรอันชวนให้คิดว่าจริงๆ แล้วการที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรที่พิเศษหรือโดดเด่น แต่อินเตอร์เน็ตนั้นมีลักษณะ ‘หิวมีม’ (อยากได้กระแสใหม่ๆ มาเล่น) ตลอดเวลา และสื่อบนอินเตอร์เน็ตก็พยายามหาแง่มุมที่แตกต่างจากคนอื่นในการนำเสนอข่าว ในขณะที่ก็ต้องเกาะกระแสไปด้วย ทำให้ ‘การขุดเอาเรื่องเก่าๆ มาแฉ’ ก็กลายเป็นทริกหนึ่งที่ถูกใช้จนปรุ

เมื่อเราเชิดชูคนหนึ่ง แล้วพบกับความผิดหวังจนต้องขว้างเขาทิ้ง เราก็ต้องหาไอดอลคนใหม่ๆ มา ‘เล่น’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทำให้เกิด Milkshake Duck ตัวใหม่ๆ ไม่รู้จบ

“เรา (ในฐานะชาวเน็ต) ควรมีมาตรฐานที่สูงสักหน่อย ว่าจะให้ความสนใจกับใครหรือไม่ เพื่อที่ว่าถ้าเขาคนนั้นทำให้เราผิดหวังละก็ เราจะได้ไม่ต้อง ‘ผิดหวัง’ อย่างรุนแรงนัก” ไบรอันสรุป