หน้าแรก คอลัมนิสต์ ปืน-จิตป่วย โ...

ปืน-จิตป่วย โดย ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

8.11.17 | 15:45 น.

เหตุคลั่งยิงกราดในอเมริกาครั้งล่าสุดที่รัฐเท็กซัส ไม่ใช่เหตุก่อการร้าย แต่ทำให้คนเสียชีวิตจำนวนไม่น้อย คือ 26 ราย

ประเด็นที่สังคมอเมริกันถกเถียงกันอีกครั้ง และนานาประเทศติดตามอยู่คือเรื่องการครอบครองอาวุธปืนโดยเสรี

แม้จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐบอกว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องอาวุธปืน หากเป็นเรื่องของคนจิตป่วย หรือป่วยทางจิตเอามากๆ

แต่ก็ยังเป็นประเด็นคาใจอยู่ดีว่า ไม่ใช่ปืนหรอกหรือที่ทำให้เหยื่อถูกเอาชีวิตได้ง่ายดายเช่นนั้น

ขนาดอยู่ในโบสถ์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ควรจะปลอดภัยและสงบสุข ก็ยังไม่รอด

Advertisement

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากเหตุสะเทือนขวัญและสยองขวัญในนครลาสเวกัส เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมปีนี้ มีเหยื่อเสียชีวิตถึง 58 ราย ขึ้นบัญชีอันดับ 1 เหตุคลั่งยิงที่มีเหยื่อเสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของอเมริกา

ทั้งสองเหตุการณ์มือปืนต่างเป็นคนผิวขาว สถานะทางการเงินดี ไม่ขัดสน แต่มีแนวโน้มว่ามีสภาพทางจิตไม่ปกติ

ที่สำคัญคือไปหาซื้อปืนได้ โดยเฉพาะคดีที่ลาสเวกัส สะสมปืนไว้เกิน 20 กระบอก ส่วนคดีที่เท็กซัส แปลกมากตรงที่ว่า บุคคลที่ก่อคดีความรุนแรงทำร้ายลูกและภรรยา ถูกขับออกจากกองทัพ ถูกศาลทหารตัดสินจำคุก ยังไปซื้อปืนมายิงคนตายได้อีก

ดังนั้นคดีนี้ชัดเจนว่าคงจะตัดประเด็นภัยของการครอบครองอาวุธปืนออกไปไม่ได้ แม้ว่าคนร้ายในคดีจะถูกพลเมืองดีสกัดจับ (ตาย) ด้วยอาวุธปืนเช่นกันก็ตาม

เพราะการครอบครองปืนนั้นเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตผู้อื่นได้ง่ายขึ้น และเป็นเรื่องยากที่จะตรวจวัดสภาพจิตของผู้ซื้ออาวุธ

กรณีการใช้อาวุธปืนในไทยปรากฏเป็นข่าวสะเทือนขวัญอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะการใช้ความรุนแรงในครอบครัว เมื่อสามีไปง้อภรรยาไม่สำเร็จ มักใช้อาวุธปืนสังหารอีกฝ่ายและอาจลามไปถึงญาติพี่น้องด้วย

นอกเหนือจากคดีอาชญากรรม คดีความรุนแรงทางการเมืองก็มาจากอาวุธปืนด้วยเช่นกัน ไม่เฉพาะการยิงสังหาร เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล และไม้หนึ่ง ก.กุนที นายกมล ดวงผาสุก ยังมีเหตุการณ์ยิงชาวบ้านที่หลบภัยอยู่ภายในวัดกลางกรุงด้วย

ศาลอาญากรุงเทพใต้ชี้ผลไต่สวนชันสูตรศพคดีผู้เสียชีวิต 6 ศพ ในวัดปทุมฯ ว่าเสียชีวิตจากกระสุนความเร็วสูงของเจ้าหน้าที่ซึ่งใช้อาวุธสงคราม

การอนุญาตให้คนถืออาวุธสงครามเข้าไปในเขตธุรกิจของเมืองทั้งที่เต็มไปด้วยพลเรือนนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้หนัก ไม่ใช่แค่ใช้ข้ออ้างว่ามีคนชุดดำ หรือผู้ก่อการร้ายปะปนอยู่แล้วเป็นพอ

คดีที่เมืองนอกทำให้เห็นแล้วว่า การซื้อขายเพื่อครอบครองปืนเสรีคือความเสี่ยงซึ่งรู้อยู่แก่ใจว่าวันใดวันหนึ่งผู้มีสภาพจิตไม่ปกติก็อาจใช้ปืนไปสังหารคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกได้

แม้การก่อเหตุของผู้ป่วยทางจิตกับการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชานั้นแตกต่างกัน

แต่ผลที่ตามมาก็คือผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็นเหยื่ออาวุธปืนเพราะความผิดปกติเช่นเดียวกัน

………………………

ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์