มีความชัดเจนจากฝ่ายนโยบายว่า จะนำเงินสะสมของท้องถิ่นมาใช้ในปี 2561
เงินจำนวนดังกล่าวมีประมาณแสนกว่าล้านบาท
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ย้ำว่าจะต้องใช้
ให้ท้องถิ่นทำโครงการเสนอขึ้นมา เพื่อให้ฝ่ายรัฐอนุมัติ
แล้วก็นำไปใช้
เงินจำนวนดังกล่าวจะกระตุ้นเศรษฐกิจ “ฐานราก” ทำให้เกิดเงินสะพัด
และยังเป็นประโยชน์แก่ท้องถิ่น
วงเงินที่นายสมคิดคาดการณ์คือ 5 หมื่นล้านบาทในล็อตแรก
ระยะเวลาที่นายสมคิดบอกคือ ต้องใช้จ่ายให้ได้ภายใน 4 เดือน
วิธีการที่นายสมคิดระบุคือ ให้กระทรวงการคลังไปคุยกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อนำเงินก้อนนี้ออกมา
ข้อความล่าสุดที่ได้ยินคือ ทุกอย่างกำลังดำเนินการ
ระหว่างรอดำเนินการนี้ อยากจะขอความกระจ่างเกี่ยวกับการใช้เงินก้อนนี้
อยากทราบว่าเงินก้อนนี้จะให้ท้องถิ่นนำโครงการส่วนไหนมาเบิกใช้
นำโครงการตามแผนท้องถิ่นที่เคยทำประชาคมเอาไว้ หรือต้องคิดโครงการขึ้นมาใหม่เพื่อนำเสนอรัฐบาล
หมายความว่า ถ้าเป็นโครงการตามแผนท้องถิ่นที่ทำประชาคมเอาไว้
สมมุติว่าวางแผนใช้เงินไว้ 3 ปี ปีแรกใช้เงินก้อนหนึ่ง ปีที่สองใช้เงินก้อนที่สอง ปีที่สามใช้เงินอีกก้อน
แต่ปีแรกใช้เงินไปหมดแล้ว ยังได้เงินมาเพิ่มอีก จึงนำโครงการที่ต้องใช้เงินปีที่สองมาดำเนินการ
อันนี้ถือว่าเป็นโครงการตามแผนท้องถิ่นที่ผ่านประชาคมมาแล้ว
แต่ถ้าต้องทำโครงการใหม่ ก็มีแนวโน้มว่าจะต้อง “ตามใจรัฐบาล”
หมายความว่า โครงการใหม่ที่ท้องถิ่นจะใช้ได้ ต้องเป็นโครงการที่ตอบสนองรัฐ
อาจจะเป็นโครงการตอบสนองประชารัฐ โครงการตอบสนองนโยบาย 4.0
เรื่องเช่นนี้ต้องให้ชัดเจนว่า ใช้เงินตามความต้องการของท้องถิ่นนั้น
จะให้เป็นความต้องการเดิม คือ จากแผนท้องถิ่น
หรือความต้องการใหม่ คือ ตอบสนองนโยบายรัฐบาล
เรื่องแบบนี้ ถ้าถามท้องถิ่นก็คงต้องการแบบแรก เพราะท้องถิ่นทำมากับมือ
แต่ถ้าถามรัฐบาล หลายเรื่องหลายราวคงอยากจะให้เป็นแบบหลัง
คือให้สอดรับกับนโยบายของรัฐด้วย
ระหว่างที่กำลังรอเจรจาข้ามกระทรวง ซึ่งเหมือนจะคืบหน้าแต่ไม่คืบหน้านี้
น่าจะทำความเข้าใจให้กระจ่าง
ท้องถิ่นเขาจะได้เตรียมตัวถูก
การทำความเข้าใจกับท้องถิ่นก็ยิ่งสำคัญ
จะใช้วิธี “ขอความร่วมมือ” หรือใช้วิธีเปิดให้ “มีส่วนร่วม”
ยิ่งถ้า คสช.มีเป้าหมายอยู่ต่อ การใช้เงินท้องถิ่นนี่ยิ่งสำคัญ
นอกจากนี้ การทำความเข้าใจกับกฎระเบียบการตรวจสอบ โดยเฉพาะการทำงานของ สตง.
เรื่องนี้ก็สำคัญ
ทุกอย่างล้วนต้องการการทำความเข้าใจ
ดังนั้น ในขณะที่กระทรวงกำลังคุยกัน การทำความเข้าใจกับฝ่ายปฏิบัติคือท้องถิ่นก็สำคัญ
ขณะที่รัฐบาลกำลังต้องการกระจายเม็ดเงินลงสู่ท้องถิ่น
การทำความเข้าใจกับ สตง.ก็สำคัญ
สิ่งสำคัญคือ เงินก้อนนี้รัฐบาลต้องการให้ใช้จ่าย
สิ่งสำคัญคือ เงินก้อนนี้ท้องถิ่นเองก็ต้องการใช้จ่าย
แต่สิ่งสำคัญ ความต้องการของรัฐและท้องถิ่น
นั่นคือความต้องการของคนในท้องถิ่น

