หน้าแรก คอลัมนิสต์ เวลาแห่งกระดา...

เวลาแห่งกระดานหกสู่สมดุล : โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

3.11.17 | 14:00 น.

นับแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรทุกหมู่เหล่าต่างไปเฝ้าถวายพระพร และเมื่อสำนักพระราชวังประกาศว่าเสด็จสวรรคตแล้ว เสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นดังระงม ไม่แต่เพียงในบริเวณโรงพยาบาลศิริราช หากแต่ร่ำไห้ทั่วประเทศไทย และในต่างประเทศ

จากวันนั้น พสกนิกรไทยต่างเดินทางเข้ามายังพระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเพื่อถวายบังคมพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศนานนับปี แม้เมื่อครบกำหนดเปิดให้เข้ากราบถวายบังคม ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ขยายวันและเวลาต่อไป กระทั่งช่วงสุดท้ายคือตลอด 24 ชั่วโมง ที่สุดยังทรงพระมหากรุณาธิคุณให้จัดตั้งพระบรมฉายาลักษณ์ริมกำแพงพระบรมมหาราชวังเพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้นำพวงมาลัยดอกไม้มากราบถวาย

ครั้นถึงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ 26 ตุลาคม 2560 พสกนิกรทั้งประเทศไทย และต่างประเทศ พากันหลั่งไหลเข้าไปยังสถานที่วางดอกไม้จันทน์ เพื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพล้นหลาม

นับได้ประมาณเกือบ 20 ล้านคน

ก่อนห้วงเวลานั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้จัดตั้งอาสาสมัครจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจเฉพาะกิจจากทั่วประเทศเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการถวายพระเพลิง มีผู้อาสาสมัครจำนวนทั้งสิ้นกว่า 4 ล้านคน

Advertisement

อาสาสมัครอายุน้อยที่สุด 1 ขวบ 6 เดือน และอาสาสมัครอายุมากที่สุด 93 ปี

มิใช่แต่เพียงเท่านั้น บรรดาผู้ประกอบอาชีพประกอบอาหาร “ระดับเชฟ” อาสามาประกอบอาหารอีกจำนวนไม่น้อย ยังมีผู้ประกอบอาชีพขับรถโดยสารรถตู้ วินมอเตอร์ไซค์ มาร่วมรับส่งผู้ที่เดินทางไปร่วมถวายพระเพลิงในทุกพื้นที่ บ่ายวันนั้นสถานประกอบการขายปลีกหยุดงานให้พนักงานไปร่วมพระราชพิธีวางดอกไม้จันทน์

ข่าวที่รายงานผ่านโซเชียลมีเดียยังมีมากมายแสดงถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ตลอดจนแต่ละคนมิได้ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะต้องตากแดดร้อนยามสายยามบ่าย ไม่ว่าจะต้องตากฝนที่กระหน่ำลงมาในบางเวลา ทุกคนต่างกรำแดดกรำฝนเพียงเพื่อชั่วชีวิตหนึ่งวันเดียวที่จะได้กราบถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่เปรียบมิได้ และพระองค์ทรงสถิตในใจตราบนิรันดร์

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ เป็นสถานการณ์ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่ว่าที่ไหนในโลก ซึ่งผู้คนต่างมารวมใจ ณ จุดหมายปลายทางเดียวกัน คือถวายความอาลัยแด่พระมหากษัตริย์พระผู้ทรงมีพระคุณหาที่สุดมิได้พระองค์นี้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยใจ และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น มิได้มีเป็นอื่น

นับแต่นี้ เชื่อว่าคนไทยทุกหมู่เหล่าจะนำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปเป็นข้อคิดทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องปรองดอง ไม่ว่าเรื่องสามัคคี ไม่ว่าเรื่องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ว่าเรื่องความเสียสละ ความอดทนอดกลั้นกับสิ่งที่มากระทบ

ก่อนหน้านี้ คนไทยด้วยกัน แม้แต่ประชาคมโลก ต่างคิดว่าคนไทยแตกแยกทางความคิด แตกแยกกันในทางการเมือง ต่างคนต่างมีความคิดเห็นไปคนละทิศคนละทาง ความคิดเห็นไม่ตรงกัน หาได้หันหน้าเข้ามาหาเหตุผลของความแตกต่างนั้น กลับทะเลาะเบาะแว้ง แยกสีแยกความคิดเห็น ทำร้ายซึ่งกันและกันกระทั่งคนในครอบครัวเดียวกันยังต่างสีต่างฝ่าย ไม่หันมาพูดจากันด้วยเหตุผลต่อกัน

วันนี้ หวังว่าทั้งนักการเมือง ฝ่ายปกครอง ทหารผู้มีอาวุธในมือ ตำรวจผู้ถือกฎหมาย ข้าราชการผู้ยึดระเบียบปฏิบัติที่ตราขึ้นจากกฎหมาย นักวิชาการผู้ถือเอาทฤษฎีที่เรียนรู้มา รวมถึงความเชื่อของตัวเอง และนิสิตนักศึกษาซึ่งยุคสมัยนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ให้ความสนใจกับความเป็นไปของบ้านเมือง

โดยเฉพาะประชาชน ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นสูง ชนชั้นกลาง หรือชนชั้นไหน และผู้มีความคิดสุดโต่ง ควรจะได้คิดว่าวิถีแห่งกระดานหกเกิดขึ้นแล้ว คือวันหนึ่งเมื่อกระดานหกไปอยู่ข้างหนึ่ง เมื่อถึงวันนี้ควรหกกลับมาสู่อีกข้างหนึ่ง ในที่สุดกระดานหกจะสมดุลระหว่างกึ่งกลาง ด้วยเหตุด้วยผลของทั้งสองข้าง

เหตุครั้งนี้ “นักการเมือง” ต้องคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมให้มากยิ่งกว่าประโยชน์ส่วนตัวดังที่เคยเป็น

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์