“ไทยรู้สึกเป็นคนแปลกหน้าในบ้านของตนเอง” นิธิ เอียวศรีวงศ์ บอกไว้ในมติชนสุดสัปดาห์ (วันที่ 3-9 พฤศจิกายน 2560)
แต่ อ. นิธิ ไม่บอกว่าทำไม? ผมขอเดาสุ่ม เพราะประวัติศาสตร์ไทยครอบงำอย่างแข็งแรงนานมาก ว่าไทยเป็นเชื้อชาติบริสุทธิ์ (ไม่ปะปนกับใคร) มีถิ่นกำเนิดอยู่นอกประเทศไทย แล้วอพยพถอนรากถอนโคนมาตั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรก และกรุงศรีอยุธยาเป็นแห่งที่สอง
ดังนั้น ความเป็นไทยจึงเที่ยวหวาดระแวง แล้วกีดกันดูถูกเหยียดหยามคนอื่น (ทั้งๆ คนเหล่านั้นเป็นบรรพชนคนไทยกลุ่มหนึ่ง) ที่อยู่ในบ้านของตนเอง ได้แก่ ลาว, เขมร, มอญ-พม่า, แขก-มลายู เป็นต้น
ประวัติศาสตร์ไทยอย่างนี้คนชั้นนำแต่งใหม่เพื่อผดุงอำนาจกลุ่มของตนเอง ทำนองเดียวกับรัฐธรรมนูญเขียนโดยผู้ต่อต้านระบอบประชาธิปไตย เพื่อธำรงอำนาจเผด็จการที่พวกตนทำรัฐประหารขับไล่รัฐบาลเลือกตั้ง
“แห่งชาติ” ของคนพวกเดียว
ครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่ทั้งหลาย ได้ศึกษาวิจัยไว้นานแล้วเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย จะสรุปสั้นๆ ง่ายๆ มาดังนี้
“ประวัติศาสตร์แห่งชาติ” ของไทย สร้างขึ้นเพื่อธำรงอำนาจของกลุ่มคนชั้นนำตาม ขนบประเพณีกลุ่มเล็กๆ ของรัฐจารีตลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่กลายเป็น “ชาติ” ไปแล้ว
จึงมีลักษณะกีดกันคนกลุ่มต่างๆ ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ออกไปจากความทรงจำร่วมกันของคนในชาติ ซึ่งเท่ากับคนส่วนใหญ่ในชาติไม่มีที่ยืนในประวัติศาสตร์ไทย
เท่านั้นยังไม่พอ เพราะความทรงจำที่สร้างขึ้นใหม่ในนาม “ประวัติศาสตร์แห่งชาติ” ยังอาจทำลายหรือเหยียดอัตลักษณ์ของคนบางกลุ่มให้ด้อยเกียรติภูมิอีกด้วย
สื่อเอาด้วยช่วยกระพือ
สื่อมวลชนไทยกระแสหลักต่างรับแนวคิดแบบนิยายที่ครอบงำตนเองชุดนี้ แล้วใช้ครอบงำคนติดตามสื่อเหล่านั้นต่อไป จึงพากันด่าทอต่อต้านตำหนิติเตียนหรือเซ็นเซอร์ผู้มีแนวคิดต่างไป เช่น
กรุงสุโขทัย ไม่ใช่ราชธานีแห่งแรกของไทย
อักษรไทย ไม่ได้มาจากการประดิษฐ์คิดค้นของใครคนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียว
ลอยกระทง ไม่ได้เริ่มมียุคสุโขทัย เพราะนางนพมาศเป็นหนังสือแต่งใหม่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์
ฯลฯ
สื่อมีเสรีที่จะเชื่อตามประวัติศาสตร์แห่งชาติ แต่ไม่ควรปิดกั้นจนถึงด่าทอต่อต้านผู้คิดต่าง
และในทางสากล สื่อต้องเสนอแนวทางของผู้คิดต่างให้ทัดเทียมด้วยซ้ำไปเพื่อเปรียบเทียบกัน
ขอให้เข้าใจด้วยว่าสิ่งที่มีในประวัติศาสตร์แห่งชาติ ล้วนเสกสรรปั้นแต่งขึ้นเองตามอำเภอใจของคนชั้นนำ จึงไม่เคยแสดงหลักฐานตามมาตรฐานวิชาการสากลต่อสาธารณะเพื่อสนับสนุนสิ่งนั้น และเพื่อทักท้วงถกเถียงทางวิชาการ มีแต่อ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อปิดปากคนคิดต่าง
สื่อก็ทำตามนั้นอย่างเชื่องๆ แถมใส่ร้ายคนไม่คิดตามอีกต่างหาก

