วันต่อต้านคอร์รัปชั่นแห่งชาติ กับ ศาลคดีคอร์รัปชั่น : โดย ฐนยศ คีรีนารถ

ปัญหาซื้อขายตำแหน่งในวงราชการตำรวจ
ปัญหาซื้อขายตำแหน่งในวงราชการอื่นๆ
ปัญหาฮั้วประมูลงานในวงราชการระดับสูง ใน อบจ.และ อบต.
ปัญหาทุจริต คอร์รัปชั่น ในรูปแบบอื่นๆ ทั้งหลาย

ล้วนเป็นปัญหาสำคัญสูงสุดในสังคมไทย ต้องได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและเร่งด่วนเป็นที่สุด เพราะทำให้สังคมไทยอ่อนแออย่างหนัก เป็นต้นเหตุให้สังคมไทยแตกความสามัคคี แยกพวก แยกสี แยกถิ่น แยกภาค เนื่องจากผลประโยชน์ขัดแย้งไม่ลงตัว ทั้งทำลายขวัญและกำลังใจของสุจริตชนในการประกอบสัมมาอาชีพอย่างรุนแรง เป็นอุปสรรคในทางธุรกิจการค้าภายในประเทศและระหว่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง

กล่าวกันว่า “ถ้าต้องซื้อตำแหน่งด้วยเงินสามล้านบาท ต้องโกงให้ได้อย่างน้อยสามสิบล้านบาท” เป็นเรื่องที่น่ากลัวเป็นที่สุด น่าประหวั่นพรั่นพรึงเป็นอย่างยิ่ง

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ศาลคดีคอร์รัปชั่น (CORRUPTION COURT) ได้จัดตั้งขึ้นแล้วตามเสียงเรียกร้องของมวลมหาชน รัฐบาลนี้ โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เห็นความจำเป็นจึงดำเนินการให้ นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นการยากยิ่งที่จะทำให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะจัดตั้งให้ได้เพราะเป็นองค์กรตรวจสอบและลงโทษผู้ทุจริตคอร์รัปชั่น รวมถึงนักการเมืองทั้งหลาย ทั้งระดับท้องถิ่น อบจ. และ อบต.และทุกองค์กรให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใสและมีคุณธรรม

แม้ว่ามีการจัดตั้งศาลคดีคอร์รัปชั่น (CORRUPTION COURT) รวมถึงมีการออกกฎหมายในรูปแบบต่างๆ หรือแม้ใช้มาตรการทางกฎหมายให้ฟ้องจำเลย และสืบพยานลับหลังจำเลย ในคดีอาญาของนักการเมือง หรือบัญญัติกฎหมายให้ไม่ขาดอายุความ หรือไม่มีอายุความ และลงโทษผู้ทุจริตอย่างรุนแรง แม้ห้ามสมัครรับเลือกตั้งเป็นตัวแทนประชาชนตลอดชีวิตก็ตาม ก็หาเป็นการแก้ไขปัญหาทุจริตซื้อขายตำแหน่งในวงราชการ หรือการทุจริตในกรณีอื่นๆ ได้หมดสิ้น หรือทุเลาเบาบางลงไม่ ตราบเท่าที่ยังไม่ได้พิจารณาแก้ไขปัญหาข้อกฎหมาย หรือจุดอ่อน หรือช่องว่างของกฎหมายต่อไปนี้

ประการหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149ผบัญญัติให้ เจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับสินบน มีความผิดที่โทษจำคุกตั้งแต่ห้าปี ถึงประหารชีวิต และมาตรา 144 บัญญัติให้ ผู้ใดให้ขอ ให้ หรือรับว่าจะให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน มีความผิดมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี กล่าวคือ มีความผิดและต้องรับโทษทั้งเจ้าพนักงานผู้รับสินบนและประชาชนผู้ติดสินบน คือเป็นความผิดและลงโทษ “ทั้งหนูทั้งแมว” จึงร่วมกันปกปิด ปิดบัง ซ่อนเร้นวิธีดำเนินการ เพื่อ “หลบหนีความผิดทั้งคู่” เป็นจุดอ่อนของประมวลกฎหมายอาญาอย่างชัดแจ้ง ต้องได้รับการศึกษาวิเคราะห์และแก้ไขโดยเร่งด่วนที่สุด

หลักการสำคัญในการแก้ไขปัญหาสำคัญดังกล่าวมีหลายวิธี เช่น

1.บัญญัติกฎหมาย หรือแก้ไขกฎหมายให้เอาโทษเฉพาะเจ้าพนักงานผู้รับสินบนฝ่ายเดียว เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด และกำหนดให้ฝ่ายผู้ติดสินบนก็เป็นความผิด แต่ไม่เอาโทษ ตามทฤษฎีเจ้าพนักงานมีหน้าที่รักษากฎหมายยิ่งกว่าประชาชนทั่วไปหรือ

2.บัญญัติกฎหมาย หรือแก้ไขกฎหมายให้กันผู้ติดสินบนไว้เป็นพยาน ไม่ต้องถูกดำเนินคดีโดยถือว่ายังเป็นผู้กระทำความผิดเพราะเป็นการกระทำมิชอบและผิดศีลธรรม ตามทฤษฎีการกันผู้ร่วมกระทำความผิดไว้เป็นพยานเพื่อปราบปรามลงโทษผู้กระทำความผิดแท้จริง หรือ

3.บัญญัติกฎหมาย หรือแก้ไขกฎหมายให้ฝ่ายเจ้าพนักงานที่รับสินบน หรือฝ่ายผู้ติดสินบนที่เปิดเผยเสนอข้อมูลหลักฐานการทุจริตต่อเจ้าพนักงานก่อน ให้ไม่ต้องรับโทษตามทฤษฎี “ผู้เปิดเผยความผิดก่อน สมควรได้รับยกเว้นโทษ” ซึ่งเป็นที่นิยมในหลายประเทศ และ

4.บัญญัติกฎหมาย หรือแก้ไขกฎหมายให้ประชาชนผู้มีหลักฐานการชำระภาษีประจำปี เป็นผู้เสียหาย ตามกฎหมายให้มีอำนาจฟ้องหรือเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการได้ในคดีที่มีการทุจริตงบประมาณแผ่นดิน ตามทฤษฎีประชาชนมีหน้าที่เฝ้าระวังงบประมาณแผ่นดิน

หลักการเหล่านี้ เป็นหลักการถ่วงดุลอำนาจตัดสินใจในการกระทำความผิดระหว่างเจ้าพนักงานผู้รับสินบน หรือรับซื้อตำแหน่งหรือรับวิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง กับฝ่ายผู้ติดสินบนให้ต้องยั้งคิดมากขึ้น เพราะอาจถูกเปิดเผยข้อมูลง่ายขึ้น และอาจถูกดำเนินคดีง่ายขึ้น ทำให้ทั้งหนูทั้งแมวต้องยับยั้งชั่งใจในการกระทำความผิดมากขึ้น เป็นผลให้การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นได้ผลในทางปฏิบัติมากยิ่งขึ้น จึงสมควรเพิ่มหลักการดังกล่าวบางข้อไว้ในพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 เพื่อใช้พิจารณาคดีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตามที่จัดตั้งไว้แล้ว เช่นนี้ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นจะได้ผลสมบูรณ์และเด็ดขาดอย่างที่สุด

ประการหนึ่ง เดิมเมื่อหลายปีก่อนมีการดำริให้บุคคลผู้เข้ารับราชการใหม่ในชั้นต้น รวมทั้งนักการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่นที่เข้ามาใหม่ ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินเบื้องต้นทันทีไว้ก่อน และปีใดได้ทรัพย์สินพิเศษมากกว่ารายได้รวมประจำปี ต้องแจ้งเพิ่มเติมทันที แต่ขณะนั้นเห็นว่ายุ่งยากในการจัดเก็บเอกสารจำนวนมาก ปัจจุบันการเก็บเอกสารในรูปแบบดิจิทัลทำได้โดยง่ายแล้ว สมควรมีระเบียบ ข้อบังคับ หรือบัญญัติกฎหมายให้มีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินครั้งแรกหรือชั้นต้น จะเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง และได้ผลในทางปฏิบัติอย่างเด็ดขาด

ท่านทั้งหลายครับ ถึงเวลาแล้วที่ทุกท่านผู้มีความรู้ดีและห่วงใยสังคม จะต้องช่วยกันคิด ช่วยกันเสนอแนะ ช่วยกันทำ เพื่อแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในรูปแบบต่างๆ ให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย และประเทศไทยโดยเร็วที่สุด เพื่อลูกหลาน และคนไทยทั้งมวลครับ

ฐนยศ คีรีนารถ

บทความก่อนหน้านี้สภาวิศวกร เผยผลคะแนนอบรมวิศวกรจีนรุ่น 2 ผ่านเกณฑ์
บทความถัดไปหน.ไอเอ็มเอฟเตือนโลกอนาคตมืดมน หากไม่จัดการปัญหาโลกร้อน-ความไม่เท่าเทียม