หน้าแรก คอลัมนิสต์ ทุกขสังวาส โด...

ทุกขสังวาส โดย รศ.ทวี ผลสมภพ

17.03.16 | 13:52 น.

หมู่นี้ได้ดูหนังจีนเรื่องเปาบุ้นจิ้น ซึ่งเกี่ยวกับชีวิตของหญิงสะใภ้ในครอบครัวของชาวจีน ที่น่าสนใจ 2 เรื่อง แต่ละเรื่องชวนให้เกิดความสงสารหญิงสะใภ้ในครอบครัวของชาวจีนเป็นอย่างยิ่ง

เรื่องแรก เป็นหญิงสะใภ้ที่สามีตาย จากนั้นชีวิตของเธอก็ตกเป็นคนใช้ของทุกคนในบ้าน เธอทำงานทั้งวัน ขณะเดียวกัน เธอก็ถูกพ่อผัว พี่ผัว และพี่สะใภ้ ด่าทั้งวัน เมื่ออยู่ในบ้านหูของเธอได้รับแต่คำด่าทอ

คำหวานที่จะให้เกิดความชื่นฉ่ำใจไม่เคยมี คราวหนึ่งจอมยุทธไปแจกข้าวสารให้คนจน ไปพบเธอในคิวที่มารับข้าวสาร จึงแอบให้คนสนิทนำเงินและข้าวสารไปเพิ่มให้อีก เธอไม่ยอมรับ ทำให้จอมยุทธสนใจ จึงให้ไปสืบดู ก็รู้ว่าเธอเป็นหญิงม่ายสามีตาย ต้องทำงานหนักเพื่อทุกคนในบ้าน จอมยุทธจึงขอแต่งงานด้วยทั้งๆ ที่พ่อแม่ไม่ยินยอม จอมยุทธสะดุดใจตรงที่พาเธอไปคุยในคืนวันหนึ่ง เธออุทานในเมื่อเห็นดวงดาวบนท้องฟ้า จอมยุทธจึงถามว่า เธอไม่เคยเห็นดวงดาวบนท้องฟ้าเลยหรือ ? เธอจึงตอบว่า ตั้งแต่มาอยู่บ้านนี้ เธอไม่มีโอกาสแหงนหน้ามองฟ้าเลย ตื่นเช้าขึ้นมา ก้มหน้าทำแต่งาน หูได้ยินแต่คำด่า เห็นแต่สายตาที่มองด้วยความชัง นั่นคือจุดที่จอมยุทธขอแต่งงาน เพราะเกิดความสงสาร !

สะใภ้ในเรื่องที่ 2 ในครอบครัวนี้ มีลูกชายคนเดียว ลูกสะใภ้มีชีวิตประจำวันเหมือนเรื่องแรก เวลาแม่ผัวพูดกับลูกสะใภ้ ไม่มีคำหวาน แถมมองด้วยหางตา ผู้แสดงทำได้ถึงบท ต่อมาเมื่อลูกคนเดียวของบ้าน ซึ่งก็คือสามีของสะใภ้คนดังกล่าว ป่วย เขาคิดว่าเขาจะตาย เขาจึงขอกับแม่ของเขาว่า ถ้าเขาตายไป ขอแม่อย่าฝืนใจนาง ถ้านางจะแต่งงานใหม่ขอให้แม่ยินยอมเถอะ เพราะเขาเห็นว่าตลอดเวลาที่นางอยู่ที่นี่ นางไม่มีความสุขเลย นั่นคือจุดที่สามีขอร้องแม่เพราะเกิดความสงสาร !

ขณะที่กำลังมีอารมณ์ค้างในเรื่องชีวิตของหญิงสะใภ้ แม่บ้านของผู้เขียน ไปบรรยายเรื่องครรภ์คุณภาพ หญิงตั้งครรภ์ผู้มารับบริการ เล่าให้แม่บ้านฟังว่า สามีประคองเธอผู้ตั้งครรภ์ ไปเข้าห้องน้ำ แม่สามีบังเอิญพบเข้า จึงต่อว่าลูกชายว่า ลื้อทำอะไร ? ทำไมต้องประคองเมียเข้าห้องน้ำด้วย พ่อของลื้อไม่เคยทำกับอั้ว ! ลูกชายจึงตอบว่า มันหมดสมัยแล้วครับแม่ ! เรื่องนี้ไม่มีหมดสมัย ! แม่ตอบด้วยอาการขัดเคือง

Advertisement

พอรับรู้เรื่องทั้ง 3 นี้แล้ว ก็นึกถึงคำสอนของพระพุทธองค์ ที่ตั้งเป็นชื่อเรื่องข้างบนว่า ทุกขสังวาส แปลว่าการอยู่ร่วมกันเป็นทุกข์ ทรงสอนว่า คนเราอยู่ร่วมกันเป็นทุกข์ ยิ่งมากคนยิ่งทุกข์มาก มันทุกข์เพราะก่อกันขึ้นเองในครอบครัว

หนึ่ง มันทุกข์เพราะผู้ใหญ่ในครอบครัวทำให้

หนึ่ง และทุกข์เพราะผู้ปกครองบ้านเมือง

หนึ่ง ทุกข์เพราะก่อกันขึ้นเองในครอบครัวก็เช่น

ตามที่เคยเป็นข่าวว่า น้องชายคนหนึ่งในครอบครัวมีนิสัยไม่เอาถ่าน เรียนไม่จบ ไม่มีงานทำ อยู่บ้านก็ไม่ช่วยงานบ้าน เอาแต่กินแล้วก็เที่ยว วันหนึ่งน้องชายคนนี้ เข้าไปในครัวเปิดตู้เย็นดื่มน้ำเย็น พี่สาวคงเหลืออด เพราะเคยบอกให้ช่วยกรอกน้ำใส่ตู้เย็นก็ไม่ทำ จึงด่าน้องชายว่า มึงเอาแต่แดก ! ไม่เคยช่วยเขาทำ ! เท่านั้นแหละ น้องชายบันดาลโทสะ ตบพี่สาวอย่างแรง จนพี่สาวล้มทั้งยืนตามข่าวว่าตายทันที ผลสุดท้ายน้องชายต้องไปอยู่ในคุก เพราะกรรมที่ตัวก่อขึ้นมาเอง ส่วนพี่สาวก็ถูกทำร้ายจนตัวตาย ก็เพราะกรรมที่ตัวทำเอง คือพกแต่ความโกรธเกลียดน้องชายจนปล่อย

คำผรุสวาทออกไป เพื่อให้อยู่ชนิดที่เรียกว่า สุขสังวาส แปลว่า อยู่อย่างสงบสุข พระพุทธองค์จึงตรัสสอนให้ทุกคนในครอบครัวทำหน้าที่ ในตำแหน่งของตน

เช่น พ่อแม่ต้องทำหน้าที่ของพ่อแม่ ลูกต้องทำหน้าที่ของลูก เป็นต้น ในกรณีนี้ ลูกไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตน ชีวิตจึงเท่ากับสูญ ! (เรื่องหน้าที่ที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ โปรดหาอ่านในเรื่อง ทิศ 6 ในหนังสือนวโกวาท)

ทุกข์เพราะผู้ใหญ่ในครอบครัวทำให้ ก็อย่างที่กล่าวมาในเรื่องหญิงสะใภ้คนจีน แต่สะใภ้อินเดียน่าจะหนักกว่าสะใภ้จีน เพราะสะใภ้อินเดียขนาดเแต่งงานมีลูกแล้ว ฝ่ายหญิงยังจ่ายสินสอดไม่หมด แล้วนั่นคือพ่อผัวแม่ผัวตามทวงสินสอด เมื่อไม่ได้ ก็มีการข่มเหงกันขึ้นในครอบครัว น่าสงสารเสียนี่กระไร ! ที่หญิงอินเดียตามประเพณีต้องไปขอผู้ชาย ในเรื่องนี้ คนในครอบครัวที่จะนำสะใภ้เข้าบ้าน ควรคิดเสมอว่าหญิงคนหนึ่งตัวคนเดียว ต้องจากพ่อแม่พี่น้องที่แสนจะอบอุ่น มาอยู่กับชายที่ตัวรักในครอบครัวที่แปลกหน้า เพียงเท่านี้ก็ทุกข์แล้ว เมื่อมาโดนด่า มาโดนใช้งานหนัก แถมตามทวงหนี้อีก มันไม่น่าจะทนได้สำหรับหัวใจมนุษย์ ทุกคนต้องไม่ลืมว่าหญิงนั้นเมื่อแต่งงานแล้วสามีเท่านั้นเป็นที่พึ่ง พ่อแม่ของตนปลดภาระไปแล้ว แล้วเมื่อบ้านของสามีพึ่งไม่ได้แล้วเธอจะบากหน้าไปไหน ! แต่แม้จะอยู่อย่างเป็นทุกข์เธอก็อยู่ได้ถ้ามีสามีอยู่ข้างกาย ขอยกตัวอย่างหญิงสะใภ้เช่นพระนางมัทรีมาให้เห็นหญิงพึ่งสามี เมื่อฝูงชนพากันมาขับไล่พระเวสสันดรอันเนื่องมาจากพระเวสสันดร บริจาคช้างปัจจยนาเคนทร ให้เมืองอื่น พระเจ้าสีพี จำเป็นต้องให้พระเวสสันดรไปอยู่ป่า ตามคำบงการของประชาชน

ในการนี้พระเจ้าสีพีผู้เป็นพ่อผัวของพระนางมัทรี ได้ตรัสขอร้องพระนางมัทรีว่า เธออย่าตามสามีไปอยู่ป่าเลย อันตรายมาก อยู่ในวังเถอะ !

พระนางมัทรีตอบว่า (ขอตอบตามสำนวนเทศน์มหาชาติ) เกิดเป็นหญิงนี้แสนยาก เมื่อไม่มีสามี ชาวบ้านมันก็ค่อนขอดว่า หาผัวไม่ได้ แล้วจะช้ำใจไปตลอดชีวิต (ทุกวันนี้มีวจีเด็ด ที่ปิดปากชาวบ้านได้ คือคำว่า ไม่มีผัวแล้วมันหนักหัวใคร)

แต่เมื่อมีสามีแล้ว เสมือนหนึ่งฉัตรแก้วอันกั้นเกศ งามหน้างามเนตรทุกเวลา หญิงที่มีเกียรติ คือหญิงที่เมื่อสามีตกทุกข์ก็ทุกข์ด้วย พระคุณพ่อเอ๋ย ! เกิดมาอีกกี่ร้อยชาติ จึงจะหาผัวได้เหมือนพระเวสสันดรจอมปราชญ์ ไม่มีอีกแล้ว หม่อมฉันขอติดตามพระสามีไป ขอทูลกระหม่อมอนุญาตเถิด

คำพูดของพระนางมัทรี เป็นตัวอย่างให้คนรุ่นหลัง ได้คิดเป็นแนวทางปฏิบัติ พระพุทธองค์เห็นความทุกข์ในครอบครัวอย่างนี้ จึงตรัสสอนหลักธรรมที่ชื่อ สังคหวัตถุ ให้พ่อแม่ปฏิบัติอีกส่วนหนึ่ง ต่างจากหน้าที่ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นหลักธรรมดังกล่าวมี 4 ข้อ คือ การให้ทาน หนึ่ง พูดจาอ่อนหวาน หนึ่ง ทำประโยชน์ให้ หนึ่ง วางตนเสมอ หนึ่ง ขอยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ ในการปฏิบัติดังต่อไปนี้ ในกรณีของสะใภ้คนจีน เมื่อพ่อผัวแม่ผัว ไปนอกบ้าน เวลากลับเข้าบ้าน แม่พูดกับลูกสะใภ้ว่า ลูก ! พ่อแม่เห็นเสื้อผ้าชุดนี้มันสวย จึงซื้อมาฝากลูก ถามว่า ลูกสะใภ้จะดีใจไหม ทุกคนตอบในใจตนเองได้ ในกรณีของสะใภ้อินเดีย ถ้าพ่อผัวแม่ผัวพูดกับสะใภ้ของตนว่า ลูก ! สินสอดที่เหลือพ่อแม่ยกให้นะ ! ถามว่า ลูกสะใภ้จะดีใจไหม ทุกคนคงรู้ว่าจะตอบอย่างไร นี่คืออานิสงส์ของการให้ทาน พ่อผัวแม่ผัวที่มีแต่คำด่า ขอให้พูดอ่อนหวานกับลูกสะใภ้บ้าง หน้าของลูกทั้งสองจะมีรอยยิ้ม มีความสุขใจ อย่าลืมว่า อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย

หลักธรรมนี้ทำเพียง 2 ข้อ ก็สามารถได้ใจลูกสะใภ้แล้ว เธอจะมีความสุขมากขึ้น ถึงจะทำงานทั้งวัน ก็ทำได้ เพราะผู้หญิงต้องขยันทำงานบ้านอยู่แล้ว

ความทุกข์ที่สามคือ ทุกข์ที่ผู้ปกครองบ้านเมืองทำให้ สมัยนี้ชาวโลกเขาปกครองด้วยระบอบที่ให้ประชาชนเลือกผู้ปกครองเอง โดยพระพินัยกรรมที่รัชกาลที่ 7 ที่ทรงสละราชสมบัติทรงบันทึกไว้ความสรุปว่า อำนาจของเราขอมอบให้ชาวไทยทุกคน มิใช่มอบให้คณะใด คณะหนึ่ง แต่ทุกวันนี้ ชาวไทยเลือกผู้ปกครองบ้านเมืองเอง ก็อยู่ไม่ได้นาน ก็ถูกยึดอำนาจไปครั้งแล้วครั้งเล่า คนไทยก็อายชาวโลกเขา

นี่ก็อยู่ร่วมกันด้วยความทุกข์

ขณะนี้ก็อยู่ในช่วงยึดอำนาจและก็กำลังร่างรัฐธรรมนูญใหม่ การร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาก็ใช้เฉพาะนักกฎหมาย และคราวนี้นักกฎหมายก็ร่างรัฐธรรมนูญ ให้ตัวเอง หรือให้พวกพ้องมีอำนาจล้มรัฐบาลได้ แต่งานนี้ไม่น่าที่นักกฎหมายจะกล้าระบุอย่างที่กล่าว อาจเป็นเพราะกลุ่มคนที่มีอำนาจบงการให้เขียนอย่างนั้น เพราะถ้าคนมีอำนาจล้มรัฐบาลเองอาจถูกด่า จึงยืมมือนักกฎหมายมาทำแทน การที่นักกฎหมายมีอำนาจมาก และดูเหมือนองค์กรอิสระทุกองค์กรจะมีแต่นักกฎหมาย มันฟ้องถึงว่า เขียนกฎหมายเพื่อกลุ่มของตัวเอง บางที่ผู้มีอำนาจก็คาดไม่ถึง เพราะต้องอาศัยเขา แล้วคนกลุ่มนี้ ก็เขียนรัฐธรรมนูญเอาใจคนภายนอกว่า ถ้าองค์กรอิสระไม่มีมาตรฐานทางจริยธรรมก็ให้พ้นตำแหน่งไปเลย พูดน่ะ !

มันง่าย ! แต่พอทำเข้าจริงไปอีกโลกหนึ่งเลย เช่น คำที่ว่า รับไปก่อนแล้วแก้ที่หลัง ! จำกันได้ไหม ? แล้วเป็นไง !

ทุกคนยิ้มไม่ออก การอยู่ร่วมกันแล้วพูดเอาเปรียบกัน นี่ ! มันก็ทุกข์เพราะอยู่ร่วมกัน ในความรู้สึกที่ว่า เสียรู้เขา ต้องก้มหน้ายอมให้เขาเอาเปรียบอยู่ร่ำไป การไม่ให้ความชอบธรรมอย่างทั่วถึงอย่างนี้ เป็นการไม่ประพฤติธรรม และการที่ผู้ปกครองบ้านเมืองไม่ประพฤติธรรมมันทำให้ธรรมชาติฟ้าดินวิปริต นี่ ! ก็กำลังจะมีปัญหาเรื่องการไม่มีน้ำอุปโภคและบริโภค

นั่น ! คือการไม่ประพฤติธรรมของมวลมนุษย์ทุกคนซึ่งเริ่มมาแต่ผู้ปกครองนั่นเอง

พระพุทธองค์มองเห็นการอยู่ร่วมกับผู้ปกครองบ้านเมืองที่ชาวเมืองต้องยอมรับทุกสิ่งที่ผู้ปกครองยัดเยียดให้ จึงทรงบัญญัติหลักธรรมสำหรับผู้ปกครองบ้านเมืองไว้ให้ หลักธรรมดังกล่าว ชื่อจักกวัตติวัตร ว่าโดยพิสดาร มี 12 แต่โดยย่อมี 5 ดังต่อไปนี้

1.ถือธรรม (ความถูกต้อง) เป็นอำนาจในการบริหารงาน

2.จัดการรักษา ป้องกัน และคุ้มครอง ประชาชนโดยธรรม

3.ไม่ให้อธรรมเกิดขึ้นในบ้านเมือง การปิดกั้นเสรีภาพในการใช้ชีวิตประจำวัน เรียกว่าให้อธรรมเกิดขึ้น ในบ้านเมือง

4.จ่ายทรัพย์แก่คนยากจน

5.เข้าไปหาสมณะผู้สงบ ถามแนวทางการปกครองที่อำนวยประโยชน์ให้แก่ประชาชน

หลักธรรมดังกล่าวนี้ ผู้ปกครองบ้านเมืองต้องปฏิบัติ ถ้าไม่ปฏิบัติฟ้าดินจะแปรปรวน ตามที่พระพุทธองค์ตรัสพยากรณ์ไว้ในคัมภีร์อรรถกถาจักกวัติสูตร ว่า เมื่อผู้ปกครองบ้านเมือง (ในคัมภีร์ ท่านใช้คำว่าพระราชา แต่เพราะทุกวันนี้ ประชาชนเลือกผู้ปกครองขึ้นมาเอง ไม่เกี่ยวกับพระราชา ดังนั้น จึงใช้คำว่าผู้ปกครองบ้านเมืองแทน) ไม่ประพฤติธรรม ข้าราชการก็ไม่ประพฤติธรรม เมื่อข้าราชการไม่ประพฤติธรรม สมณพราหมณ์ก็ไม่ประพฤติธรรม เมื่อสมณพราหมณ์ไม่ประพฤติธรรม ประชาชนก็จะไม่ประพฤติธรรม เมื่อมวลมนุษย์ไม่ประพฤติธรรมอารักขเทวดาของมนุษย์ก็ดี เทวดาผู้รับเครื่องบวงสรวงก็ดี รุกขเทวดาอากาสเทวดาก็ดี ต่างก็จะไม่ประพฤติธรรม เมื่อเทวดาทั้งหลายไม่ประพฤติธรรม ลมทั้งหลายจะพัดไม่สม่ำเสมอ ลมจักพัดรุนแรง เมื่อลมพัดรุนแรง วิมานของเทวดาจะสั่นสะเทือน เมื่อวิมานของเทวดาสั่นสะเทือน เทวดาก็จะโกรธ เมื่อเทวดาโกรธ ก็จะไม่ให้ฝนตกสม่ำเสมอ บางที่ไม่ตกเลย บางที่ตกหนักน้ำท่วมถึงหลังคาบ้าน บางครั้งตกใต้เขื่อน บางครั้งตกเหนือเขื่อน บางทีตกไม่เป็นประโยชน์ต่อการเพาะปลูกเลย เหมือนที่เมืองไทยและทั่วโลกประสบอยู่ขณะนี้

ขอให้สังเกตดีๆ จะพบว่าคนใกล้ชิดกันจะเอาอย่างกัน เช่นคำว่า เมื่อผู้ปกครองไม่ประพฤติธรรม ข้าราชการก็จะไม่ประพฤติธรรม เพราะคู่นี้เขาอยู่ชิดกัน ยกตัวอย่างสดๆ เช่น เมื่อรัฐมนตรีทุจริต ปลัดกระทรวงซึ่งเป็นข้าราชการใกล้ชิดรัฐมนตรี ก็ทุจริตตาม คงจำกันได้ที่ปลัดกระทรวงคมนาคม ถูกขโมยขึ้นบ้านฉกเงินทุจริตไปหลายสิบล้าน และเงินนั้นก็ใส่กระสอบอยู่ นี่คือคนใกล้ชิดกันเอาอย่างทุจริตกัน จากนั้น เมื่อข้าราชการไม่ประพฤติธรรม สมณะก็ไม่ประพฤติธรรม

ดูตัวอย่างซี ! เมื่อทางการ สองมาตรฐาน คือไม่ประพฤติธรรม พระสงฆ์องค์เจ้าท่านก็ทำอะไรแปลกๆ เมื่อสืบสาวดูแล้วเราจะพบว่า นั่น ! มาจากสองมาตรฐานของทางการนั่นเอง

จากนั้นประชาชนก็จะเอาตัวอย่างนี่แหละ ! ทำให้ธรรมชาติวิปริต พระพุทธองค์ตรัสว่า ในฝูงโค เมื่อหัวหน้าเดินคด โคตัวหลังก็จะเดินคดตาม ในหมู่มนุษย์ เมื่อผู้เป็นประมุขปฏิบัติคด ผู้ปฏิบัติตามหลังก็จะปฏิบัติคดตามไปด้วย เพราะความไม่ดำรงธรรมดังกล่าว คนไทยทุกวันนี้จึงแตกกัน เมื่อพวกเราแตกกัน บ้านเมืองจึงวุ่นวาย เมื่อบ้านเมืองวุ่นวาย คนไทยทุกข์ใจกันตลอดมานับสิบปี พอทีเถอะ !

อภัยให้กันเถอะ ! มนุษย์ทุกคนเห็นแก่ตัวทั้งนั้น หรือจะมีใครปฏิเสธ ! เคยทำผิดคิดผิดมาทุกคน แต่นี้ไป ไม่ต้องพูดถึงความหลังอีกแล้ว ใครจะผิดถูกอย่างไร ลืมกันเสีย !

ขณะนี้ดูเหมือน ผู้มีอำนาจกำลังตะล่อมให้แต่ละฝ่ายเข้าใจกัน เมื่อให้ฝ่ายนี้พ้นข้อหา และก็ให้อีกฝ่ายพ้นข้อหา ตัวอย่างเช่น รับจำนำข้าวไม่ผิด ! อีกสองวันศาลอุทธรณ์ตัดสินว่า ขอคืนพื้นที่ 99 ศพ ไม่ผิด ! ถ้าแต่ละฝ่ายอยากอยู่ร่วมในสังคมอย่างมีความสุขไซร้ ขอให้ฝ่ายแดง แสดงความยินดี กับอภิสิทธิ์ และสุเทพ ฝ่ายเหลืองขอให้แสดงความยินดีกับยิ่งลักษณ์ สำหรับผู้เขียนแสดงความยินดีที่ทั้งสองฝ่ายที่จะพ้นโทษ และถ้าพรรคไหน ยังตามจิกผู้ตัดสินตามที่ปรากฏนี้ พวกเราทิ้งพรรคนั้นเสียเถิด ! เพราะมีคำพูดของผู้หนึ่งที่พูดว่า เมืองไทยวุ่นวายเพราะนักการเมืองเหล่านี้

บทความนี้ แสวงหาแนวทางอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข หญิงสะใภ้ทั้งหลายไม่มีความสุข เพราะแม่ผัวไม่มีความเมตตา แต่เรื่องนี้ไม่ทุกครอบครัวหรอก ! บางครอบครัวแม่ผัวพ่อผัวรักลูกสะใภ้เหมือนลูกตัวเอง การอยู่ร่วมในครอบครัวผู้ใหญ่ต้องแสดงความรักต่อทุกคนในครอบครัว ผู้น้อยในครอบครัวต้องเคารพผู้ใหญ่ ผู้ปกครองบ้านเมือง ต้องทำตัวเหมือนพ่อแม่ของประชาชน ต้องเฉลี่ยสุขให้ทุกคน อย่าลืมพระพุทธพจน์ที่ว่า โลโกปัตถัมภิกา เมตตา โลกมีความสุข มีความร่มเย็นเพราะความรัก