เหมือนกับเมื่อมีการกล่าวคำ “ขอโทษ” ต่อบรรดา “พี่หมอ” เหมือนกับเมื่อมีการออกคำสั่งย้ำทบทวนคำสั่งตามมาตรา 44 ให้บอร์ด สสส.สามารถเดินหน้าต่อไปได้
ทุกอย่างก็ “ราบรื่น”
หากฟังแต่บรรดา “ทนาย” ข้างหอซึ่งถนัดในทาง “สอพลอ” ก็จะได้รับแต่คำชม ก็จะได้ยินแต่เสียงยกย่องชมเชย
สุด “ยอดดดด” สมกับเป็น “ชายชาติทหาร”
ยิ่งนำไปเปรียบเทียบกับ “นักการเมือง” บางคน ร้อยวันพันปี ไม่เคยเอ่ยปาก “ขอโทษ” แม้จะทำความผิดอย่างมหันต์
แต่นี่เมื่อ “พลาด” ก็พร้อม “ขอโทษ”
กระนั้น หากสดับตรับฟัง “น้ำเสียง” อันสะท้อนท่าทีและความรู้สึกของบรรดา “พี่หมอ” ทั้งหลายกลับดำเนินไปในลักษณะตรงกันข้าม
ส่วนใหญ่ “วางเฉย” ไม่ต่อปาก ไม่ต่อคำ
ไม่ว่าจะเป็น นพ.ประเวศ วะสี ไม่ว่าจะเป็น นพ.มงคล ณ สงขลา และไม่ว่าจะเป็น นพ.วิชัย โชควิวัฒน ก็ตาม
ทำไม
อย่าลืมบทสรุปจากปากของ นพ.ประเวศ วะสี ต่อหน้าแวดวงของคนใน “ประชาคมสาธารณสุข’ ภายหลังคำสั่งปลดบอร์ด สสส. 7 คน
1 ยืนยันว่า เป็น “ความผิดพลาด”
ขณะเดียวกัน 1 ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด ภายใน “ความผิดพลาด” ของ คสช.ครั้งนี้มิได้เป็นความผิดพลาดอย่างที่เรียกว่า “ปกติสภาวะ”
หากเป็นความผิดในทาง “ยุทธศาสตร์”
ถามว่าการทบทวนคำสั่งตามมาตรา 44 โดยไม่ถือว่าบอร์ด สสส.ที่ถูกปลดมีความผิดในข้อกล่าวหาทุจริต คอร์รัปชั่น มีลักษณะอย่างไร
การทบทวนเสมอเป็นเพียงแนวทางในทาง “ยุทธวิธี”
รากที่มาแห่งการเกิด “คำสั่ง” ในลักษณะต่างหากที่ดำเนินไปอย่างสะท้อนถึงกระบวนการทางความคิดในเชิง “ยุทธศาสตร์”
สะท้อนว่า “คสช.” คิดอย่างไรต่อแนวทางในทาง “สุขภาพ”
สะท้อนว่าผลึกในทาง “ความคิด” ของ คสช.ที่มีต่อองค์กรในทางสุขภาพซึ่งจัดตั้งขึ้นในทิศทางแห่งการปฏิรูปตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยการผลักดัน “3 เหลี่ยม เขยื้อนภูเขา” ของ นพ.ประเวศ วะสี มีลักษณะตกผลึกอย่างไร
ตรงนี้ต่างหากคือ “แก่นแท้” แห่งลักษณะในทาง “ยุทธศาสตร์”
ไม่จำเป็นต้องให้ นพ.ประเวศ วะสี อรรถาธิบาย ไม่จำเป็นต้องให้ นพ.มงคล ณ สงขลา โพสต์ข้อความ ไม่จำเป็นต้องให้ นพ.วิชัย โชควิวัฒน เปิดการแถลงข่าว
เพียงแต่ฟังจากปากของ นายคำรณ ชูเดชา ก็จะเข้าใจ
เป็นการแถลงในฐานะผู้ประสานงาน “ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน” หรือที่มีชื่อย่อว่า “ขสช.”
ย่างก้าวของ “คสช.” ของ “รัฐบาล” ครั้งนี้สำคัญ
เป็นย่างก้าวจากการแขวนเลขาธิการ “สปสช.” เป็นย่างก้าวในการเปลี่ยนตัว “รัฐมนตรี” กระทรวงสาธารณสุข
เป็นย่างก้าวในการจัดระเบียบ “สสส.”
กล่าวเฉพาะในกรณีของ “สสส.” สุดท้ายในอนาคต สสส.ก็จะไม่มี และการทำงานต่อไปก็จะเป็นแบบธุรกิจ มีการจัดซื้อจัดจ้าง คิดถึงผลกำไร
นี่คือภาวะ “พลิกเปลี่ยน” อย่างมีนัยสำคัญในทาง “ความคิด”
เหมือนกับการเป็นถอยหลังกลับจากยุคที่วิถีแห่งสุขภาพอยู่ในมือของของ “ภาคประชาสังคม” แล้วหวนกลับไปอยู่ในมือของ “รัฐราชการ”
แต่เนื้อแท้แล้ว มิได้เป็นอย่างนั้น
ตรงกันข้าม เป็นการเข้ามาของ “นีโอ คอนเซอร์เวทีฟ” มากกว่า
นับแต่มีคำสั่งตามมาตรา 44 ออกมากระบวนการขับเคลื่อน “สุขภาพ” ก็เกิดการแปรเปลี่ยนอย่างลึกซึ้ง
มิได้เป็นการปรับเปลี่ยนในทาง “ยุทธวิธี” หากแต่เป็นการปรับเปลี่ยนในทาง “ยุทธศาสตร์” และมีผลสะเทือนมิใช่ในทาง “ยุทธวิธี” หากแต่ลึกซึ้งถึง “ยุทธศาสตร์”
เท่ากับเป็นการแบ่งยุค เท่ากับเป็นการแบ่งสมัย

