หน้าแรก คอลัมนิสต์ อาศรมมิวสิก โ...

อาศรมมิวสิก โดย : สุกรี เจริญสุข วงออเคสตราเด็กและเยาวชนที่โบสถ์คลองเตย

8.10.17 | 13:00 น.

 

เมื่อปลายปี 2559 มีศิษย์เก่าคนหนึ่งชื่อ นายวรินทร์ อาจวิไล เรียกเล่นๆ ว่า “เจ้ากล้วย” เมื่อเรียนจบปริญญาตรีดนตรี วิชาเอกไวโอลิน จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปี 2558 ได้เข้ามาเพื่อปรึกษาและขอคำแนะนำเรื่องการหาทุน เพื่อจะช่วยเหลือวงดนตรีเด็กที่ (สลัม) คลองเตยได้อย่างไร ตอนแรกก็งงๆ นิดหน่อย เนื่องจากสงสัยว่า “แล้วคุณเจ้ากล้วย ได้ไปยุ่งอะไรกับวงดนตรีเด็กที่คลองเตย” เพราะโดยปกติเด็กที่เข้าเรียนที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ก็มีฐานะพอสมควรอยู่ ช่วยตัวเองได้และทำงานช่วยผู้อื่นได้ด้วย น้อยคนที่จะออกไปทำงานแบบอาสาสมัครในสลัมอย่างที่คลองเตย จึงทำให้เกิดความสงสัยและงง ก็ได้พยายามสอบถามความเป็นไปของชีวิต

“ผมเป็นเด็กสลัมมาจากคลองเตยครับ ผมโตมาจากชุมชนที่คลองเตย ผมเรียนไวโอลินกับครูสอนศาสนาชาวนอร์เวย์ ที่ดูแลชุมชนสลัมคลองเตย ผมมาเรียนที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก็ได้ครูผมเป็นคนออกค่าเล่าเรียนให้ครับ ตอนนี้ครูสอนศาสนาชาวนอร์เวย์กลับบ้านไปแล้วครับ ไม่มีเงินจะทำวงดนตรีต่อ เพื่อจะช่วยเด็กน้องๆ ที่คลองเตย ผมมีเด็กที่มาเรียนที่โบสถ์เกือบ 100 คนครับ อาจารย์มีคำแนะนำอะไรให้ผมบ้างครับ” เจ้ากล้วยเล่าให้ฟังอย่างมั่นใจ

สิ้นเสียงเจ้ากล้วย ผู้ฟังอย่างผมก็อึ้งไปพักหนึ่ง เนื่องจากเจ้ากล้วยไม่เคยปริปากมาก่อนว่า ตัวเองเป็นเด็กมาจากชุมชนคลองเตย เพราะเข้าใจว่าเจ้ากล้วยมีฐานะที่ดีมาตลอด ไม่เคยรู้ว่าครูอาสาสมัครได้ช่วยใช้เงินเดือนตัวเองส่งให้เจ้ากล้วยเรียนที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ จนเรียนจบการศึกษา และเมื่อเจ้ากล้วยเรียนจบการศึกษาแล้ว ก็กลับไปช่วยสอนดนตรีเด็กคนอื่นๆ ที่คลองเตยแทนครูอาสาที่กลับบ้าน โดยไม่หนีเอาตัวรอดไปอยู่ที่อื่น กลับเป็นตัวตั้งตัวตีในการทำงานสอนดนตรีให้กับชุมชน

การทำงานให้กับชุมชนโดยไม่ไปหางานที่มีเงินเดือนทำเพื่อตัวเอง กลับไปเป็นครูดนตรีอุทิศตนเป็นอาสาสมัครแทนครูชาวนอร์เวย์ เพื่อจะช่วยเด็กคนอื่นๆ ในชุมชนที่คลองเตย โดยการสร้างวงเครื่องสายฝรั่ง (ออเคสตรา) ซ้อมทุกวันพุธหลังเลิกเรียน (5 โมงเย็น ถึง 2 ทุ่ม) และซ้อมวันอาทิตย์เวลาบ่าย 2 โมง ถึง 5 โมงเย็น โดยที่เจ้ากล้วยเล่าให้ฟังว่า ตนเองนั้นได้เรียนดนตรีจากที่วงดนตรีคลองเตยมา 17 ปีแล้ว

Advertisement

หลังฟื้นจากความมึนงงไปพักหนึ่ง คราวนี้ก็พอจะเริ่มเข้าใจว่า เรื่องจริงๆ แล้วเป็นอย่างไร ก็ให้เจ้ากล้วยเล่าเรื่องวงเครื่องสายที่คลองเตยให้ฟัง ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ดำรงอยู่ได้อย่างไร จะคิดทำต่อไปอย่างไร มีความประสงค์ต้องการให้ช่วยเหลืออะไร

เมื่อรู้เรื่องก็ต้องคิดอยู่นาน เพราะความอยากช่วยเหลือก็มีอยู่เป็นพื้นอยู่แล้ว แต่จะช่วยอย่างไรที่จะทำให้โครงการดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนกว่านี้ โดยเป็นโครงการสอนดนตรีเด็กที่ชุมชนคลองเตยอย่างต่อเนื่อง มีครูดนตรีที่เก่งๆ เข้าไปช่วยสอน มีวงดนตรีที่สามารถเล่นทั้งเพื่อความเพลิดเพลิน เรียนดนตรีเพื่อความสุขส่วนตัว ทั้งเพื่อเรียนรู้ดนตรีเพื่อพัฒนาสู่ความเป็นมืออาชีพได้ในอนาคต หรือการเตรียมตัวให้กับเด็กที่จะไปศึกษาต่อวิชาเอกดนตรีในสถาบันอุดมศึกษาได้

แรกคิดก็บอกเจ้ากล้วยไปว่า เอาอย่างนี้ไปก่อนเพื่อให้เธอจะได้ทำงานได้ ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะให้เจ้ากล้วยเป็นพนักงานวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล รับเงินเดือนของวิทยาลัย และไปปฏิบัติงานที่ชุมชนคลองเตย ซึ่งก็เป็นเรื่องใหม่ ไม่เคยทำมาก่อน แต่อย่างน้อยก็มีเงินเดือนไปทำงานได้ หลังจากนั้นก็ได้เล่าเรื่องราวให้คนโน้นคนนี้ฟัง เผื่อว่าจะมีทางออกอื่นๆ ที่ดีกว่านี้

 

 

วันหนึ่งก็มีผู้ใหญ่ใจดี ท่านได้เห็นวงดนตรีของเจ้ากล้วยออกโทรทัศน์ ผู้ใหญ่ใจดีท่านนั้นก็ให้ลูกน้องไปสืบหาว่า เจ้ากล้วยเป็นใคร ติดต่อได้อย่างไร เป็นของจริงหรือเปล่า ก็ได้ความว่า เป็นของจริง และเป็นลูกศิษย์ของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อได้พบกับผู้ใหญ่ท่านนั้น ก็ได้แลกเปลี่ยนข้อมูล แลกเปลี่ยนความรู้และความตั้งใจที่จะช่วย ในที่สุดก็ได้นัดกันไปดูวงเยาวชนออเคสตราที่คลองเตย โรงเรียนดนตรีอิมมานูเอล เลขที่ 1869-1875 ซอยอุทัยฟาร์ม ถนนพระรามสี่ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2560 นัดกันไปดูการฝึกซ้อมเวลา 5 โมงเย็น

วันนั้นไปรถก็ติดมาก ผู้เขียนไปถึงช้าเกือบ 10 นาที เด็กๆ กำลังตั้งเสียงดนตรีอยู่พอดี มีนักดนตรีอยู่ 19 คน คละกันทั้งผู้หญิงผู้ชาย หลากหลายอายุ ตั้งแต่ 7 ขวบ ถึง 21 ปี แต่ละคนก็อยู่กับวงดนตรีนี้มาตั้งแต่เรียนชั้นอนุบาล สำหรับผู้ใหญ่ใจดีและพี่ชายซึ่งเป็นประธานบริษัทใหญ่ไปถึงนั่งอยู่ก่อนแล้ว และยังมีอดีตท่านรองนายกรัฐมนตรี (กิตติรัตน์ ณ ระนอง) ซึ่งคลุกคลีอยู่กับชุมชนสลัมคลองเตยนั่งอยู่ก่อนด้วย ต่างกรรมต่างวาระโดยมิได้นัดหมายกัน และก็ไม่มีใครคุยกับใคร แต่ก็ตั้งใจจะไปดูเด็กซ้อมดนตรีเหมือนกัน

 

วงดนตรีเด็กๆ มีไวโอลิน 13 คน วิโอลา 1 คน เชลโล 4 คน และดับเบิ้ลเบส 1 คน โดยมีคุณครูเจ้ากล้วยเป็นผู้เล่นไวโอลินและควบคุมวงด้วยตัวเอง ส่วนนักเรียนฝึกหัดเล่นอีก 70 คน ยังไม่มีเครื่องดนตรีให้ฝึก ก็ต้องนั่งรอนั่งดูรุ่นที่เล่นได้เล่นเป็นไปก่อน วงดนตรีเด็กๆ เล่นให้ฟัง 5 เพลง แล้วจึงให้เด็กแนะนำตัวเอง ว่าชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ เรียนที่โรงเรียนไหน เรียนดนตรีมากี่ปีแล้ว ทุกคนมาเรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เครื่องดนตรีนั้นครูชาวนอร์เวย์ได้ขอบริจาคไว้ให้ ขอเครื่องดนตรีจากองค์กรทั่วโลก เท่าที่จะหาได้ แต่ก็ไม่มีมาเพิ่มแม้ว่าจะมีนักเรียนเพิ่มขึ้นจำนวนมากแล้วก็ตาม

เมื่อฟังจบ ท่านประธานบริษัทก็ได้คุยกับเด็กๆ ว่า “ผมก็เป็นเด็กคลองเตย” ท่านบอกว่าท่านก็เป็นคนละแวกนี้ อยู่ที่นี่มาก่อน ท่านพร้อมที่จะช่วยเหลือ (ตามโครงการที่เจ้ากล้วยเคยเขียนเสนอไว้) ซึ่งวันนั้นผู้เขียนได้เอาโครงการของเจ้ากล้วยที่เขียนมาให้ดู ติดมือไปด้วย วันนั้นโครงการทั้งหมดเป็นการพัฒนาวงดนตรีระยะ 12 เดือน จะสอนดนตรีเด็ก จะจ้างครูอาสา (เชลโล) เพิ่ม จะต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟให้กับโบสถ์ หากมีเงินก็จะจ่ายค่าเช่าพื้นที่ให้บ้าง ครูอาสาก็จะมีเงินเดือน มีค่าเช่าพื้นที่ มีคนช่วยทำความสะอาด และเด็กก็มีอาหารสำหรับการฝึกซ้อมดนตรีด้วย ความฝันของเจ้ากล้วยก็เป็นจริง เมื่อเจ้าของบริษัท (ซีเล็คทูน่า) ท่านรับปากที่จะช่วยโครงการทั้งหมด ท่านรับปากที่จะให้การสนับสนุนทั้งโครงการ และต้องการให้รับเด็กที่อยากเรียนดนตรีให้ได้เรียน ท่านจะหาเครื่องดนตรีให้ด้วย

โครงการพัฒนาโรงเรียนดนตรีอิมมานูเอล ภายใต้โบสถ์คริสตจักรอิมมานูเอล ลูเธอร์แรน เขตชุมชนแออัดคลองเตย ความจริงแล้วเป็นโครงการที่พัฒนาให้เด็กเล่นดนตรีอย่างมีความสุขมาก เด็กๆ ที่เล่นดนตรีไม่ได้กังวลสิ่งใด ไม่ได้สนใจว่าผู้ที่นั่งฟังอยู่เป็นใคร ตั้งใจเล่นดนตรีโดยทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เด็กที่เล่นดนตรีทุกคนมีสมาธิกับดนตรี หน้าตาสดใส อิ่มเอิบ ที่สำคัญที่สุดก็คือ การรับผิดชอบหน้าที่และตรงต่อเวลา วงดนตรีเด็กมีคุณภาพของผลงานสูง ซึ่งเล่นได้ดีกว่าวงดนตรีของสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนดนตรีด้วยซ้ำไป

ซึ่งหากว่าโครงการดำเนินต่อไปอย่างมีความมั่นคงอย่างที่ทำอยู่ โครงการพัฒนาโรงเรียนดนตรีอิมมานูเอล ก็จะช่วยลดภาระสิ่งที่เป็นปัญหาของชุมชน ช่วยพัฒนาเด็กให้เต็มศักยภาพของความเป็นคน ช่วยพัฒนาการศึกษาที่มีคุณภาพที่โรงเรียนสามัญทั่วไปทำไม่ได้ แถมยังเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับชุมชนอื่นๆ จะได้นำไปเป็นแบบอย่างได้ด้วย สิ่งสำคัญก็คือ ต้องมีคนที่ทุ่มเทในการทำงาน ต้องเป็นคนที่มีฝีมือ เป็นคนดีทำในสิ่งที่ดี ซึ่งก็เชื่อว่าสักวันหนึ่งสิ่งที่ดีๆ เหล่านั้นก็จะฉายแสงให้คนที่มีกำลังได้มองเห็น

เจ้ากล้วยจึงเป็นตัวอย่างของคนที่ทำงานสาธารณะ เพื่อทำให้ชุมชนของตัวเองได้มีที่ยืนในสังคมใหญ่ แม้จะใช้เวลานาน แต่เมื่อตั้งใจที่จะทำงานเพื่องาน ทำงานเพื่อความอยู่รอด เพราะว่า “การหาเช้ากินเช้า หาค่ำกินค่ำ” ก็ไม่ได้รู้สึกว่าใช้เวลานานถึง 17 ปี ในชุมชนสลัมคลองเตย ทำไปเรื่อยๆ เหมือนกับการทำงานของหัวใจ “พักได้ แต่หยุดไม่ได้”

สุกรี เจริญสุข