หน้าแรก คอลัมนิสต์ ระเบิด การเมื...

ระเบิด การเมือง ว่าด้วย กองกำลังที่ 3 มันสมอง ชวลิต

16.03.16 | 17:30 น.

การออกมาเสนอ “กองกำลังที่ 3” โดย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อาจฟังดูน่าหัวร่อ อาจฟังดูเป็นเรื่องประเภท “อิมพอสซิเบิล”

สัมผัสได้จาก “น้ำเสียง” ของบรรดา “โฆษก”

ไม่ว่าโฆษกระดับ “นายพันเอก” จาก คสช. ไม่ว่าโฆษกระดับ “นายพลตรี” จากทำเนียบรัฐบาล

แต่หากสัมผัสจากบรรดา “นักวิเคราะห์” ซึ่งเกาะติดกระบวนการทางความคิด ทางการเมืองของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มาอย่างต่อเนื่อง

อาจสะท้อนอาการ “งวยงง” ออกมา แต่ก็ไม่กล้า “สบประมาท”

Advertisement

กล่าวในแง่ชีวิตของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หากมองจากมุมของ “นักการเมือง” อาจไม่รุ่งโรจน์มากนัก แม้จะเคยดำรงตำแหน่งเป็นถึง “นายกรัฐมนตรี”

แต่หากมองจากมุมของ “นักการทหาร” ยากจะ “หมิ่นแคลน” ได้

ตอนที่ทะยานไปอยู่ในสถานะแห่ง “ผู้บังคับบัญชา” อาจเรียบเรื่อย แต่ตอนที่นั่งอยู่ในสถานะแห่ง “ฝ่ายอำนวยการ” ต้องยอมรับว่า นายทหารคนนี้ “โดดเด่น”

ฉายา “ขงเบ้ง” จึงมิใช่ได้มาเพราะ “โชคช่วย”

ตัวตนอันแท้จริงของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จึงคือความเฉียบในจุดแห่ง “เสนาธิการ” จุดแห่งนักวางแผน กำหนดจังหวะก้าวและขั้นตอนแห่งการยุทธ์

จุดแห่ง “เสนาธิการ” คนๆ นี้ไม่เคยพลาด

การเติบใหญ่ในฐานะนายทหารฝ่าย “ยุทธการ” ปัจจัยอันสำคัญเป็นอย่างสูงก็คือ ความหนักแน่น อุดมสมบูรณ์ในเรื่อง “การข่าว”

ถามว่าสถานะของ “คสช.” เป็นอย่างไร

คำตอบในเบื้องต้นอาจเห็นว่ายังแข็งแกร่ง ยังมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฐานของกองทัพ ฐานของข้าราชการประจำ

แต่ถ้า “หยั่ง” ลงไปอย่างลึกซึ้งก็สัมผัสได้ถึงความไม่แน่นอน

แม้กระทั่ง “ลูกแหล่งตีนมือ” ในระดับ นายวันชัย สอนศิริ ในระดับ นายเสรี สุวรรณภานนท์ ยังมีความมั่นใจหรือไม่ว่า ฐานะและเกียรติภูมิ “คสช.” ขณะนี้ยังมั่นคง แข็งแกร่งเหมือนกับเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

หากตรวจสอบผ่าน “ความสำเร็จ” ในด้าน “เศรษฐกิจ” ก็อาจต้องลังเล

เพราะแม้แต่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก็เริ่มไม่แน่ใจ เพราะแม้แต่ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ก็เริ่มไม่แน่ใจ

ยิ่งหากตรวจสอบผ่าน “ความสำเร็จ” ในด้าน “การเมือง” ก็ยิ่งลังเล

ถามว่าอะไรคือรูปธรรมของ “การปฏิรูป” ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ยิ่งก่อให้เกิดความหวั่นไหว

คะแนน คสช.ไม่น่าจะเป็น “บวก” หากแต่น่าจะเริ่ม “ติดลบ”

จังหวะของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ จึงเป็นจังหวะในห้วงที่ คสช.และรัฐบาลแม้ไม่ถึงกับถอยแต่ก็ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้

เสียงคัดค้าน เสียงต่อต้าน เริ่มดังกระหึ่ม

มิได้เป็นเสียงคัดค้านของ “คนหน้าเดิม” มิได้เป็นเสียงต่อต้านอันมาจากพรรคเพื่อไทย หรือมาจาก นปช.คนเสื้อแดง

หากที่สำคัญ คือ มาจาก “พวกเดียวกัน”

มาจากพวกเดียวกันอย่าง “ภาคประชาสังคม” ไม่ว่าจะเป็นในแวดวงสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นในแวดวงสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ

แม้กระทั่ง “พรรคประชาธิปัตย์” ก็บังเกิด “ความหงุดหงิด”

คนที่เคยทำงานร่วมกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ไม่ว่าจะเป็น พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ไม่ว่าจะเป็น น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ น้ำเสียงเริ่มแปร่ง

ยังความขัดแย้ง แตกแยก ที่ คสช.และรัฐบาลเป็นตัวการกับ “คณะสงฆ์” ยิ่งหวาดเสียว

ปัจจัยอันปรากฏขึ้นในห้วงนับแต่ปลายปี 2558 และต่อเนื่องมายังต้นปี 2559 มีหรือที่จะหลุดรอดไปจากสายตาของ “เสนาธิการ” ระดับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้

ตรงนี้เองคือรากที่มาแห่ง “กองกำลังที่ 3”

ใครจะเยาะหยันไยไพ ใครจะมองว่าเป็นข้อเสนอที่ฝันเฟื่อง เพ้อเจ้อ เลื่อนลอย ก็ให้แสดงออกมา

กระนั้น เมื่อออกมา “เสนอ” ออกมาแสดง “ความคิดเห็น” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก็สงบนิ่งอยู่ในที่ตั้ง ณ บ้านซอยปิ่นประภาคม อย่างเยือกเย็น สุขุม

สุขุมเยี่ยง “ขงเบ้ง” สุขุมเยี่ยง “นักยุทธการ” ชาญฉลาด