น้องชายหันมาถามผมในเช้าวันหนึ่งว่าแท็บเล็ตของเขาเป็นอะไรก็ไม่รู้ พอเข้าเว็บผ่านเบราเซอร์แล้วจะมีอาการหน่วงๆ ตัวเครื่องร้อนผิดปกติ และแบตเตอรี่ก็ลดลงอย่างฮวบฮาบเร็วกว่าที่ควรจะเป็น เมื่อสอบถามลึกลงไป น้องชายจึงอธิบายเพิ่มเติมว่า อาการแบบนี้ไม่ได้เป็นกับทุกเว็บ แต่เป็นกับเว็บเดียวเท่านั้น คือเว็บอ่านนิยายกำลังภายในที่เขากำลังติดหนึบอยู่ เขาบอกว่า ทุกครั้งที่เขาเข้าไปอ่านนิยายที่เว็บนี้ เครื่องจะต้องร้อนและแบตหมดเร็วทุกที ปัญหาคืออะไร?
ผมเดาว่าปัญหาเกิดจากสาเหตุหนึ่ง และลองบอกให้น้องแก้ตามนั้นดู ปรากฏว่า – หาย, แสดงว่าปัญหามาจาก “เรื่องนั้น” จริงๆ
เรื่องที่คุณก็อาจโดนโดยไม่รู้ตัว, โดนปล้นการประมวลผล
คุณอาจจะรู้อยู่แล้วว่าปัจจุบันสกุลเงินเข้ารหัส หรือ Cryptocurrency อย่างเช่น Bitcoin, Monero หรือ zCash กำลังได้รับความนิยม วิธีที่ง่ายที่คุณจะได้ถือครองสกุลเงินเหล่านี้คือการซื้อโดยใช้สกุลเงินปกติ (ซึ่งก็อาจจะยากตรงต้องกะช่วงขึ้นช่วงลงให้ดี ไม่ต่างจากการแลกเงินเป็นสกุลต่างประเทศ หรือการเล่นหุ้น)
แต่ถ้าหากคุณไม่อยากซื้อขายตรงๆ แล้วละก็ คุณก็อาจจะประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์กำลังสูงเพื่อ “แก้โจทย์คณิตศาสตร์”’ หรือที่เรียกเป็นศัพท์เฉพาะว่า “ทำเหมือง” (Mining) เมื่อคอมพิวเตอร์ของคุณแก้โจทย์ที่ผู้ออกแบบสกุลเงินนั้นๆ ตั้งไว้สำเร็จ คุณก็จะได้เงินดิจิทัลมาเป็นรางวัล แต่ปัญหาคือโจทย์เหล่านี้ไม่ใช่โจทย์ง่ายๆ มันเป็นโจทย์ที่ดีไซน์มาให้ต้องใช้พลังการประมวลผลสูง
มากๆ ถึงจะแก้ได้ (จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า เงินที่ได้รับเป็นรางวัลจาก Cryptocurrency บางประเภทนั้น “คุ้มค่า” กับค่าไฟ รวมไปถึงคาร์บอนฟุตพรินท์ที่เกิดขึ้นไหม)
วิธีที่สลับซับซ้อนยิ่งไปกว่านั้น ก็คือสิ่งที่น้องชายผมเจอ – นั่นคือผู้บริหารเว็บไซต์บางเว็บอาจรู้สึกว่า Cryptocurrency เป็นหนทางในการทำเงินใหม่ของพวกเขา ก็ในเมื่อการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่ต้องการมีความซับซ้อนสูงจนบางครั้งคอมพิวเตอร์ไม่กี่เครื่องเอาไม่อยู่ ทำไมเราไม่ให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์มาช่วยแก้โจทย์พวกนี้ให้เรากันล่ะ? พอคิดได้แล้ว พวกเขาก็เริ่มติดตั้งฝังสคริปต์จากบริษัทอย่าง Coinhive ลงไปบนหน้าเว็บ
Coinhive เป็นเครื่องมือขุดเหมืองเงิน Monero ผ่านจาวาสคริปต์ หน้าเว็บของ Coinhive อธิบายว่าตนเป็น “เครื่องมือในการหาเงินให้กับธุรกิจ ผ่านทางพลังการประมวลผลของผู้ชมเว็บของคุณ” และเสนอตัวว่าเป็นหนทางหาเงินอื่นๆ จากเว็บไซต์นอกเหนือไปจากการติดโฆษณาหรือการรับสมัครสมาชิก
หากผู้ชมเว็บไซต์สมัครใจที่จะช่วย “จ่าย” ให้กับเจ้าของเว็บไซต์ด้วยวิธีนี้ ก็คงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ เว็บไซต์ต่างๆ ที่พยายามหาเงินด้วย Coinhive อาจปกปิดความจริงข้อนี้ไว้จากผู้ชมของตน หรือผู้ไม่ประสงค์ดี อาจแฮกไปยังหน้าเว็บเป้าหมายเพื่อติดตั้งสคริปต์หาเงินเข้ากับกระเป๋าตนเองก็ได้
ที่ผ่านมาเกิดกรณีพิพาทเกี่ยวกับสคริปต์ขุด Cryptocurrency แล้วสองครั้งใหญ่ๆ (ไม่นับครั้งย่อยๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับเว็บไซต์อ่านนิยายที่น้องชายผมใช้ นับครั้งไม่ถ้วน) ครั้งแรกเกิดขึ้นที่หน้าเว็บของ Showtime ผู้สร้างซีรีส์ดังๆ อย่าง Dexter, Californiacation หรือ Billions มีผู้ใช้บริการ Showtime บางส่วนรายงานว่าเมื่อเข้าเว็บเพื่อดูซีรีส์ คอมพิวเตอร์ของพวกเขาจะทำงานหนักผิดปกติ เมื่อตรวจสอบไปมาก็พบสคริปต์ขุดเหมืองที่ถูกฝังไว้บนหน้าเว็บตามคาด ถึงแม้ในปัจจุบันจะยังไม่มีความชัดเจนนักว่า นี่เป็นนโยบายของ Showtime เอง หรือเป็นเพราะเว็บไซต์ Showtime ถูกแฮก หรือเพราะวิศวกรซอฟต์แวร์ไม่กี่คนติดตั้งสคริปต์โดยพลการ (เพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าตนเอง) กันแน่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็กำลังชี้ให้เราเห็นทิศทางในอนาคต
เหตุการณ์อีกครั้งหนึ่งเกิดขึ้นที่ชุมชนดาวน์โหลดบิตทอร์เรนต์ชื่อดังอย่าง The Pirate Bay ที่พวกเขาทดลอง (อย่างเปิดเผย) ว่าเว็บไซต์ของตนจะสามารถทดแทนโมเดลธุรกิจโฆษณาด้วยโมเดลการให้ผู้ใช้ช่วยขุดเหมืองแทนได้หรือไม่ ก่อนหน้าผู้ดูแลเว็บไซต์ The Pirate Bay เองก็เคยเขียนบล็อกแสดงความจำนงว่าพวกเขา “อยากเลิกติดโฆษณาเต็มที” เพราะอย่างที่คุณก็อาจจะรู้ ว่าโฆษณาบนเว็บไซต์ The Pirate Bay นั้นมักจะไม่ตรงไปตรงมา และเป็นโฆษณาบริการสีเทา ไปจนถึงสีดำอยู่บ่อยๆ เช่น โฆษณาที่หลอกล่อให้คุณคลิกโดยทำตัวเป็นคล้ายๆ กับปุ่มที่คลิกได้ หรือโฆษณาเว็บไซต์พนันบอลหรือเว็บไซต์ทางเพศ การทดลองครั้งนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อหาความเป็นไปได้ในการหาเงินด้วยวิธีอื่น – ถึงแม้ว่าจะเคยมีรายการจาก McAfee ที่แสดงความเคลือบแคลงใจว่าการติดสคริปต์ลักษณะคล้ายกันจะ “เพียงพอ” ต่อการหารายได้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายของเว็บไซต์ก็ตาม
ก่อนหน้านี้ในปี 2013 เคยมีกรณีคล้ายๆ กันมาแล้วที่เรื่องดำเนินไปถึงศาล เมื่อนักศึกษาจาก MIT สร้างโค้ดลักษณะคล้ายๆ Coinhive ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้พลังการประมวลผลของผู้เข้าชม เพื่อขุด BitCoin แต่ศาลก็ตัดสินว่าการใช้พลังการประมวลผลของคนอื่น โดยไม่ได้รับความยินยอมนั้นถือว่าผิดและปิดบริการดังกล่าวเสีย
คำถามสำหรับผู้บริโภคในตอนนี้ก็คือ – เราจะมีวิธีหลบเลี่ยงจากสคริปต์ดังกล่าวอย่างไร, โชคดีที่ในปัจจุบัน มีโปรแกรมเสริม (เช่น No Coin ใน Chrome) ที่คอยตรวจสอบสคริปต์ทำนองนี้และช่วยป้องกันแล้ว
แต่คำถามที่สำคัญกว่านั้นอาจคือ – หากโมเดลธุรกิจช่วยขุด Cryptocurrency ทำเงินได้จริงๆ พวกเรายินดีที่จะแลกการประมวลผลส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ของเราแทนจะต้องดูโฆษณาหรือไม่ และโมเดลลักษณะคล้ายกันจะกลายเป็นอนาคตของธุรกิจเว็บไซต์ได้จริงหรือเปล่า

