
วันท้องถิ่นไทย (18 มีนาคม ของทุกปี) มีกำเนิดจากการรักษาความสะอาดท้องถิ่นเมื่อ 111 ปีมาแล้ว
มีรายงานในมติชน (ฉบับวันพุธ 16 มีนาคม 2559 หน้า 27) จะสรุปมาดังนี้
ร.5 เคยเสด็จท่าฉลอมในการประพาสต้นเมื่อ พ.ศ. 2447 ทรงเห็นความสกปรกของตลาดบ้านท่าจีนท่าฉลอม แล้วนำไปเล่าในที่ประชุมเสนาบดีเปรียบเทียบกับเมืองนครเขื่อนขันธ์ (จ. สมุทรปราการ) ว่า “สกปรกเหมือนกับตลาดท่าจีน”
ต่อมาได้ทูลเสนอแผนปฏิบัติ ว่าจะซื้ออิฐปูถนนตลาดท่าจีนท่าฉลอมให้ตลอดทั้งสายมิให้สกปรก มีรับสั่งว่า “สำเร็จเมื่อไหร่จะไปดู”
เมื่อชาวบ้านเรี่ยไรเงินมอบให้ทางราชการจัดนักโทษปูอิฐทำถนนสำเร็จ จากหัวบ้านถึงท้ายบ้าน เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยก็กราบบังคมทูลเชิญ ร.5 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดถนนถวาย เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2448
แล้วมีพระบรมราชโองการให้ประกาศว่าท่าฉลอมเป็นสุขาภิบาลหัวเมืองแห่งแรกของประเทศไทย
ปัจจุบันคณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดให้วันที่ 18 มีนาคมของทุกปี เป็น “วันท้องถิ่นไทย”
แต่แล้วขยะล้นพื้นที่สมุทรสาคร ซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมหนาแน่น ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเมื่อเร็วๆนี้ พบว่ามีขยะตกค้างราว 9 ตันต่อวัน [สยามรัฐ ฉบับวันอังคารที่ 15 มีนาคม 2559 หน้า 11]
ท้องถิ่นไทยทั่วประเทศ ถ้าสะอาดสะอ้าน คนท้องถิ่นก็ร่มเย็นเป็นสุข แต่ความจริงยังไม่เป็นอย่างนั้น ทั้งในแง่สุขอนามัยและเศรษฐกิจการเมือง ฉะนั้นต้องเร่งรัดให้สะอาดสะอ้านทุกอย่างเพื่อบริหารจัดการตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
