เมื่อวันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม 2560 ได้ไปประชุมคณะกรรมการบริหารหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ทางผู้บริหารหอภาพยนตร์ได้นำเสนอขบวนพระราชพิธีแห่พระบรมศพรัชกาลที่ 6 ซึ่งมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพระราชพิธี
ที่ตื่นเต้นมากกว่านั้นก็คือ ได้มีโอกาสเห็นสมเด็จกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เฝ้าฯรับเสด็จ และกราบบังคมทูล ซึ่งทั้งหมดเป็นภาพเคลื่อนไหว
ภาพนิ่งคัดลอกมาจากฟิล์มภาพยนตร์ บันทึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 บันทึกไว้เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2468 (เป็น พ.ศ.2469 ถ้านับอย่างปัจจุบัน) ถ่ายทำโดย กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง ช่างถ่ายภาพยนตร์คือ หลวงกลการเจนจิต (เภา วสุวัต) และขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต (เปล่ง ไตรปิ่น) ดูแล้วการรถไฟในสมัยนั้น มีความก้าวหน้าและมีรสนิยมมาก
(สามารถดูคลิปภาพยนตร์นี้ ซึ่งยาวประมาณ 10 นาที ได้ที่ช่องยูทูบของหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) https://www.youtube.com/watch?v=ccwuphWlor8)
พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 6 มีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2468
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2560 เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของสังคมไทย ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 ที่ทุ่งพระเมรุท้องสนามหลวง มีริ้วขบวน 3 ขบวนด้วยกัน แต่ละขบวนนำโดยวงดุริยางค์กองทัพบก เป็นกองเกียรติยศ ริ้วขบวนที่ 1 นำบรรเลงโดยใช้บทเพลงพระราชนิพนธ์ 4 เพลง คือ มาร์ชธงชัยเฉลิมพล มาร์ชราชวัลลภ เพลงยามเย็น และเพลงใกล้รุ่ง ในริ้วขบวนที่ 2 มีเพลงบรรเลงอยู่ 3 เพลง คือ เพลงพญาโศก สรรเสริญเสือป่า และสรรเสริญพระนารายณ์ และในริ้วขบวนที่ 3 บรรเลงเพลงมาร์ชราชวัลลภ
ยังมีวงประโคมที่ร่วมบรรเลงในขบวนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 อยู่ด้วย ในวงประโคมประกอบด้วย แตรวิลันดา แตรงอน และสังข์ ส่วนในวงเครื่องสูงมีปี่ไฉนและกลองชนะ กลองมโหระทึก ส่วนวงปี่พาทย์นั้น ประโคมอยู่ที่ศาลา ไม่ได้ร่วมเดินบรรเลง
บทเพลงที่บรรเลงเฉพาะมีเพลงพญาโศก เพลงสรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์ ซึ่งเป็นเพลงที่มีมาแต่โบราณ เพลงพญาโศกนั้นเป็นเพลงโศกประจำชาติ เดิมเป็นเพลงสำหรับวงปี่พาทย์ พญาโศก 2 ชั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ได้นำมาเรียบเรียงเป็นเพลงแห่แบบสากล โดยให้ทหารแตรบรรเลง แทนเพลงสโลว์มาร์ชของต่างชาติตะวันตก
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้บรรเลงครั้งแรกในพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินี พระพันปีหลวง และทรงมีพระราชดำรัสว่า “เพลงนี้ได้ทำขึ้นเหมาะแก่การใช้นำศพอย่างยิ่ง เพราะดี สมควรเป็นเพลงโศกจริงๆ ต่อไปขอให้ใช้เพลงนี้เป็นเพลงโศกประจำชาติ และใช้นำตั้งแต่พระบรมศพ ตลอดจนศพสามัญได้”
เพลงสรรเสริญเสือป่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงสถาปนากองลูกเสือขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2454 มีพระราชประสงค์จะให้มีเพลงคำนับประจำกองเสือป่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงเรียบเรียงขึ้นถวาย โดยนำเพลงบุหลันลอยเลื่อน 2 ชั้น บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เรียบเรียงให้เป็นทางฝรั่ง (สากล) สำหรับบรรเลงแตรวง
ได้บรรเลงครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2454 ในการถือน้ำพิพัฒน์สัตยาและพระราชทานธงชัยเฉลิมพล กองเสือป่ามณฑลนครสวรรค์
ส่วนเพลงสรรเสริญพระนารายณ์นั้น เป็นเพลงที่มีหลักฐานเป็นเพลงแรก ทำนองเดิมบันทึกไว้ในจดหมายเหตุลาลูแบร์ (พ.ศ.2230) สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ (14 ตุลาคม 2484) ได้บันทึกไว้ว่า “เรื่องเพลงสรรเสริญพระนารายณ์ ครูฟุสโกซึ่งเป็นครูแตรวงชาวอิตาเลียน ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้เอาทำนองมาจากสมุดของลาลูแบร์ เรียกชื่อว่า เพลงสรรเสริญพระนารายณ์” ระหว่างการเดินในพระราชพิธี ได้ถ่ายทอดโทรทัศน์ทุกช่อง โดยที่เสียงดนตรีบรรเลงอย่างต่อเนื่องเป็นเพลงเดียวกัน ทั้งๆ ที่วงดนตรีอยู่ห่างกัน 400-500 เมตร ซึ่งใช้ระบบเสียงผ่านวิทยุเพื่อไม่ให้เสียงล่าช้าและมีกลองใหญ่เดินทำนองหลักสม่ำเสมอ พนักงานแตรก็เป่าให้ลงจังหวะพร้อมกัน
ยังมีวงประโคมอีกวงหนึ่ง เรียกว่าวงบัวลอย เป็นวงปี่กลอง ประโคมตอนวางดอกไม้จันทน์และประชุมเพลิง วงบัวลอยก็จะมีชุดเพลงประชุมเพลิง ส่วนมหรสพเล่นประโคมตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 26 ตุลาคม 2560 กระทั่งสว่าง ประกอบด้วย โขนของกรมศิลปากร วงออเคสตราของกรมดุริยางค์ทหารบก วงของกองดุริยางค์ทหารเรือ วงของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วงดนตรีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น แม้จะมีคนที่อยู่ในงานเยอะมาก แต่ก็ไม่มีใครจดจ่ออยู่กับดนตรีแต่อย่างใด ทุกคนก็คอยดูไฟที่ประชุมเพลิงผ่านฉากบังเพลิง
ดนตรีเป็นสาระสำคัญของการประโคมประกอบพิธีกรรม ดนตรีเป็นเสียงที่ศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรม ศาสนาทุกศาสนาใช้ดนตรีประกอบในพิธีกรรม “พระจึงต้องสวด” ทำนองสวดเป็นดนตรี เพื่อให้พิธีกรรมมีความขลังและศักดิ์สิทธิ์ โดยดนตรีจะทำหน้าที่หลอมรวมจิตใจคนให้เป็นหนึ่ง มอบถวายให้กับสรวงสวรรค์
ดนตรีประโคมในงานพระบรมศพ เป็นดนตรีพิธีกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่คนไทยจะทำได้ นักดนตรีทุกคนก็ได้ตั้งใจทำงานแสดงถึงความอาลัยถวายเป็นครั้งสุดท้าย ทุกคนปลาบปลื้มใจที่มีโอกาสได้รับใช้พระองค์ในการส่งเสด็จสู่สรวงสวรรค์ผ่านเสียงดนตรี มีเสียงดนตรีบรรเลงโดยที่เสียงไม่ขาดระยะ บรรเลงอย่างต่อเนื่อง เพราะเสียงดนตรีเป็นเครื่องหมายของพระราชอำนาจ เสียงดนตรีอยู่กับพระองค์ผู้ทรงไว้ซึ่งพระบารมี
เป็นการสรรเสริญพระบารมีของพระองค์ด้วยเสียงดนตรีประโคม
สุกรี เจริญสุข

