นับวัน, การมองต่อภาพเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมากด้วยความสลับซับซ้อน มากด้วยเงื่อนปม
อย่างเช่นกรณี 6 คำถาม
หากมองจากพื้นฐานที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นทหาร หากมองจากพื้นฐานที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยนำเสนอ 4 คำถามมาแล้ว
นี่น่าจะเป็น “กลยุทธ์” 1 ในทาง “การเมือง”
กระนั้น หากประเมินว่ารอบข้าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เพียงแต่จะมี “นักการทหาร” หากยังมี “นักการตลาด” อยู่อย่างหนาตา
ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า “กลยุทธ์” นี้จะเป็น “Big Idea” หรือไม่
เพราะไม่ว่า 4 คำถาม ไม่ว่า 6 คำถาม ไม่ได้มีความลี้ลับอะไรในศาสตร์แห่ง “สถิติ” ในศาสตร์แห่ง “การวัดผล”
ตรงกันข้าม กลับเปิดเปลือย ล่อนจ้อน
ไม่จำเป็นต้องให้นักการเมืองอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาอธิบาย ไม่จำเป็นต้องให้นักเคลื่อนไหวระดับ นายถาวร เสนเนียม มาสรุป
ทุกคนย่อมรู้ตั้งแต่ 4 คำถามแล้ว
ไม่จำเป็นต้องรออีก 6
รู้ว่ามีเจตนาอย่างไรในการถาม รู้ว่า
ต้องการ “คำตอบ” แบบใด เพราะภายในแต่ละคำถามก็มีการแจ้งรหัสไว้ให้ครบถ้วน
ยิ้มเห็นแก้ม แย้มเห็นไรฟัน
ผลก็คือ คนที่อ่านไม่ว่า 4 คำถาม ไม่ว่า 6 คำถาม ก็รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คิดอย่างไรและต้องการอะไร
1 ต้องการสนับสนุน “พรรค” ในดวงใจของตน
1 ต้องการอยู่ในอำนาจทางการเมืองต่อไปอีกอย่างน้อยที่สุดก็ภายหลังการเลือกตั้ง
ประเด็นก็คือ เมื่อ “รู้” อยู่แล้ว “ถาม” ทำไม
ที่คิดว่ามีกลยุทธ์ คือไม่มีกลยุทธ์ ขณะเดียวกัน ที่คิดว่าไม่มีกลยุทธ์ก็ไม่มีกลยุทธ์จริงๆ ตรงไปตรงมาไม่ได้มีความลี้ลับแต่อย่างใด
เปิดเปลือย ล่อนจ้อน
ที่เคยปิดงำ อำพราง หรือดำเนินกระบวนท่า ลับ ลวง พราง มาตั้งแต่ต้นก็แทบไม่เหลืออะไรให้ต้องคาดเดาต่อไปอีก
นั่นก็คือ สืบทอด “อำนาจ” แน่นอน
เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สำแดงตัวตนออกมาอย่างเด่นชัดผ่าน 4 คำถาม ผ่าน 6 คำถาม เช่นนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องดี
แต่ภายในความเป็น “เรื่องดี” ก็อาจมี “ปัญหา”
นั่นก็คือ ขณะที่ คสช.และรัฐบาลเป็นฝ่ายกำหนดและจัดทำกฎกติกาผ่าน “รัฐธรรมนูญ” และดำเนินการทุกอย่างในลักษณะหาเสียงสร้างคะแนนนิยมอย่างเต็มที่
แต่ก็ไม่ยอม “ปลดล็อก” พรรคการเมือง
ท่วงทำนองเช่นนี้จึงขัดแย้งอย่างเห็นได้ชัดกับคำโตๆ ที่ว่า ต้องการพัฒนาประชาธิปไตย ต้องการสร้างธรรมาภิบาลในทางการเมือง
ตรงนี้แหละที่อาจสร้างความรู้สึกใน “ด้านลบ”
ไม่ว่าจะเป็นการเสนอ 4 คำถาม ไม่ว่าจะเป็นการตามมาด้วย 6 คำถาม หรืออีกหลายร้อยคำถาม หากมองจากพื้นฐานประชาธิปไตย
สามารถทำได้ เพราะเป็นสิทธิ
เพียงแต่ว่าการกระทำนั้นจะเปิดให้แต่กับพวกของตนอย่างด้านเดียว หรือว่าเปิดกว้างอย่างเต็มที่ให้มีลักษณะในทางสังคม
ตรงนี้แหละที่เป็นมาตรวัด SPIRIT จิตใจ

