สังคมไทยเป็นเหยื่อดราม่าทางประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยามานานมาก จากนักวิชาการสังกัดรัฐราชการทางประวัติศาสตร์โบราณคดีไทย เพราะประวัติศาสตร์แห่งชาติเรื่องกรุงศรีอยุธยา ล้วนเสกสรรปั้นแต่งมหัศจรรย์พันลึกมาแต่ไหนแต่ไร ไม่เห็นมีใครเดือดร้อน กลับพากันอินจนน้ำหูน้ำตาไหล
ประวัติศาสตร์ไทยมีปัญหามาก เพราะคนชั้นนำเสกสรรปั้นแต่งขึ้นเองตามต้องการ เพื่อผดุงอำนาจของพวกตน จึงส่งผลถึงการเรียนการสอนอย่างท่องจำตามหนังสือที่กำหนดโดยรัฐราชการ อันเต็มไปด้วยสงครามของวีรบุรุษเหมือนละครย้อนยุค สนุกตื่นเต้นโลดโผนโจนทะยาน แล้วจะมาดราม่าด่าทอต่อว่าอะไรกันนักหนา เมื่อมีละครย้อนยุคยกย่องราชวงศ์บ้านพลูหลวงกรุงศรีอยุธยา โดยแต่งองค์ทรงเครื่องชฎามงกุฎไม่ต่างจากละครใน (ของกรมศิลปากร) หรือลิเกทรงเครื่อง (วิกพระยาเพชร) ที่คุ้นเคยและแม่ยกหลงใหลได้ปลื้ม
แบ่งปันข้อมูลคู่ขนาน
สถาบันทั่วประเทศที่มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา ควรใช้โอกาสตอนนี้มีกิจกรรมประกบคู่ขนานกันไปขณะละครออนแอร์ (หรือจะมีตอนหลังก็ได้)
โดยแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลความรู้นิทาน ตำนาน พงศาวดาร พร้อมหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีและมานุษยวิทยา เพื่อให้ผู้สนใจได้ดูละครพร้อมกับรับรู้ข้อมูลอย่างมีสนุกไปด้วยกัน (นับเป็นการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย) แล้วพิจารณากันเองจะเชื่อแบบไหน?
ปัญหาอยู่ที่ครูบาอาจารย์นักวิชาการ มีสำนึกแบ่งปันเพื่อคนอื่นบ้างไหม? และมีศักยภาพมากพอจะทำกิจกรรมแบ่งปันหรือไม่? เช่น
1. ข้อมูลความรู้ประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา ทางสังคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจการเมือง (ที่ไม่คลั่งสงคราม)
2. ความคิดสร้างสรรค์สู่สาธารณะกว้างขวางอย่างเข้าถึงง่ายที่สุด โดยผ่านสื่อโซเชียลสม่ำเสมอ
ไม่เท่าเทียม
“ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก” เป็นงานออกร้านขายสินค้าของผู้ประกอบการรายย่อย ในบริเวณอยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อน
[ขณะเดียวกันก็เป็นงาน “เล่นขายของมีเงินทอน” โดยรัฐราชการเผด็จการทหารที่อ้างว่าปราบคอร์รัปชั่น]
จัดงานมหกรรมขายของในเมืองเก่า แล้วมีพื้นที่ให้มหรสพเป็นละครย้อนยุคที่เสกสรรปั้นแต่งขึ้นตามที่อยากให้เป็นและอยากให้มี ถ้าใจเป็นธรรมก็ควรแบ่งปันพื้นที่ให้ข้อมูลวิชาความรู้บ้างทางประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา และที่เกี่ยวข้อง
แต่นี่หาไม่พบ และไม่มีข่าวความเคลื่อนไหวใดๆ จากสถาบันด้านที่เกี่ยวข้องประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา ไม่ว่าในหรือนอกท้องถิ่น
อย่างนี้เป็นพยานว่า “สังคมทันสมัย แต่ไม่เป็นสมัยใหม่ และไม่ทันสมอง”
อยุธยาสืบจากทวารวดี
อยุธยา เป็นภาษาปากในชีวิตประจำวัน ที่ใช้เรียกกรุงศรีอยุธยาอย่างย่อๆ สั้นๆ จากชื่อในพิธีกรรมตามจารีตดั้งเดิม ซึ่งพบในเอกสารเก่า ว่า
“กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา”
หมายถึง เมืองเทวดาที่ไม่มีใครเอาชนะได้ของพระราม อันมีต้นวงศ์จากเมืองที่มีช่องทางติดต่อค้าขายกว้างขวาง สะดวกสบาย และอุดมสมบูรณ์ของพระกฤษณะ
กรุง หมายถึง เมืองใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยคูน้ำและกำแพง
เทพ หมายถึง เทวดา
ทวารวดี หมายถึง ช่องทางติดต่อค้าขายกว้างขวางสะดวกสบายและอุดมสมบูรณ์ (เป็นอีกชื่อหนึ่งของเมืองทวารวกาของพระกฤษณะในมหาภารตะ อยู่ในรัฐคุชราต ทางภาคตะวันตกของอินเดีย)
ศรี หมายถึง สง่างาม
อยุธยา หมายถึง ไม่มีใครเอาชนะได้ (เป็นชื่อเมืองของพระรามในรามายณะ)
ชื่อในพิธีกรรมตามจารีตของกรุงศรีอยุธยา มีคำว่า “ทวารวดี” เป็นพยานว่ากรุงศรีอยุธยาสืบวัฒนธรรมต่อเนื่องจากรัฐทวารวดี (ถ้ามีจริง)
ทวารวดีอยู่ที่ละโว้
กรุงศรีอยุธยา มีรากเหง้าสืบเนื่องจากรัฐละโว้ (ที่ลพบุรี) มีกษัตริย์สืบเชื้อวงศ์ “รามาธิบดี” (หมายถึง พระราม ผู้ครองกรุงศรีอยุธยา ตามคติรามายณะ)
พบหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีสนับสนุนจำนวนมาก เป็นที่รับรองเห็นพ้องต้องกันในหมู่นักปราชญ์และนักวิชาการนานาชาติ
ถ้าจริงตามนี้ แสดงว่ารัฐทวารวดีอยู่รัฐละโว้ หรือรัฐทวารวดีกับรัฐละโว้เป็นอันเดียวกัน แต่ต่างเวลากันเท่านั้น คือรัฐทวารวดีอยู่ช่วงหลัง พ.ศ. 1000 ถึง พ.ศ. 1500 จากนั้นเป็นรัฐละโว้ อยู่ระหว่าง พ.ศ. 1500-1800
[รัฐสุพรรณภูมิ มีกษัตริย์ในตำนานพระเจ้าอู่ทอง และเกี่ยวข้องนิทาน “ขุนบรม” ลุ่มน้ำโขง มีส่วนร่วมกับรัฐละโว้สถาปนาอยุธยา แล้วยึดอำนาจจากรัฐละโว้ในสมัยหลัง]
นครปฐม ไม่ทวารวดี
นครปฐม เป็นเมืองร่วมสมัยใหญ่สุดในอุษาคเนย์ เมื่อหลัง พ.ศ. 1000 เอกสารจีนเรียก หลั่งยะสิว หรือหลั่งเกียฉู่ (มีผู้รู้ภาษจีนบอกว่า หมายถึง เมืองแห่งแม่น้ำอันเป็นที่อยู่ของมังกร เพราะมีแม่น้ำท่าจีนไหลคดโค้งเหมือนขดมังกร) ปัจจุบันคนจีนยังรู้จักปากน้ำท่าจีน (สมุทรสาคร) ว่า หลั่งเกียฉู่
นครปฐมโบราณ จึงไม่ใช่ โถโลโปตี ที่เชื่อกันว่าหมายถึง ทวารวดี แต่อาจจัดเป็นเครือข่ายวัฒนธรรมทวารวดี
ข้อมูลประวัติศาสตร์โบราณคดีและคำอธิบายของนักปราชญ์นักวิชาการ มีในหนังสือหลายเล่ม โดยเฉพาะของ อ. ศรีศักร วัลลิโภดม

