14 มีนาคม พล.อ.ธีรชัย นาควานิช เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส่งข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญถึงนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)
มีประเด็นสำคัญที่ไม่ผิดไปจากความรับรู้และความคาดหมายของคนทั่วไปที่รับฟังมาก่อนหน้า
ประการหนึ่ง วุฒิสภามาจากการแต่งตั้งทั้งหมด 250 คน ไม่มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนนายกรัฐมนตรี
แต่มีอำนาจในการ “กำกับดูแล” รัฐบาลให้เดินไปตามกรอบที่กำหนดไว้ในชื่อยุทธศาสตร์ชาติ
ประการหนึ่ง ให้การเลือกตั้งเป็นระบบ “พวงใหญ่” 3 คน แต่ประชาชนเลือกได้เพียง 1 คน
แล้วให้ผู้ได้คะแนนสูงสุด 3 คนตามลำดับเข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ประการหนึ่ง การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี 3 คนต่อ ก.ต.ต. ตาม ม.83 และ 154
ให้งดเว้นไว้ก่อน
ดังนี้
1.1 จำนวนสมาชิกวุฒิสภา ควรมีจำนวนกึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคือ 250 คน เพื่อให้สามารถรักษาสัดส่วนในการใช้อำนาจหน้าที่บางอย่างร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 500 คนได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
1.2 ที่มา มาจากการสรรหาหรือแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ โดยคณะกรรมการที่เป็นอิสระเป็นกลาง เป็นที่น่าเชื่อถือตามกฎเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดโดยมีจำนวนประมาณ 8-10 คน
1.3 วาระ 5 ปี (ที่จริงควรมีวาระเท่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคือ 4 ปี แต่เพื่อให้มีเวลาเหลื่อมออกไปและต่อเนื่องกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เข้ามาใหม่สักระยะหนึ่ง และสอดคล้องกับช่วงเวลาตามยุทธศาสตร์ชาติ จึงควรให้มีวาระ 5 ปี)
1.4 คุณสมบัติ เป็นไปตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะกำหนด แต่เพื่อประโยชน์ในการดูแลและพิทักษ์รักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย ควรเปิดให้สามารถแต่งตั้งข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญบางตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
1.5 อำนาจหน้าที่ สมาชิกวุฒิสภาประเภทนี้ไม่มีอำนาจหน้าที่เลือกหรือกำหนดตัวนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี แต่ควรให้มีอำนาจหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ดูแลการขับเคลื่อนการปฏิรูป แนวนโยบายแห่งรัฐแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ชาติ ตลอดจนมีส่วนในกระบวนการนิติบัญญัติตามที่รัฐธรรมนูญจะกำหนด
ควรให้วุฒิสภามีบทบาทในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน
เช่น การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ หรืออื่นๆ
อนึ่ง หากจะปรับปรุงให้สมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา 102 ในบทถาวรซึ่งจะใช้บังคับในอีก 5 ปีมีจำนวน 250 คนหรือกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเช่นกัน
ก็จะสอดคล้องกันทั้งฉบับและกับความจำเป็น
2.วิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กำหนดให้ใช้แบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวนั้น มีผู้เสนอให้พิจารณาประเด็นที่ให้เขตเลือกตั้งใหญ่ขึ้นและมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่เกิน 3 คน แต่ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งแต่ละคนใช้สิทธิเลือกได้เพียง 1 คน แล้วเรียงลำดับจากผู้ได้รับคะแนนสูงสุดลดหลั่นลงไปจนได้ครบจำนวน
3.หลักการในบทถาวรของร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 43 และมาตรา 154 ที่ว่าพรรคการเมืองอาจแจ้งรายชื่อผู้ที่จะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 3 รายชื่อ
เพื่อเป็นการหาทางออกในยามวิกฤตในระยะแรกตามบทเฉพาะกาล ก็ควรงดเว้นไม่นำเรื่องการแจ้งรายชื่อผู้ที่จะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎร
เพื่อให้บรรลุเจตนารมณ์ในการยึดอำนาจเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงแห่งชาติ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ
จึงขอเสนอแนวทางการปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญตามผลการหารือมาเพื่อกรุณาพิจารณา
ข้อเสนอฉบับเต็มของ คสช. อันมีที่มาและเหตุผลประกอบเผยแพร่กันอยู่ทั่วไป
คำถามคือ เมื่อได้อ่านโดยละเอียดแล้ว สังคมจะมีความเห็นต่อข้อเสนอทั้งหมดนี้อย่างใด
สนับสนุน คัดค้าน หรือวิพากษ์วิจารณ์ได้หรือไม่

