ผู้นำหญิงคนแรก โดย ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

แฟ้มภาพ

หลังการเลือกตั้งของไต้หวันเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ภูมิภาคเอเชียมีผู้นำหญิงหน้าใหม่ขึ้นมาอีกคนหนึ่ง

น.ส.ไช่ อิง เหวิน จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า หรือดีพีพี อายุ 59 ปี เป็นผู้คว้าชัยชนะตามความคาดหมายและสร้างประวัติศาสตร์จะเป็นผู้นำหญิงคนแรกของไต้หวัน

ความน่าสนใจเกี่ยวกับผู้นำหญิงคนแรกท่านนี้คือ ไม่ได้มาจากครอบครัวนักการเมืองแบบผู้นำหญิงคนอื่นๆ ในเอเชีย

ไม่เหมือนอินทิรา คานธี แห่งอินเดีย เบนาซีร์ บุตโต แห่งปากีสถาน ออง ซาน ซูจี แห่งพม่า และปาร์ค กึน เฮ แห่งเกาหลีใต้ ที่เข้าสู่เส้นทางการเมืองต่อจากพ่อ

Advertisement

ไม่เหมือนคอราซอน อะคีโน แห่งฟิลิปปินส์ รับหน้าที่แทนสามีซึ่งถูกลอบสังหาร

ไม่เหมือน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของไทยที่ผันตัวจากการเป็นนักธุรกิจเข้ามารับบทหนักทางการเมืองแทนทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย

แต่ที่อาจคล้ายกันนิดหน่อยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์คือ น.ส.ไช่บอกว่าการเข้าสู่เส้นทางการเมืองนั้นเป็นความบังเอิญ ไม่ได้ตั้งใจ

ตามประวัติรายงานของสื่อมวลชนทั้งของเอเชียและตะวันตก นักการเมืองหญิงเป็นลูกสาวคนสุดท้องของนักธุรกิจที่มีภรรยา 4 คน และลูก 11 คน

อยู่ในแวดวงวิชาการมานานกว่า 30 ปี เรียนทั้งในไต้หวัน สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ สุดท้ายเป็นอาจารย์ด้านนิติศาสตร์

ความเชี่ยวชาญใช้ภาษาอังกฤษเป็นปัจจัยสำคัญให้ได้รับมอบหมายงานที่ปรึกษาทางกฎหมายในช่วงไต้หวันต่อรองเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก จากนั้นมาจึงทำงานที่เปิดตัวสู่สาธารณะมากขึ้น

ในยุคที่พรรคดีพีพีมีนายเฉิน สุ่ยเปียน เป็นประธานาธิบดีไต้หวัน ช่วงนั้นความสัมพันธ์กับจีนย่ำแย่มาก แต่ น.ส.ไช่ ในฐานะหัวหน้าสภากิจการแผ่นดินใหญ่ กลับสร้างผลงานเจรจาต่อรองจนทำให้เกิดการเชื่อมโยงการขนส่งทางเรือและการค้าระหว่างสองดินแดนได้ ก่อนผลักดันเที่ยวบินตรงระหว่างสองฝั่งเป็นครั้งแรก

ในปี 2551 ที่พรรคดีพีพีพ่ายหมดรูป น.ส.ไช่อาสาเข้ามาเป็นผู้นำพรรค ด้วยความเชื่อว่าการมีพรรคฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาธิปไตย

เมื่อพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีต่อนายหม่า อิงจิว เมื่อปี 2555 ด้วยคะแนนไม่ห่างนัก น.ส.ไช่จึงลาออกตามธรรมเนียมปฏิบัติทางการเมือง ก่อนกลับมาแก้มืออีกครั้ง

ในปีนี้หลังจากพรรคชาตินิยมจีน หรือก๊กมินตั๋ง เป็นรัฐบาลมานาน 8 ปี และเริ่มมีผลงานไม่ถูกใจประชาชน น.ส.ไช่และพรรคดีพีพีจึงพลิกกลับมาเป็นฝ่ายชนะบ้าง

เส้นทางผลัดเปลี่ยนแพ้ชนะในกระบวนการทางการเมืองของไต้หวันแบบนี้ เป็นไปโดยกระบวนการประชาธิปไตย

ไต้หวันเองมีเหตุการณ์ ส.ส.ตีกันในสภา มีนักการเมืองระดับผู้นำถูกดำเนินคดีทุจริต มีความขัดแย้งระหว่างประชาชนกลุ่มต่างๆ แต่ประชาธิปไตยก็ขับเคลื่อนไปได้โดยไม่ต้องหยุดเพื่อปฏิรูป

ชัยชนะของ น.ส.ไช่ ซึ่งจะขึ้นเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรก ทำให้น่าติดตามว่าคุณสมบัติของผู้นำหญิงที่มีความประนีประนอม อดทน รับฟัง จะช่วยทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเป็นไปในทิศทางใด

ที่แน่ใจได้คือการถูกโค่นอำนาจนอกกติกาประชาธิปไตยนั้นมีความเป็นไปได้น้อยมาก หรือไม่มีเลย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image