
มิวเซียมโลก เป็นที่รับรู้ในหมู่คิวเรเตอร์นานาชาติ ว่าการบริหารจัดการทางสากลมีงานสำคัญไม่อยู่ปนกันอย่างน้อย 2 ส่วน ได้แก่
- ส่วนจัดแสดง ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ โดยคิวเรเตอร์
- ส่วนดูแลรักษา เป็นคลังหรือห้องเก็บของเก่าที่เรียกโบราณวัตถุ โดยเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย เช่น นักวิทยาศาสตร์, นักมานุษยวิทยา-โบราณคดี, นักประวัติศาสตร์, นักประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในประเทศไทย มีปัญหาไปกันไม่ได้กับแนวทางของคิวเรเตอร์ในมิวเซียมสากลโลก เพราะทางการไทยสถาปนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติว่าเป็นทั้งห้องจัดแสดงและห้องเก็บของเก่าโดยภัณฑารักษ์ตามแบบอาณานิคม (มากกว่า 100 ปีมาแล้ว) และไม่พัฒนาสืบจนปัจจุบัน
คิวเรเตอร์ ต่างจาก ภัณฑารักษ์
หลายปีมากแล้วมีข้อถกเถียงว่าคิวเรเตอร์ไม่เหมือนภัณฑารักษ์ ผมขอสรุปกว้างๆ อย่างไม่มั่นใจมาเป็นเบื้องต้นต่อไปนี้
คิวเรเตอร์ เป็นคำทับศัพท์จาก curator หมายถึงผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการมิวเซียมอย่างมีพื้นฐานภูมิรู้และประสบการณ์เป็นแหล่งเรียนรู้แบบสากลโลก
ภัณฑารักษ์ เป็นคำแปลของไทยจากสากลว่า curator แต่ถูกใช้ในความหมายอนุรักษนิยมแบบสุดโต่ง ซึ่งต่างกันสุดขั้วกับคิวเรเตอร์ (ทำนองเดียวกับคำว่า culture กับวัฒนธรรม)
ทั้งหมดที่ยกมาเพื่อแสดงให้เห็นว่าผมมองคนละมุมกับภัณฑารักษ์ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของไทย ซึ่งยังถกเถียงกันได้ต่อไปเรื่อยๆ แต่คงไม่นานนัก เพราะผมมีเวลาเหลือไม่มาก
แหล่งเรียนรู้
มิวเซียมเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในบ้านเมืองนั้นๆ และคนทั้งโลก
แม้ห้องเก็บของเก่า หรือคลังโบราณวัตถุ ในทางสากลยังต้องหาวิธีบริหารจัดการเป็นแหล่งเรียนรู้พร้อมกันไปก็ได้ มีพยานอย่างดีเยี่ยมอยู่ในข่าวจากสื่อมวลชน ว่าบริติช มิวเซียม ของอังกฤษ กำลังเปลี่ยนตัวเองให้หลุดพ้นจากยุคอาณานิคม ดังนี้
ผู้ดีปรับปรุงพิพิธภัณฑ์รอบ 150 ปี
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฮาร์ตวิก ฟิสเซอร์ (Hartwig Fischer) ผู้อำนวยการคนปัจจุบันของ บริติช มิวเซียม (ซึ่งเป็นมิวเซียมเก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นที่รู้จักดีมากในหมู่นักท่องเที่ยวนานาชาติ) กล่าวว่า จะปรับเปลี่ยนการจัดแสดงโบราณศิลปวัตถุในนิทรรศการถาวร ที่มีมานานมากไม่เคยปรับปรุงราว 150 ปีมาแล้ว ให้มีเนื้อหาใหม่ครอบคลุมวัฒนธรรมทั่วโลก ได้แก่ วัฒนธรรมแอฟริกา, โอเชียเนีย, ออสเตรเลีย, อเมริกาใต้ ฯลฯ ที่ไม่ได้รับการจัดแสดงมาก่อน ทั้งๆ มีโบราณศิลปวัตถุอยู่ในคลังจำนวนมาก
รวมถึงโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่จำเป็นต้องจัดแสดงมากกว่าที่เคยทำมา ในฐานะที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของมนุษยชาติ ซึ่ง บริติช มิวเซียม ละเลยไปนานเพราะไม่ตอบสนองการเมืองยุคนั้นที่ทำทุกอย่างเพื่อชาติของตนเท่านั้น
นายฟิสเชอร์ให้สัมภาษณ์ The Art Newspaper สื่อออนไลน์เกี่ยวกับศิลปะ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 ว่า เนื้อหาเก่าของบริติช มิวเซียม เป็นความคิดโบราณคร่ำครึแบบยุโรปเป็นศูนย์กลางของทั้งโลก จึงต้องปรับใหม่ให้สมดุล แล้วยังบอกอีกว่า บริติช มิวเซียม จะเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ ในคลังเก็บโบราณวัตถุมากกว่า 2 ล้านชิ้นไปเก็บรักษาไว้ในย่านชานกรุงลอนดอน แล้วจัดการสถานที่ให้เหมาะสำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาวิจัยค้นคว้าเกี่ยวกับอารยธรรมและวัฒนธรรมโลก โดยเปิดให้สถาบันการศึกษาทุกมหาวิทยาลัยทั่วโลกใช้บริการ
[มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม 2560 หน้า 9]
เทียบชั้นสมิธโซเนียน ของ USA
กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีแผน 20 ปี พัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บนพื้นที่คลองห้า จ. ปทุมธานี ผลักดันเทียบชั้นสมิธโซเนียนของสหรัฐ
ควรฝันใฝ่ และขอสนับสนุนให้มีความใฝ่ฝัน แม้จะรู้ดีว่านี่เป็นแค่งานตีปี๊บหาเสียงอย่างเชี่ยวชาญของนักการเมืองที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
แต่ วธ. จำเป็นต้องพิจารณาตัวเองมากๆ แล้วปรับตัวเองให้ไปกันได้กับโลกไม่เหมือนเดิม ที่ผ่านพ้นยุคอาณานิคมนานกว่า 100 ปีแล้ว และมิวเซียมในโลกเต็มไปด้วยคิวเรเตอร์บริหารจัดการเป็นแหล่งเรียนรู้อย่างรื่นรมย์
ถ้า วธ. ยังอยู่กับยุคอาณานิคม และผลิตภัณฑารักษ์ดูแลของเก่าเหมือนศตวรรษก่อน ก็ต้องรอเวลาอีกนานเท่าไรไม่รู้? แต่อาจมากกว่า 100 ปี ถึงจะเทียบชั้นสมิธโซเนียนในกรุงวอชิงตัน (ดี.ซี.)
