หน้าแรก คอลัมนิสต์ กาลครั้งหนึ่ง...

กาลครั้งหนึ่ง..นานมาแล้ว แฝดสยาม (16) มารผจญคนสร้างตำนานรักสะท้านโลก โดย พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก

15.03.16 | 15:00 น.

ความเดิมจากตอนที่แล้ว แฝดอิน-จันตัวติดกันจากเมืองแม่กลองไปใช้ชีวิตแสดงตัวในยุโรปและอเมริกานานเกือบ 10 ปี เก็บเงินได้ก้อนใหญ่แปลงสัญชาติเป็นพลเมืองอเมริกัน ซื้อที่ดิน 150 เอเคอร์ (ประมาณ 380 ไร่) ปลูกข้าวโพด ยาสูบ สร้างบ้านที่โอบล้อมด้วยขุนเขา ลำธารที่แสนจะสวยงาม สงบร่มรื่นของ แทรปฮิล เมาธ์แอรี่ รัฐนอร์ธแคโรไลนา

แฝดหนุ่มผ่านร้อนผ่านหนาวมาราว 30 ปีเศษ เคยติดตาต้องใจพี่น้องสาวสวย แอดิเลดและซาร่าห์ ที่มาร่วมงานเลี้ยงฉลองแต่งงานของนายแฮริส ทั้งแฝดและสองสาว เคยโอภาปราศรัยหยอดคำหวานเป็นสะพานเชื่อมไมตรีกันไว้แบบลืมไม่ลง

แรงคิดถึงผลักดันให้แฝดตัดสินใจเดินทางด้วยรถม้า มุ่งตรงไปที่บ้านของสองสาวที่ห่างออกไปราว 16 ไมล์ ถามไถ่ไปตามทางจนกระทั่งไปเคาะประตูบ้านของตระกูลเยทส์ (Yates)

สุภาพสตรีที่มาเปิดประตูบ้านต้อนรับแนะนำตัวเองว่า เธอคือ แนนซี่ เยทส์ เป็นแม่ของแอดิเลดและซาร่าห์นั่นเอง แฝดหนุ่มถึงกับผงะ เมื่อเห็นเธอสูงราว 165 เซนติเมตร คำนวณด้วยสายตาแล้วน้ำหนักน่าเธอจะมากกว่า 200 กิโลกรัมแน่นอน

แนนซี่เองก็ลมจับล้มทั้งยืนเมื่อเปิดประตูมาพบกับคนประหลาดตัวติดกันที่มาเคาะประตูบ้าน ต่างคนต่างมีของแปลกมาประชันกัน แนนซี่ให้การต้อนรับอิน-จันแบบอบอุ่น การบุกไปบ้านของสองสาวครั้งแรกได้พบมารดาของเธอทั้งสองเป็นการปูทาง สร้างกำลังใจที่จะให้หนุ่มใหญ่ไขว่คว้าหารักให้สำเร็จ

Advertisement

การทำไร่ข้าวโพด ข้าวสาลี และร้านค้าของชำโดยแฝดสยามเป็นไปด้วยดี นับว่าแฝดคู่นี้เป็นผู้อพยพเข้ามาตั้งรกรากแบบคนหน้าใหม่ที่เปิดตัวแรงเต็มพิกัด

ไม่ว่าจะทำมาหากินเหนื่อยยากแค่ไหน หัวใจก็ไม่เคยหยุดเรียกร้องสองสาวตระกูลเยทส์ ทุกครั้งที่แฝดต้องเดินทางเข้าเมือง ก็จะต้องหาเรื่องแวะ มีส้มสุกลูกไม้ติดไม้ติดมือไปฝากครอบครัวนี้เสมอ สมาชิกในครอบครัวก็มีน้ำใจเชิญทานอาหารแทบทุกครั้ง โดยเฉพาะอาหารค่ำที่จะมีเรื่องพูดคุยที่แสนจะตื่นเต้น

ทุกคนในครอบครัวตระกูลเยทส์ชอบที่จะฟังเรื่องราวของเมืองแม่กลอง ราชอาณาจักรสยาม (ซึ่งตอนนั้นตรงกับรัชสมัยในหลวง ร.3) เรื่องราวการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากสยามมาอเมริกา การพเนจรไปหลายประเทศในยุโรป ในอเมริกา เรื่องราวเหล่านี้จะมีกี่คนในโลกนี้ที่เคยประสบพบเจอ สาวน้อยแอดิเลด (เรียกง่ายๆ ว่า แอ้ดดี้) และซาร่าห์ (เรียกง่ายๆ ว่า แซลลี่) เคลิบเคลิ้มไปกับสองผู้ยิ่งใหญ่จากสยาม

ความรักที่แอบรักเค้าข้างเดียว มันอึดอัดคับอกต้องยกออก แฝดหนุ่มคิดหนัก คงต้องใช้บริการของเพื่อนรัก นายแฮริสที่เป็นเพื่อนร่วมงานมาหลายปี แฮริสเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะไขผ่านประตูเหล็กบานใหญ่ผ่านไปให้จงได้

twinsiam

นายแฮริส ชาวอังกฤษเชื้อสายไอริชที่มาแต่งงานกับลูกสาวเจ้าของบ้านเช่าในแทรปฮิล หลังจากได้รับฟังเรื่องความรักที่หนักปานภูผา ถึงกับมึนตึ้บ

แฮริสทราบดีว่าความรักของแฝดยิ่งใหญ่ หนักแน่นเกินบรรยาย แต่ความไม่ปกติของร่างกายอิน-จัน คือกำแพงเหล็กที่สูงตระหง่านขวางกั้นความรักจากฝ่ายหญิง

สามัญสำนึกของแฮริสบอกได้ทันทีว่าเรื่องพิสดารแบบนี้ต้องฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการ เรื่องการสมรสข้ามสีผิว การสมรสข้ามเผ่าพันธุ์เป็นเรื่องที่สังคมอเมริกันในยุคนั้นถือว่าร้ายแรงมาก ถ้าผู้ชายผิวขาวไปสมรสกับหญิงสีผิวอื่นถือเป็นเรื่องยอมรับได้ แต่ถ้าผู้หญิงผิวขาวไปสมรสกับชายสีผิวอื่นเป็นเรื่องที่ต้องห้าม

อเมริกาในยุคสมัยนั้น มีการแบ่งแยกสีผิวชัดเจนแบบปะปนกันไม่ได้เลย พ่อค้าคนขาวจะไปซื้อคนดำที่เรียกว่านิโกร จากทวีปแอฟริกาใส่เรือมาอเมริกา เพื่อมาทำงานหนักมีสถานะเป็นทาส

บรรทัดฐานสังคมที่เข้มงวด รวมถึงจารีตประเพณีของคนอเมริกันผิวขาวในยุคนั้น เป็นอุปสรรคขวากหนามที่แหลมคมสำหรับอิน-จัน รวมทั้ง แอ้ดดี้และแซลลี่ เรื่องจริยธรรม ค่านิยมในสังคมของหญิงสาวในยุคเหยียดสีผิวมีผลในทางปฏิบัติเข้มงวด ทั้งๆ ที่กฎหมายก็มิได้ระบุไว้

ประการสำคัญที่สุด ความรู้สึกของพี่น้อง 2 สาว ที่ลังเลใจต่อความรัก เพราะเธอมีความฝันว่าถ้าได้แต่งงาน เธอคงฝันอยากมีชีวิตส่วนตัวกับคนรัก แต่ชายหนุ่มคู่นี้ตัวมันติดกันมาตั้งแต่เกิด มันจะไปเป็นส่วนตั๊วส่วนตัวกันตอนไหนได้ ชีวิตที่เรียกว่าร่วมเรียงเคียงหมอน มนุษย์ทั่วไปทำกันแค่ 2 คนเท่านั้น นี่กำลังจะเล่นเป็นหมู่ 4 คน

เธอคงอยากได้สามีคนเดียว ไม่อยากได้ของแถม

เรียนท่านผู้อ่านที่เคารพนะครับ ตำนานรักบันลือโลกของชาวสยามคู่นี้ คือความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของแฝดสยาม ที่ฝรั่งเรียกว่า Siamese Twins ที่สร้างความเป็นอมตะระดับโลกทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้

มีคนแฝดตัวติดกันที่เรียกว่า Conjoined Twins ในโลกนี้อีกหลายคู่ ศีรษะติดกัน ก้นติดกัน แต่แฝดเหล่านั้นอายุไม่ยืนยาวเหมือนแฝดสยาม แฝดสยามมีทุกอย่างปกติเหมือนคนทั่วไป ใช้ชีวิตเช่นผู้คนทั้งหลาย แต่มีท่อนเนื้อเหมือนกระบอกข้าวหลามยาวประมาณ 6 นิ้ว เชื่อมติดกันบริเวณหน้าอก (กรุณาดูภาพอย่างละเอียด) ที่สำคัญที่สุดคือ แฝดสยามตัวติดกันที่มีอายุยืนยาวที่สุดและเป็นผู้แหกกฎเกณฑ์ทั้งปวง

ไม่มีอะไรจะยิ่งใหญ่ และมีพลังไปกว่าความรัก แฝดทั้งสองดั้นด้นเทียวไปเทียวมา กระเตงกันไปแบบคนคู่สู้ชีวิต หาเรื่องเข้าบ้านฝ่ายหญิงไม่ขาดตอน มีบันทึกว่าหลังอาหารเย็นที่บ้านของสองสาว แฝดหนุ่มจะโชว์เสียงเพลงรักจากขลุ่ยอันโหยหวนที่มนต์สะกด เดวิด แนนซี่และ สมาชิกในครอบครัวเยทส์อย่างได้ผลชะงักนักแล

รักพิสดารกระฉ่อนโลกของ 4 คนนี้ มีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย

ข่าวดีคือ แอดิเลดยอมรับและเห็นใจแฝดจัน

ข่าวร้ายคือ ซาร่าห์ไม่เล่นด้วย แฝดอินจึงเป็นส่วนเกิน

น่าสนใจมากนะครับ บรรพบุรุษของชาวสยามคู่นี้เค้าไปจีบกันยังไง ในขณะที่แฝดจันพร่ำคำหวานต่อแอ้ดดี้ แฝดอินก็ต้องฟังอยู่ด้วย กี่ครั้งกี่หนก็ต้องฝืนทนอยู่กะเค้า หลับๆ ตื่นๆ ง่วงเหงาหาวนอน จะขอตัวไปนอนก่อนก็ไปไม่ได้ หรือจะไปฉี่ ก็ไปไม่ได้

มาร์ค เทวน (Mark Twain) นักประพันธ์ ศิลปินที่มีชื่อระดับโลกได้รับทราบข่าวว่ามีแฝดตัวติดกันในอเมริกา จึงประพันธ์บทบรรยายแนวบันเทิงเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์แสนมหัศจรรย์คู่นี้ และได้เขียนภาพการ์ตูนล้อเลียนในช่วงที่จันกำลังมีความสุขคุยกับแอดิเลดในยามดึกดื่นเที่ยงคืน แต่อินต้องเหงาเงิบง่วงนอน

ข้อมูลเด็ดเรื่องเด็กแฝดในโลกนี้ที่นึกไม่ถึงแต่มีบันทึกไว้ใน Encyclopedia of Multiple Birth records ปี 2008 ระบุว่า ในปี พ.ศ.2243 คุณแม่ชาวรัสเซียที่แสนจะมีบุญ ได้คลอดแฝด 3 คน จำนวน 7 ครั้ง ตามด้วยการคลอดแฝด 4 คนอีก 4 ครั้ง รวมแล้วคุณแม่คนนี้ให้กำเนิดลูก 37 คน ผู้เขียนขอสงวนความคิดเห็นครับ เพราะนึกภาพไม่ออกเรื่องการกินนม

ผู้เขียนขอสอดแทรกเกร็ดประวัติศาสตร์ของสยามในห้วงเวลาตรงกับที่แฝดสยามไปตั้งรกรากสร้างชีวิตในอเมริกา

ในช่วงเวลานั้น สยามไม่มีศึกสงครามกับพม่าแล้ว เนื่องจากพม่ากำลังสู้รบ ชาวพม่าบาดเจ็บล้มตายทำสงครามต่อต้านอังกฤษที่ส่งกำลังเข้ายึดครองพม่า ในหลวง ร.3 ที่ทรงพระปรีชาสามารถจึงทุ่มเทสรรพสิ่งทั้งปวงไปกับการพัฒนา มีการขุดคลองบางขนาก ขุดคลองหมาหอน ขุดคลองบางขุนเทียนเพื่อการขนส่งทางน้ำ

ด้านการสาธารณสุข ในยุคนั้นนายแพทย์บรัดเลย์ (Dan Beach Bradley M.D.) แพทย์ชาวอเมริกันที่ชาวสยามเรียกปลัดเล ได้เข้ามารักษาพยาบาลชาวสยามด้วยวิชาการแพทย์สมัยใหม่ ผสมผสานกับการเผยแพร่ศาสนา หมอริเริ่มให้มีการปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษเป็นครั้งแรกในสยาม มีการฉีดวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค หมอปลัดเลแสดงวิธีการการผ่าตัดคนไข้รายแรกของสยามให้ได้เห็นกันจะจะ

ปลัดเลคนนี้ยังขยันไม่หยุด แกไปประดิษฐ์ตัวพิมพ์อักษรไทยเพื่อทำแท่นพิมพ์ สร้างโรงพิมพ์เป็นครั้งแรก แถววัดประยูรวงศาวาส แถมยังกล้าออกหนังสือพิมพ์ภาษาไทยรายปักษ์ ชื่อ แบงคอก รีคอร์เดอร์ (Bangkok Recorder) ให้ชาวสยามได้อ่าน หมอออกแบบทำปฏิทินให้ชาวสยามได้ใช้เป็นปฐมบท

กลับมาเรื่องของความรัก ของหนุ่มสยามที่กำลังกลัดกลุ้ม รักไม่ลงตัว ที่สาวน้อยซาร่าห์ ยังคิดไม่ตกที่จะใช้ชีวิตครอบครัวร่วมกันแบบ 4 คน ความหมองคล้ำปรากฏบนใบหน้าของแฝดอิน ถึงขนาดกินไม่ได้นอนไม่หลับ

เสียงซุบซิบนินทาเริ่มเล็ดลอดออกมา กระจายไปในชุมชนแทรปฮิลว่า ไอ้แฝดประหลาดคู่นี้มันกำลังหลงรักสาวอเมริกันผิวขาว

แฝดอิน ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากแฝดจัน จึงหาทางออกโดยประกาศจัดงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ ซึ่งก็เป็นกิจกรรมธรรมดาที่แฝงด้วยความไม่ธรรมดา เพื่อนบ้านในบริเวณใกล้-ไกล ต่างได้รับเชิญมาร่วมงานที่บ้าน

แน่นอนที่สุด เป้าหมายคือการได้พบแอดิเลดและซาร่าห์

เธอทั้งสองเป็นแขกคนสำคัญสำหรับเจ้าของบ้านชายโสดฝาแฝดที่มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดี เฟอร์นิเจอร์เกือบทุกชิ้น ถ้วยชาม แก้วน้ำ ช้อนส้อม ล้วนเป็นของที่ไปซื้อมาจากนิวยอร์ก

เมื่องานดำเนินไปจนดึกดื่นเพื่อนบ้านทั้งหลายทยอยกลับไปจนคนสุดท้าย แต่ยังคงมีแอดิเลดและซาร่าห์ เป็นเพื่อนคุยกับแฝด

การเจรจาเพื่อยืนยันในรักแท้ คือประเด็นหลักในการสนทนาที่ต่อเนื่องข้ามคืนเข้าสู่เช้าวันใหม่ แอดิเลดที่ยอมรับรักจากแฝดจันมาก่อนแล้ว ได้ช่วยพูดอ้อนวอนพี่สาว สร้างสะพานเชื่อมนำความรัก ความเข้าใจแบบหมดจด เธออ้อนวอนให้ซาร่าห์ตอบรับความรักของแฝดอิน

พระเจ้าที่อยู่บนสรวงสวรรค์ ท่านคงได้ยลยินกับเสน่หา ความรักของ 2 หนุ่ม 2 สาวมาทั้งคืน พระผู้เป็นเจ้าจึงดลบันดาลให้ซาร่าห์เอ่ยปากยอมรับในความรักของแฝดอินในที่สุด

รุ่งสางของวันนั้น โลกทั้งใบเป็นของแฝดสยาม ความรักคือการให้ เมื่อรักมาบรรจบครบ 4 คนความสุขก็เริ่มปรากฏ แต่ทุกอย่างยังคงเป็นความลับที่มิได้แพร่งพรายต่อผู้ใด

อิน-จัน ยังคงทำตัวเสมอต้นเสมอปลาย แวะไปเยี่ยมบ้านของสองสาวตามปกติวิสัยทุกครั้งที่เดินทางเข้า-ออกจากเมือง

ความสนิทสนมที่ก่อตัวมานาน สร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่าย จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง 2 คู่ชายหญิงจากแทรปฮิล นั่งรถม้าเปิดประทุนออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันตามประสาหนุ่มสาว ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตัวแสดงตนต่อสาธารณชนว่าเป็นคู่รักที่ลงตัวแล้ว

การปรากฏตัวครั้งนั้น เป็นการเฉลยคำตอบอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งว่า สองสาวผิวขาว ซาร่าห์และแอดิเลด ลูกสาวอีตาเดวิดกับนางแนนซี่เป็นคนรักของไอ้แฝดตัวติดกันอย่างไม่ต้องสงสัย ไฟลามท้องทุ่งยังเคลื่อนตัวช้ากว่าเสียงติฉินนินทา ที่พุ่งออกไปทั่วสารทิศเร็วปานจรวดในชุมชนวิลส์คโบโร

ค่านิยม จารีตและความคิดและจิตใจของคนผิวขาวในยุคสมัยนั้น มีกรอบว่าถ้าหญิงสาวคนขาวจะมีความรักกับบุรุษต่างสีผิว มันคือหายนะ มันคือความสำส่อนโสมมที่รับไม่ได้เด็ดขาด

หนุ่มสาวทั้ง 4 คนที่ต่างมีโลกเป็นสีชมพูไม่สามารถแพร่งพรายได้ เรื่องความรักที่ลงตัวของ 2 หนุ่ม 2 สาว ยังไม่ระแคะระคายกับเสียงก่นด่าที่ตลบอบอวลท้องทุ่ง มาทราบอีกครั้งเมื่อบ้านของเธอโดนขว้างด้วยก้อนหินกระจกแตกกระจายในคืนวันถัดมา

มันคือสัญญาณจากปรปักษ์รอบข้างที่ออกอาการชัดเจนว่ารังเกียจการคบหาของหนุ่มที่มีร่างกายวิปริตกับสาวเจ้าถิ่น

ความชิงชังยังก่อกวนจิตประสาทของครอบครัวตระกูลเยทส์ โดยมีจดหมายมาข่มขู่ให้ควบคุมลูกสาวมิให้คบหากับไอ้แฝดสยามคู่นี้ ถ้าไม่หยุดการคบหาแบบคนรัก ชาวบ้านจะไปเผาพืชไร่ของเดวิดให้พินาศหมดตัว

หนังสือ The Lives of Chang and Eng โดย Joseph Andrew Orser สร้างความกระจ่างเกี่ยวกับตระกูลเยทส์ ที่ต้องแบกรับการติเตียนแสนสาหัสจากสังคมรอบด้านในอเมริกายุคนั้น โดยระบุว่าในช่วงนั้นมีคดีความฟ้องร้องกันในศาลเกี่ยวกับเรื่องการอยู่กินกันของชายหญิงโดยไม่แต่งงาน การคบชู้สู่ชาย คดีเรื่องลูกนอกสมรส หลากหลายในสังคมชนบทอเมริกา ทางการมีความพยายามที่จะออกกฎหมายป้องปรามและกำหนดบทลงโทษ

เดวิดและแนนซี่ เยทส์ พ่อแม่ของแซลลี่และแอ้ดดี้ ครอบครองที่ดิน 500 เอเคอร์ มีทาสทำงานในไร่ 7 คน นับว่าเป็นครอบครัวที่มีหน้ามีตา ได้รับการยอมรับนับถือจากชุมชนวิลส์คโบโร ในเมื่อลูกสาว 2 คนกำลังจะไปออกเรือนกับชายรูปร่างพิสดารตัวติดกันเช่นนั้น แกจึงต้องปกป้อง กีดกันทุกวิถีทาง

ชีวิตของแฝดหนุ่มจากสยาม ช่างรันทด อาภัพรักเสียนี่กระไร อันที่จริงชาวชุมชนเมืองวิลคส์ ก็ต้อนรับนับแฝดคู่นี้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนโดยมิได้ตั้งแง่รังเกียจอะไร แต่พอมาทราบว่าแฝดพิสดารคู่นี้เกิดไปรักใคร่ชอบพอกับสาวสวยในชุมชนตัวเอง มันเสียเหลี่ยมคนขาว ก็ต้องหมั่นไส้ไล่ส่งเป็นธรรมดา

มารผจญ คนหลอกหลอนไม่หยุด สื่อท้องถิ่น คาโรไลนา วอทช์แมน (Carolina Watchman) และอีกหลายฉบับชิงเปิดพื้นที่ข่าวหน้า 1 ละเลงสีสันแบบเมามัน วาดภาพการแต่งงานที่จะมีขึ้นโดยใช้คำว่าสมรสหมู่ 4 การแต่งงานของสัตว์ป่า สัตว์ป่าบ้าตัณหากำลังเข้าพิธีสมรส

การเย้ยหยัน เสียดสีในหน้าหนังสือพิมพ์เลยเถิดไปไกล ในทำนองว่าจะเป็นการสมรสระหว่างคนกับสัตว์ คนสมรสกับอสุรกาย

twinsiam3

ซาร่าห์ แอน เยทส์ เกิดเมื่อ 18 ธันวาคม พ.ศ.2365 พบหน้าแฝดครั้งแรกในงานเลี้ยงเมื่ออายุ 18 ปี

แอดิเลด เยทส์ เกิดเมื่อ 11 ตุลาคม พ.ศ.2366 พบหน้าแฝดครั้งแรกในงานเลี้ยงเมื่ออายุ 17 ปี

ทั้งสองสาวเกิดในชนบทรัฐนอร์ธ แคโรไลนา มีพี่น้องท้องเดียวกันทั้งสิ้น 6 คน เป็นชาย 2 หญิง 4

เมื่อชาวบ้านรุมด่ากันทั้งบ้านทั้งเมือง แฝดหนุ่มจากแม่กลองที่โอนสัญชาติเป็นพลเมืองอเมริกัน หาได้หยุดความพยายามไม่ โดยถือคติว่ามารไม่มีบารมีไม่เกิด ยังอดทนวาดฝัน ฟันฝ่าตามหารักแท้

เดวิดและแนนซี่คิดหนัก เพราะโดนขู่จากสังคมรอบด้าน ส่วนพี่น้องสองสาวที่กลายเป็นจำเลยสังคม เป็นขี้ปากชาวบ้านกลับมีความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว ไม่แยแสต่อเสียงเห่าหอนของภูตผีปีศาจทั้งหลาย

สองนารีพี่น้องแห่งเมืองวิลส์คกลับเป็นฝ่ายรุก แอบนัดพบกับแฝดหนุ่มเป็นผลสำเร็จ ทั้ง 4 คน ได้พบกันในสถานที่ลับเฉพาะหลายครั้ง เพื่อปรึกษาหาทางออกให้กับชีวิตที่จะต้องก้าวข้ามจารีตคตินิยมให้ได้

คำตอบที่สรุปออกมาได้จากการลักลอบพบกันคือ แฝดทั้งสองจะเดินทางไปฟิลาเดลเฟียพบศัลยแพทย์เพื่อผ่าตัดแยกร่างให้จงได้

ความรักมีพลังแสนจะยิ่งใหญ่

เมื่อแฝดไปถึงฟิลาเดลเฟีย จึงไปพบศัลยแพทย์เพื่อขอร้องให้ผ่าตัดแยกร่างที่ใช้ชีวิตตัวติดกันมาราว 30 ปี เพื่อจะแยกกันไปแต่งงานและใช้ชีวิตครอบครัวเยี่ยงปุถุชนทั้งหลาย

แพทย์ทั้งหมดในฟิลาเดลเฟียทุกสำนัก ยืนยันว่าจะไม่มีวันลงมือผ่าแยกร่างให้เป็นอันขาด เพราะผลที่จะได้รับคือการสูญเสียทั้งอินและจัน

เรียนท่านผู้อ่านที่เคารพครับ ในยุคสมัยนั้นยังมีแฝดตัวติดกันที่เรียกว่า Conjoined Twins อีกหลายคู่นะครับ แต่ไม่มีใครสร้างตำนานระดับโลกทิ้งไว้ ทั้งเป็นนักสู้ บู๊ ดุเดือดเลือดพล่าน รัก หวานชื่น ขื่นขม แบบนี้เลย

เมื่อการผ่าตัดแยกร่างเป็นไปไม่ได้ บรรยากาศแห่งความรักของเทพบุตรสยามกับนางฟ้าพลอยมืดมิดไร้ทางออกโดยสิ้นเชิง

การเดินทางไปฟิลาเดลเฟีย ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความเสียสละของแฝดที่มีต่อพี่น้องทั้งสองสาวเป็นร้อยเท่าพันทวี

พี่น้องสองสาวฮึดสู้แบบหัวชนฝา เธอทั้งสองจะขอเป็นฝ่ายฉีกกฎเหล็กของสังคม สองสาวแอบลักลอบนัดพบกับแฝดอีกครั้ง เธอทั้งสองประกาศจะวิวาห์เหาะพากันหนีทั้ง 4 คน แต่ก่อนจะถึงจุดนั้น เธอจะไปขอให้บาทหลวงชื่อ คอลบี้ สปาร์ค (Collby Spark) ไปช่วยพูดกับพ่อแม่ของเธออีกครั้ง และครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย

สองสาวพี่น้องและแฝดหนุ่มต่างเจ็บปวด ทุกข์ระทมกับความไม่สมบูรณ์ของชีวิต

ผู้เขียนคิดด้วยใจเป็นธรรม คิดถึงใจเขา-ใจเรา ถ้าวันนี้เราเป็นพ่อ-แม่ของสองสาว ก็ต้องห่วงหวงและกังวลกับชีวิตของลูกสาวไม่น้อยว่าถ้าได้สามีเป็นคนต่างชาติต่างผิวพรรณ ไม่รู้เทือกเถาเหล่ากอ ความไม่เป็นปกติของร่างกาย ที่ไม่ทราบว่าแฝดคู่นี้มีอาการป่วยซ่อนอยู่ข้างใน หรือไม่ หรือเมื่อมีลูกมีหลานแล้วมันจะออกมาเป็นมนุษย์หรือไม่ หรือจะออกลูกมาเป็นหอยสังข์ เงาะป่า หรือจะออกลูกมาเป็นนางเงือก?

สามีภรรยาคู่นี้คิดไปได้ร้อยแปด น่าเห็นใจนายเดวิดและนางแนนซี่นะครับ

คำตอบสุดท้ายจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา

โปรดติดตามตอนต่อไปครับ