ช่วงนี้มีข่าวซอฟต์ๆ ของวงการบันเทิงว่า แฟนๆ ชาวจีนดีใจยกใหญ่กับการประกาศผลคัดเลือกนางเอกหนังฮอลลีวู้ดมารับบท มู่หลาน ที่จะสร้างจากหนังแอนิเมชั่นเรื่องเดียวกันนี้เมื่อ 20 ปีก่อน
เพราะการเลือกหลิวอี้เฟย นักแสดงชาวจีน สะท้อนว่าดิสนีย์ ค่ายหนังยักษ์ใหญ่เริ่มฟังเสียงและเคารพชาวเอเชียมากขึ้น
ในเมื่อตัวละครฮัวมู่หลานเป็นชาวจีน ถ้าจะให้คนแสดงก็ควรจะให้เป็นนางเอกจีน ไม่ใช่วิธีการฟอกขาวให้สาวอเมริกันผิวขาวมารับแทน
หรือไม่ก็เลือกใช้นักแสดงเอเชียผิดฝาผิดประเทศ แบบที่เคยให้จินตหรา สุขพัฒน์ แสดงเป็นสาวเวียดนาม หรือให้จางซิยี่ และกงลี่ สองนางเอกดังของจีนมารับบทเป็นเกอิชาของญี่ปุ่น
การเลือกหลิวอี้เฟย ที่เป็นซุปเปอร์สตาร์ของจีนอยู่แล้วเหมาะสมในแง่ที่ว่าหญิงสาวพูดภาษาอังกฤษได้และเคยอยู่ในอเมริกามาก่อน
จึงถือว่าลงตัวตั้งแต่เริ่มต้นทั้งในด้านการตลาดและวัฒนธรรม
ช่วงเวลาใกล้ๆ กันนี้ยังมีข่าวว่า นิยายจีนเรื่อง มังกรหยก หนังสือขายดีที่มียอดขาย 300 ล้านเล่มของกิมย้ง เริ่มรุกเข้ามาตีตลาดหนังสือของกลุ่มผู้อ่านภาษาอังกฤษ เมื่อมีสำนักพิมพ์ในอังกฤษแปลและตีพิมพ์ขายอย่างจริงจัง ในชื่อ Legends of the Condor Heroes
รายงานของสื่อเดอะการ์เดียนต้องการให้ผู้อ่านตะวันตกรู้จักกิมย้งมากขึ้น จึงพาดหัวข่าวเทียบเคียงให้ว่าเป็นโทลคีนเวอร์ชั่นจีน หรือ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน เจ้าของบทประพันธ์ The Lord of the Rings
ผู้บริหารของสำนักพิมพ์แม็กเลฮอส เพรส ต่างปลาบปลื้มและชื่นชมงานเขียนของกิมย้งมาก
ดังนั้นในอนาคตอาจมีผู้สร้างฝรั่งนำนิยายจีนเรื่องนี้ไปสร้างหนังหรือซีรีส์แบบมู่หลานก็เป็นได้
สิ่งนี้บ่งบอกว่า เนื้อหา หรือ content ของนิยายที่มีความประณีต สร้างตัวละครให้ลุ่มลึก หลากหลายและน่าสนใจนั้นจะยังขายได้เสมอ แม้กระทั่งในถิ่นที่ต่างวัฒนธรรม
เรื่องราวของมู่หลาน รวมถึงอึ้งย้งในมังกรหยก เปิดเผยชัดเจนว่าเป็นตัวละครที่แต่งขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กสาวกล้าแสดงบทบาทที่เท่าเทียมกับบุรุษมากขึ้น
ไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องแต่งมาปั้นให้เป็นประวัติศาสตร์และบังคับให้เชื่อต่อๆ กันไป
ถ้าเป็นแบบนั้นอาจไม่ช่วยให้วัฒนธรรมแพร่หลายและเป็นสากล
……………………
ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

