ปีหนึ่งๆ โลกผลิตพลาสติกออกมาโดยประมาณมากกว่า 300 ล้านตัน ในจำนวนนี้ราวๆ 1 ใน 6 หรือราวๆ กว่า 50 ล้านตัน คือพลาสติกเพ็ทหรือพอลีเอสเตอร์ พลาสติกเพ็ท หรือชื่อเต็มๆ ว่าพอลิเอทิลีน เทเรฟทาเลต (Polyethylene Terephthalate) ในรูปแบบที่เราคุ้นเคยกันก็คือพวกขวดพลาสติกทั้งหลายแหล่นั่นเอง
พลาสติกพวกนี้ไม่ย่อยสลายไปเองตามธรรมชาติ สร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อมของโลกมากโดยฉพาะอย่างยิ่งที่จำนวนมากมหาศาลสุดท้ายไปลงเอยอยู่ในมหาสมุทร ถึงแม้ว่าทุกวันนี้จะมีการนำไปรีไซเคิลหรือไปทำลายอย่างถูกวิธี แต่จำนวนมากมายเกือบครึ่งหนึ่งที่ผลิตออกมาก็ยังทิ้งไปอย่างไม่อินังขังขอบใดๆ
คำว่าขยะพลาสติกล้นโลกเป็นคำพูดที่ไม่เกินเลยไปกว่าความเป็นจริงเท่าไรนัก เรามักพูดถึงการลดการสร้างขยะ แต่เอาเข้าจริงๆ ในชีวิตประจำวันมันยากจะหนีไปให้พ้น ต่อให้รณรงค์กันแทบตายให้คนเปลี่ยนนิสัยความเคยชินก็ไม่มีวันได้ผล
เมื่อเร็วๆ นี้ในวารสารไซน์ตีพิมพ์ผลการค้นพบที่น่าสนใจของนักวิทยาศาสตร์จากญี่ปุ่น ประเทศที่ขึ้นชื่อกับความเข้มงวดเรื่องการแยกและกำจัดขยะมากประเทศหนึ่งในโลก เป็นการค้นพบที่ส่อให้เห็นความหวังรำไรในการเอาชนะขยะพลาสติกเพ็ท แม้ว่าที่แท้แล้วน่าจะเป็นผลงานอันลี้ลับมหัศจรรย์ของธรรมชาติเองก็ตาม
นั่นคือการค้นพบแบคทีเรียที่สามารถย่อยสลาย หรือทำลายพันธะโมเลกุลของพลาสติกเพ็ทได้ หรือพูดกันแบบง่ายๆ คือ ค้นพบแบคทีเรียที่กินพลาสติกเพ็ทเป็นอาหาร นับเป็นครั้งแรกของโลกที่ค้นพบแบคทีเรียชนิดนี้ หลังจากเพียรพยายามแกะรอยไปตามตัวอย่างขยะพลาสติกเพ็ทหลายร้อยอย่างจนไปพบกับอาณาจักรของสิ่งมีชีวิตที่กินพลาสติกเป็นอาหาร
เชื่อว่าแบคทีเรียชนิดนี้เป็นวิวัฒนาการโดยตัวของมันเองเพื่อตอบโต้กับการสะสมขยะพลาสติกในสิ่งแวดล้อมของโลก ระยะเวลาราวๆ 70 ปี นานพอที่แบคทีเรียจะวิวัฒนาการจนมีความสามารถเช่นนี้ได้
นับเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่เพราะไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตชนิดไหนเท่าที่รู้จักสามารถย่อยสลายพลาสติกเพ็ทซึ่งมีพันธะโมเลกุลแข็งแกร่งมากได้
จากการทดสอบพบว่าแบคทีเรียที่กินพลาสติกเพ็ทเป็นอาหารนี้ย่อยสลายพลาสติกคุณภาพต่ำเสื่อมสภาพได้ในเวลาอันรวดเร็วเพียง 6 สัปดาห์ แต่ใช้เวลานานมากกว่าในการย่อยสลายพลาสติกใสแบบที่นิยมใช้ผลิตขวดพลาสติกที่เราใช้กัน
การค้นพบครั้งนี้อาจจะปูทางไปสู่การกำจัดขยะพลาสติกเพ็ทในอนาคตได้ เช่นการเพาะเลี้ยงแบคทีเรียที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ขึ้นมาแล้วนำไปใช้ย่อยสลายขยะพลาสติก
แต่ก็มีข้อพึงระวังอยู่ไม่น้อย อย่างหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์คิดว่าพึงระวังก็คือ ในพลาสติกเพ็ทมีสารเติมแต่งหรือแอดดิทีฟส์อยู่มากมายหลายชนิด ประเมินกันว่าในมหาสมุทรมีสารเติมแต่งอยู่มากกว่า 20 ล้านตัน การย่อยสลายพลาสติกเพ็ทอาจจะเป็นการปลดปล่อยสารพิษอันเนื่องมาจากสารเติมแต่งในพลาสติกเหล่านี้ออกไปก่อปัญหามากยิ่งกว่าการที่มันยังคงอยู่ในรูปแบบของพลาสติกเพ็ทเสียอีก
อีกอย่างหนึ่งก็คือตรรกะของธรรมชาติเดียวกันในการหาทางออกให้ตัวของมันเอง อะไรที่เกินเลยไปจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดการณ์ไม่ได้หรือคิดไม่ถึง
ธรรมชาติมักมีการเอาคืนเสมอ

