สัมพันธ์ พี่ๆ น้องๆ 3 เสือบูรพาพยัคฆ์ ลิ่มนอก ตอกไม่เข้า

ถ้ายังมีความสงสัย

มีวิจิกิจฉา ความไม่แน่ใจ

เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองสองเรื่องใหญ่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

คงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า

สายสัมพันธ์ของ “สามพี่น้องบูรพาพยัคฆ์” ยังแน่นเหนียว

ยังปึ้กปั้กในระดับที่ “ลิ่ม” จากภายนอก ไม่สามารถตอกเข้าไปให้แยกได้

โปรดพิจารณา

กรณีล่าสุดคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ว่าด้วยนาฬิการาคาเรือน (หลาย) ล้านยี่ห้อ “ริชาร์ด มิลล์”

ที่ทำให้คนจำนวนไม่น้อยกังขา ว่า

ประการหนึ่ง ไฉนไม่ปรากฏในบัญชีชี้แจงทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. เมื่อเข้ารับตำแหน่ง

ประการหนึ่ง รายได้ของนายทหารระดับนายพล สามารถซื้อหานาฬิกาที่ (ราคา) อยู่ในระดับ “ยอดสุด” ของโลกได้จริงหรือ

อันนำไปสู่การออกแถลงข่าวว่าจะต้องมีการสอบสวนเรื่องดังกล่าวโดย ป.ป.ช.

อันไปสู่รายงานข่าวว่า พล.อ.ประวัติจะยื่นเรื่องชี้แจงเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช.ภายในสัปดาห์นี้

จะเป็น “แหวนของแม่ นาฬิกาของเพื่อน” ตามที่ผู้คนในโลกเสมือนว่าไว้หรือไม่

หรือจะเป็นอื่นใด

เป็นเรื่องของข้อเท็จจริง เป็นเรื่องของข้อกฎหมาย

ทว่า “กระแสสังคม” ล้ำหน้าไปไกลกว่านั้นมากแล้ว

และชัดเจนเป็นอย่างยิ่งว่า ปลายหอกของการวิจารณ์พุ่งเป้าเข้าใส่ที่ “ลุงป้อม” เป็นจุดหลัก

แต่ใต้ดาบไว้ไมตรีอย่างชัดเจนกับ “ลุงตู่”

แล้วท่าทีของ “ลุงตู่” ต่อเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตอบข้อถามผู้สื่อข่าวว่าต้องให้กำลังใจกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ตกเป็นเป้าของการวิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้หรือไม่ ว่า

“ผมไม่ต้องให้กำลังใจอะไร ท่านเข้มแข็งพอ

พล.อ.ประวิตร เป็นทหาร สามารถดูแลตัวเองได้ เราไม่ใช่เด็กๆ กันแล้ว

ขอร้องสื่อให้ลดราวาศอกกันบ้าง

กฎหมายว่าอย่างไรก็ไปว่ากันตามขั้นตอน อย่าไปมองในทางที่แย่ทั้งหมด ไปดูข้อกฎหมายก่อน”

เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรตกเป็นเป้าถูกร้องเรียนหลายเรื่อง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยอมรับว่า ใช่

เพราะสื่อและหลายคนก็จ้องอยู่เช่นกัน

“เขาต้องการตีให้แตกออกจากผมก็รู้อยู่

ผมเองก็แข็งแรงเยอะ ถ้ายิ่งไม่มีคนอยู่ด้วยก็จะยิ่งดุกว่าเดิม

จะใช้อำนาจอย่างเต็มที่”

ชัดเจนอย่างนี้

ไม่เรียกว่า “อุ้ม” จะเรียกกระไรได้

ย้อนกลับไปถึงช่วงก่อนการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุด

หนึ่งในรัฐมนตรีเป็น “ตำบลกระสุนตก”

และถูกคาดหมายว่าอาจจะต้องถูกปรับเปลี่ยนจากตำแหน่ง

ก็คือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เพราะข่าวคราวรอบตัวมากไปด้วยความอึมครึมรางเลือน

ทั้งในเรื่องผลงาน

ทั้งในเรื่องคนใกล้ชิดที่เข้าไปพัวพันกับงานราชการ

ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะแวดวงมหาดไทยเท่านั้น แต่ยัง “สยายปีก” ไปอีกหลายกระทรวงหลายหน่วยราชการ

เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันสนุกปาก

แล้วผลของการปรับปรุงคณะรัฐมนตรีคืออะไร

คือ พล.อ.อนุพงษ์อยู่ในตำแหน่งต่อไปอย่างมั่นคง

ไร้ตำหนิแม้แต่รอยขีดข่วน

ก่อนหน้าการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 เป็นอย่างไร

สามปีผ่านไปหลังจากเข้ามาเป็นรัฐบาล

สายสัมพันธ์ของ “สามพี่น้องบูรพาพยัคฆ์” ก็ยังเป็นเช่นนั้น

จะวิพากษ์ จะเสนอแนะว่า-เอาลุงตู่ ไม่เอาลุงป้อม

หรือ-เอาลุงตู่ ไม่เอาพี่ป๊อก

ย่อมเป็นสิทธิจะแสดงความคิดเห็นได้

แต่ความเป็นจริงที่ปรากฏยืนยันแล้วว่า

ขณะที่นำเสนอขายสินค้าต่อประชาชนครั้งแรกนั้น มาเป็นแพคมาเป็นห่อ

จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีความคิดจะแยกขาย-แยกวง

อาจจะมีที่คิดเห็นไม่ตรงกัน ไม่สบอารมณ์กัน

ตามปกติของการทำงาน

แต่พลันที่มีการ “จับเข่าคุยกัน” ประสาพี่ๆ น้องๆ

ที่ขุ่นข้องก็หาย ที่ไม่เข้าใจก็กลายเป็นเข้าใจกันอย่างสุดซึ้ง

ตามคติ-รวมกันตายหมู่ แยกอยู่ตายเดี่ยว

เอ๊ย-รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย

ดังนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้น้องสาวแค้นพี่ชายทำร้ายแม่ ชักปืนยิงอกคว่ำ
บทความถัดไปหนุ่มหลอนตะโกนไล่ใครไม่รู้เสียงดังลั่น ก่อนเผาตัวเองดับ