
โลกอนาคตต้องการความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างนวัตกรรมต่างๆ
แจ๊ก หม่า (เจ๊กพ่อค้าโลกผู้ทรงพลังของยุคนี้) บอกว่าการศึกษาเพื่อการพัฒนาประเทศของโลกอนาคต ต้องสร้างคนให้มีความคิดสร้างสรรค์อย่างรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร
แล้วย้ำว่าต้องยกย่องให้ความสำคัญต่อพลังของคนอายุช่วง 30 ปี (หมายความว่าไม่ใช่คนอายุ 60-70)
เหล่านี้ได้ยินแว่วๆ จากผู้ทรงภูมิรู้ของทีวีดิจิทัลช่องอะไรจำไม่ได้ ซึ่งมีข้อมูลมากกว่านี้ แต่ผมจำได้แค่นี้
ประเทศล้าหลัง
นายกฯ หัวหน้า คสช. เร่งรัดกระทรวงศึกษาธิการ ปรับหลักสูตรการศึกษา สร้างแรงงานรองรับอีอีซี (พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก)
“ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองก็ไปไม่ได้ สุดท้ายจะกลายเป็นประเทศล้าหลัง”
“ระบบการศึกษาไทยยังมุ่งเน้นการเรียนให้จบ ได้รับปริญญา แต่ขณะเดียวกันคนจบปริญญาโทปริญญาเอกไปขึ้นทะเบียนคนจน…ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น”
[นายกฯ หัวหน้า คสช. บรรยายพิเศษปิดประชุมสัมมนา “มิติการศึกษาพัฒนาพื้นที่พิเศษ เดินหน้าประเทศไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ที่โรงแรมในพัทยา จ. ชลบุรี เมื่อวันจันทร์ที่ 25 กันยายน 2560]
กีดกันความคิดสร้างสรรค์
ตอนหนึ่งของการบรรยาย (ถ่ายทอดสดทางช่อง NBT) นายกฯ หัวหน้า คสช. บอกว่าไม่ควรมีการแสดงออกทางการเมืองและสังคมของนักเรียนนักศึกษา เพราะมีหน้าที่เรียนหนังสือเท่านั้น
ทัศนะปิดกั้นการแสดงออกทางการเมืองและสังคมของนักเรียนนักศึกษา นี่แหละ “สุดท้ายจะกลายเป็นประเทศล้าหลัง” ดังที่นายกฯ หัวหน้า คสช. พูดไว้เอง
การศึกษาไทยไม่ก้าวหน้าหรือพัฒนาช้า เพราะต้นแบบได้จากการเรียนการสอนบาลีนักธรรมของพระสงฆ์ ด้วยการท่องจำเหมือนสวดปาติโมกข์วันพระใหญ่ในโบสถ์ สมัยแรกจึงเรียกกระทรวงธรรมการ
แม้เปลี่ยนทีหลังเป็น ศึกษาธิการ แต่เนื้อแท้ยังสืบทอดธรรมการจนทุกวันนี้ ดูจากบังคับให้แต่งเครื่องแบบนักเรียนนักศึกษา แล้วควบคุมเน้นท่องจำและยอมจำนน เพื่อผดุงอำนาจของคนชั้นนำ “อยากอยู่ยาว”
เท่ากับกีดกันและทำลายความคิดสร้างสรรค์ตั้งแต่เริ่มเรียน แล้วจะอยู่อย่างไรในโลกอนาคต?
