กลางสัปดาห์ที่แล้ว ผู้คนในสังคมการเมืองไทยต่างตกใจต่อข่าวคราวการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน อดีต รมว.ต่างประเทศ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์
ผู้คนจำนวนมากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ต่างแสดงความรำลึกถึงและแสดงความไว้อาลัยต่อการจากไปของ ดร.สุรินทร์ ผู้เคยมีตำแหน่งแห่งที่และบทบาทสำคัญในประชาคมนานาชาติ
แทบทุกคนที่เขียนแสดงความเสียใจและชื่นชมอดีตเลขาธิการอาเซียนผู้ล่วงลับ ล้วนกล่าวบรรยายถึงความเป็นคนเก่งกาจฉลาดเฉลียว การมีบุคลิกภาพดี เป็น “คนไนซ์” พร้อมรับฟังความคิดเห็นของหลายๆ ฝ่าย ตลอดจนทักษะการพูดจาต่อประชุมชนอันดีเลิศหาตัวจับยากของ ดร.สุรินทร์
บางคนที่รู้จักมักคุ้นเป็นการส่วนตัวได้สะท้อนถึงความรู้สึกห่วงใย การคอยช่วยเหลือ หรือระลึกถึงสมาชิกร่วมชุมชนมุสลิมอยู่เสมอๆ ตลอดจนความใส่ใจที่มีต่อคนด้อยโอกาสในสังคม ของอดีตเลขาธิการอาเซียน
ขณะที่หลายคนแสดงความรู้สึกเสียดาย เพราะเชื่อว่าหากการเมืองเปิดกว้างกว่านี้ในอนาคตอันใกล้ ดร.สุรินทร์ น่าจะเป็นผู้หนึ่งที่สามารถแสดงบทบาทได้อย่างโดดเด่น กระทั่งเป็น “ความหวัง” ในบรรยากาศดังกล่าว
สอดคล้องกับการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ช่วงบั้นปลายชีวิตของเขา ที่พยายามจะสานสัมพันธ์ทำความรู้จักกับปัญญาชน-ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ในสังคมไทยร่วมสมัย
แต่ก็มีบางเสียงที่พยายามระลึกถึง ดร.สุรินทร์ ผ่านแง่มุมอื่นๆ
บางคนตั้งคำถามว่า แม้จะเป็นอดีตนักวิชาการผู้มีประวัติและความสำเร็จทางการศึกษาที่ดีเยี่ยม แต่เมื่อเข้าไปทำงานการเมือง กับพรรคการเมือง และลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นตัวแทนของประชาชน ดร.สุรินทร์ สามารถก่อให้เกิด “ความเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ” ได้มากน้อยเพียงใด?
บางส่วนตั้งคำถามต่อบทบาทและจุดยืนของเขาในช่วงวิกฤตการเมืองระลอกล่าสุด ท่ามกลางการเคลื่อนไหวโดยกลุ่ม กปปส. ก่อนหน้าการเข้ามามีอำนาจของ คสช. ในเดือนพฤษภาคม 2557
เหล่านี้ คือ ปฏิกิริยาอันมีหลากด้านหลายมุม ต่อ “นักการเมือง” ต่อ “บุคคลสาธารณะ” ผู้หนึ่ง
จากประวัติชีวิต เราจะเห็นว่า ดร.สุรินทร์ ช่วงวัยหนุ่มได้รับโอกาสทางการศึกษาจาก “โลกเสรีประชาธิปไตย” ในยุคสงครามเย็น
เมื่อกลับมาเมืองไทย เขาก็ผันตนเองจากการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ไปสู่การอาสาปฏิบัติหน้าที่เป็นนักการเมืองในสังคมยุคประชาธิปไตย “ครึ่งใบ” จนถึง “เต็มใบ”
ก่อนจะมีโอกาสทำงานระดับนานาชาติในท้ายที่สุด
มิอาจปฏิเสธได้ว่านายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เป็นคนของ “ระบอบประชาธิปไตย” ไม่ว่าเราจะนิยามความหมายของคำว่า “ประชาธิปไตย” ไว้อย่างไร? กว้างขวางหรือหดแคบเพียงไหน?
ดังนั้น เมื่อต้องจากไป ภาพจดจำที่ผู้คนจำนวนมากในสังคมมีต่อ ดร.สุรินทร์ จึงดำรงอยู่ผ่านกระบวนการอันเป็นประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน
นั่นคือการย้อนรำลึกถึงคุณงามความดีของผู้วายชนม์ ไปพร้อมๆ กับการวิพากษ์วิจารณ์ถึงสิ่งที่ผู้เสียชีวิตลงมือทำไม่สำเร็จ ตลอดจนข้อจำกัดอื่นๆ ของเจ้าตัว
……………..
ปราปต์ บุนปาน

