หน้าแรก คอลัมนิสต์ ของขวัญจากประ...

ของขวัญจากประชาชนของประเทศหนึ่ง สู่ประชาชนอีกประเทศหนึ่ง โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

20.01.16 | 16:00 น.

เมื่อ พ.ศ.2408 (ค.ศ.1865) มีประชาชนชาวฝรั่งเศสจำนวนหนึ่งที่อัดอั้นตันใจเนื่องจากอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการของจักรพรรดินโปเลียนที่สาม (หลานชายของจักรพรรดินโปเลียนที่หนึ่ง) มีความประสงค์ที่จะมอบของขวัญในโอกาสครบรอบ 100 ปีของการประกาศอิสรภาพของประเทศสหรัฐอเมริกาให้แก่ประชาชนชาวอเมริกัน เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความทรงจำรำลึกถึงสัมพันธภาพอันดีระหว่างสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส ในระหว่างสงครามประกาศอิสรภาพในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากชาวฝรั่งเศสชื่นชมชาวอเมริกันที่หาญกล้าพากันลุกขึ้นสู้กับอังกฤษ มหาอำนาจของโลกในขณะนั้น เพื่อประกาศอิสรภาพปลดแอกจากอังกฤษได้สำเร็จ จนเป็นชาติเอกราชที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยได้ในที่สุด โดยชาวฝรั่งเศสได้จัดสร้างเทพีเสรีภาพ เป็นอนุสาวรีย์สำริด รูปเทพีแบบกรีกห่มเสื้อคลุม มือขวาชูคบเพลิง มือซ้ายถือแผ่นจารึกคำประกาศอิสรภาพของสหรัฐ และมีอักษรสลักว่า “JULY IV MDCCLXXVI” หรือวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2319 (ค.ศ.1776) เท้าข้างหนึ่งมีโซ่ที่ขาด แสดงถึงความหลุดพ้นจากการเป็นทาส สวมมงกุฎ 7 แฉก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของทวีปทั้งเจ็ด ภายในมีบันไดวนรวมทั้งสิ้น 162 ขั้น โครงร่างเหล็กออกแบบโดย กุสตาฟ ไอเฟล ซึ่งเป็นผู้ออกแบบหอไอเฟล ในกรุงปารีส โดยชาวฝรั่งเศสทั้งหลายช่วยกันรณรงค์หาเงินบริจาคจากทั่วประเทศเพื่อสร้างอนุสาวรีย์เทพีสันติภาพขึ้นจนสำเร็จ ภายหลังจากการปลดแอกจากเผด็จการนโปเลียนที่สามได้สำเร็จและส่งมอบของขวัญที่เป็นอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพให้แก่สหรัฐอเมริกา โดยทางสหรัฐอเมริกาได้สร้างส่วนฐานอนุสาวรีย์ รองรับไว้ที่เกาะลิเบอร์ตี ตรงอ่าวนิวยอร์ก ที่นครนิวยอร์ก โดยจารึกโคลงของกวีชาวอเมริกัน เอมมา ลาซารัส

ซึ่งมีเนื้อหาต้อนรับผู้อพยพที่เข้ามาอยู่ในอเมริกาที่กินใจซึ่งในตอนท้ายของโคลงมีดังนี้

“Give me your tired, your poor, จงส่งผู้อ่อนล้า ผู้ยากไร้ของโลกเก่ามาให้ฉัน

Your huddled masses yearning to breathe free, ฝูงชนที่เบียดเสียดของโลกเก่าที่โหยหาเสรี

The wretched refuse of your teeming shore. บรรดาพวกผู้เข็ญใจจากฝั่งที่แออัดของโลกเก่า

Advertisement

Send these, the homeless, tempest-tost to me, จงส่งพวกไร้บ้านที่ถูกพายุกระหน่ำมาให้ฉันเถิด

I lift my lamp beside the golden door!” ฉันได้ชูคบเพลิงอยู่ข้างประตูทองนี้แล้ว

ครับ ! ของขวัญของประชาชนชาติหนึ่งให้กับประชาชนอีกชาติหนึ่งเป็นสิ่งที่สวยงาม เนื่องจากเสรีภาพและสันติภาพเป็นสิ่งที่ประชาชนปรารถนา ซึ่งเรื่องของประชาชนฝรั่งเศสกับประชาชนอเมริกันเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว ก็ยังมีเทพีเสรีภาพที่ยืนยงเป็นมรดกโลกอยู่จนปัจจุบัน

บัดนี้ก็เกิดสิ่งที่น่าประทับใจกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งกล่าวคือ ประชาชนของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งจัดว่าเป็นประเทศใหม่มีอายุได้ 111 ปี โดยได้แยกตัวออกมาจากประเทศสวีเดนมาตั้งเป็นประเทศเอกราชเมื่อ พ.ศ.2448 (ปลายรัชสมัยพระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5) ต้องการที่จะมอบของขวัญให้กับประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันออกคือประเทศฟินแลนด์ ในวาระที่ประเทศฟินแลนด์จะมีอายุครบ 100 ปี ใน พ.ศ.2560 (ฟินแลนด์แยกตัวออกเป็นเอกราชจากประเทศรัสเซียเมื่อ พ.ศ.2460) ซึ่งของขวัญของชาวนอร์เวย์ที่จะมอบให้กับประชาชนฟินแลนด์คือ “ภูเขา 1 ลูก”

สาเหตุที่จะมอบภูเขาให้แก่ประชาชนฟินแลนด์นั้น เนื่องจากในขณะที่นอร์เวย์มีภูเขาสูงๆ มากมาย แต่ประเทศฟินแลนด์นั้นมีที่ราบและทะเลสาบมากกว่าภูเขา ซึ่งภูเขาที่สูงที่สุดของฟินแลนด์นั้นอยู่ติดกับพรมแดนนอร์เวย์ ชื่อฮัลติ มีความสูง 1,324 เมตร แต่ในเทือกเขาเดียวกันนั้นมีภูเขาฮัลดิซอกกาที่สูง 1,331 เมตร ซึ่งตั้งอยู่ในเขตของประเทศนอร์เวย์

หากนอร์เวย์ให้ภูเขาฮัลดิซอกกานี้แก่ฟินแลนด์แล้ว ภูเขาของขวัญนี้จะเป็นภูเขาที่สูงที่สุดของฟินแลนด์โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะนับได้ว่าเป็นของมีค่าของฟินแลนด์ขึ้นมาทันที

ในขณะที่ภูเขาเขาฮัลดิซอกกาเมื่ออยู่กับนอร์เวย์แบบว่ายังสูงไม่ติด 1 ใน 200 ของภูเขาที่สูงที่สุดของนอร์เวย์ด้วยซ้ำไป (ภูเขาที่สูงที่สุดของนอร์เวย์คือภูเขาแกลฮอปปิงเกน สูง 2,469 เมตร ส่วนภูเขาที่สูงอันดับที่ 200 คือภูเขาออค์สอลเทน สูง 1,916 เมตร)

หากนอร์เวย์มอบภูเขาฮัลดิซอกกาให้กับฟินแลนด์เป็นของขวัญฉลองวันครบรอบ 100 ปีของเอกราชฟินแลนด์แล้วจะทำให้นอร์เวย์เสียดินแดนไป 0.015 ตารางกิโลเมตร และพรมแดนของนอร์เวย์จะร่นเข้ามาเพียง 200 เมตร ทางพรมแดนตะวันออกและเพียง 150 เมตร ทางพรมแดนทางเหนือเท่านั้น แบบว่าแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย

ครับ ! เรื่องภูเขานี่นะครับ ก็น่าไปเที่ยวไปดูอยู่หรอกแต่ให้ไปอยู่คงไม่มีใครอยากไปตั้งถิ่นฐานอยู่หรอกครับ แต่ก็มีหลายประเทศทะเลาะกันเรื่องภูเขาจนถึงขั้นรบกันก็มี เช่น อินเดียกับปากีสถาน หรือบางประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นต้น