‘วาสนา’ที่ไม่ชอบธรรม
ในเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของงานราชการ เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ
ตำแหน่งใหม่ หน้าที่การงานใหม่ ย่ำอยู่ที่เดิม หรือได้ดิบได้ดีเป็นศรีแก่วงศ์ตระกูลหรือไม่ คำตอบอยู่ในช่วงเดือนนี้
มนุษย์เราทุกคนไม่ว่าจะมีอาชีพอะไรล้วนแล้วแต่หวังความก้าวหน้าในชีวิต การได้รับแต่งตั้งตำแหน่งที่สูงขึ้นย่อมเป็นความปรารถนาของทุกผู้ทุกคน
แต่เนื่องจากธรรมชาติของหน้าที่การงานในทุกอาชีพ ตำแหน่งสูงมากมีน้อยลงเรื่อยๆ จากพนักงานธรรมดาที่อยู่มาก เรียวเล็กขึ้นเรื่อยๆ สู่หัวหน้าฝ่าย ผู้อำนวยการกอง อธิบดีกรม ปลัดกระทรวง วาสนาของคนที่จะเจริญก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ มีน้อยลง น้อยลง จนที่สุดแล้วในแต่ละรุ่นจะมีเพียงคนเดียว หรือบางรุ่นถูกก้าวข้ามไม่มีโอกาสแม้แต่คนเดียว
ดังนั้น คนที่ผิดหวัง จึงมีมากกว่าคนที่สมหวัง
การบริหารจัดการที่ให้เกิดการยอมรับในคนที่ควรสมหวัง และเข้าใจในความผิดหวังของตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ผู้บริหารสูงสุดจะต้องสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาให้ได้ เนื่องจากประสิทธิภาพของงานนั้น ขวัญและกำลังใจของคนทำงานมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดขึ้น
การยอมรับและความเข้าใจดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีความชัดเจนว่าผู้บังคับบัญชามี ?ความยุติธรรม?
พิจารณาความก้าวหน้าของผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยกฎเกณฑ์ที่วัดโดยความรู้ ความสามารถ และความซื่อสัตย์ดีงาม
การจะมองเห็นว่าผู้ใต้บังคับบัญชาคนไหนมีความรู้ ความสามารถ และความดีงามเหมาะสมมากกว่า ผู้บังคับบัญชาผู้นั้นจะต้องมีจิตใจที่เอาประโยชน์ของส่วนร่วมเป็นที่ตั้ง
ผู้ใต้บังคับบัญชาคนไหนที่มีความสามารถทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมมากกว่า ผู้นั้นสมควรที่จะได้รับความก้าวหน้ามากกว่าคนอื่น
ด้วยวิธีนี้จึงเรียกว่าความเป็นธรรม ที่จะทำให้การยอมรับ ความเข้าใจ ซึ่งจะส่งผลต่อขวัญและกำลังใจ เป็นแบบอย่างของการพัฒนาตัวเอง และที่สุดแล้วกลไกข้าราชการที่มีประสิทธิภาพจะส่งผลให้ประเทศพัฒนาไปอย่างมีความหวัง
นั่นเป็นเรื่องที่ควรจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะในกระทรวงที่มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชน
ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอย่างยิ่ง เมื่อมีการกล่าวถึงเรื่องราวใน ?กระทรวงมหาดไทย? ไปในทางตรงกันข้ามจาก ?ความชอบธรรม? ดังกล่าว
เป็นเรื่องเล่าถึงการแต่งตั้งโยกย้ายที่ทำลายขวัญและกำลังใจข้าราชการส่วนใหญ่ เนื่องด้วยทำให้เกิดภาพของการใช้ ?ความเป็นพวกเป็นพ้อง? โดยเฉพาะ ?ความเป็นผู้ร่วมสถาบันการศึกษา? มาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความเจริญก้าวหน้าในชีวิตราชการเป็นหลัก
สถาปนาความเป็น ?สิงห์ดำ-สิงห์แดง-สิงห์ขาว-สิงห์ทอง? และ ?สิงห์สีต่างๆ? ขึ้นมาสร้างความน้อยเนื้อต่ำใจให้กับข้าราชการที่ยึดหลัก ?ความรู้ความสามารถ? เป็นหลัก
ความรู้สึกว่า ?ไม่ได้รับความเป็นธรรม? ได้
ทำลายขวัญและกำลังใจข้าราชการส่วนใหญ่
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ?การไม่ยอมรับผลการแต่งตั้ง? และทำใจไม่ได้ที่รู้สึกว่า ไม่ว่าจะทุ่มเทแค่ไหนก็ไม่มีโอกาสเจริญก้าวหน้าในอาชีพ เพราะ ?ต่างสี ต่างสถาบัน?
สถาพเช่นนี้ ทำให้เป้าหมายของ ?การทำงาน
เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม เพื่อการพัฒนาของประเทศชาติ? ถูกละทิ้ง กลายเป็นการใช้เวลาที่จะทำให้เห็นว่า ?ผู้ที่มีวาสนาได้เจริญก้าวหน้าในชีวิตนั้น แท้จริงแล้วเลวร้ายอย่างไร?
ที่กระทรวงมหาดไทย เรื่องราวของ
?ผู้บังคับบัญชา? ที่ก่อจิตใจที่เคืองขุ่นต่อเพื่อนร่วมงานให้เกิดขึ้นกับผู้ใต้บังคับบัญชาเริ่มเข้มข้นขึ้น
ความรู้สึกถึง ?ความไม่ชอบธรรม? นั้น ได้ผลักดัน บีบคั้นให้ข้าราชการส่วนใหญ่ระบายออกด้วยการชี้ให้เห็นพฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากลของคนที่มีโอกาสเสพวาสนาที่ผู้บังคับบัญชามอบให้
และน่าสนใจตรงที่แรงกดดัน บีบคั้นจากความรู้สึกว่าไม่ได้รับความชอบธรรมนั้น น่าจะสร้างเรื่องราวของ ?ผู้บังคับบัญชา? ในมุมที่ใครได้ยินได้ฟังแล้วต้องอึ้ง ปล่อยออกมาเรื่อยๆ
สุชาติ ศรีสุวรรณ
