หน้าแรก คอลัมนิสต์ คสช.เติมใบสั่...

คสช.เติมใบสั่ง รธน. เพิ่มความเสี่ยง ในวงเดิมพัน”ประชามติ”

20.03.16 | 13:00 น.

วิเคราะห์
เมื่อโรดแมปของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี งวดเข้ามา ดูเหมือนว่าอะไรๆ ก็เร่งรีบ

เริ่มจากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2557 เพื่อกำหนดให้มีการทำประชามติ โดยใช้เกณฑ์เสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ

จากนั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าพิจารณาผ่าน 3 วาระรวด

ต่อมาคณะรัฐมนตรีพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เสนอและมีมติผ่านก่อนจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.

ขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ก็มีกำหนดการพิจารณาข้อเสนอของ คสช. ในวันที่ 21 มีนาคมนี้

Advertisement

หลังจากนั้นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. จะเดินทางไปปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 23 มีนาคม

โดยมีกำหนดเสร็จสิ้นพร้อมเสนอให้คณะรัฐมนตรีในวันที่ 29 มีนาคม

เพื่อทำประชามติวันที่ 7 สิงหาคม ตามที่ กกต.กำหนด

 

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่นายมีชัยดำเนินการอยู่ มีความสำคัญต่อความสำเร็จและความล้มเหลวของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.

ประการแรก ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีบทบัญญัติที่ทำให้อำนาจของฝ่ายรัฐประหารยืนยงคงอยู่ต่อเนื่องไปถึง 20 ปี

ทั้งนี้เป็นระยะเวลาตามบทเฉพาะกาลที่ คสช.เสนอให้มี ส.ว.สรรหา 5 ปี และยังมี ส.ว.ตามแบบฉบับของร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ.กำหนด ซึ่งสามารถเลือกกันเอง 20 กลุ่มได้ก็มีวาระต่ออีก 5 ปี

และเมื่อรวมกับบทบัญญัติที่ให้ยึดแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งกำหนดเวลาไว้ 20 ปี

เท่ากับว่า แนวทางการดำเนินการต่อไปตามร่างรัฐธรรมนูญหากประกาศใช้ จะมีอายุยืนยาวถึง 20 ปี

เป็น 20 ปีที่ คสช.ประมาณว่าจะทำให้ประเทศชาติ “ไม่เสียของ”

ประการที่ 2 ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หากผ่านประชามติ เท่ากับว่าประชาชนประทับตราให้ความเห็นชอบ

เห็นชอบทั้งร่างรัฐธรรมนูญ และยังเห็นชอบการดำเนินการของ คสช.

ดังนั้น คสช.จึงมีความพยายามผลักดันให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ประกาศใช้ตามโรดแมปของ พล.อ.ประยุทธ์

เพราะหากผ่านไปได้ ความยุ่งยากในการบริหารจะน้อยกว่าไม่ผ่าน

 

ความตั้งใจที่จะให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยผ่านประชามติจึงแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ

ทั้งการสั่งการให้กองทัพเป็นหลักในการให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อทำความเข้าใจเนื้อหาเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ

ทั้งการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญปี 2557 ที่อาจเป็นเงื่อนไขขัดขวางการประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย

ทั้งการเร่งรัดพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ที่จะต้องใช้หลังจาก กรธ.เสนอร่างรัฐธรรมนูญที่ปรับปรุงแล้ว

นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงโครงสร้างกองทัพ โดยเพิ่มจำนวนมณฑลทหารบกขึ้นเป็นจำนวนมาก

มีแผนการเพิ่มกำลังพล มีแผนเพิ่มงบประมาณ

มีกระบวนการจัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญ

ทั้งหมดก็เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยผ่านประชามติ

 

อย่างไรก็ตาม การประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยยังมี “ความเสี่ยง” ที่จะไม่ผ่านอยู่ ภายหลังจาก คสช.เปิดเผยข้อเสนอให้ปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ

ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่ ส.ว.มีจำนวน 250 คน มาจากการสรรหาหรือแต่งตั้ง

คสช.สามารถเป็น ส.ว.สรรหาชุดดังกล่าวได้ และยังเปิดเก้าอี้ให้ปลัดกลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ เป็น ส.ว.โดยตำแหน่งอีก 6 เก้าอี้

ส.ว.เหล่านี้ไม่มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี

แต่มีอำนาจไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีด้วยการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ส่วน ส.ส.มาจากการเลือกตั้ง ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ใบหนึ่งเลือก ส.ส.เขต อีกใบหนึ่งเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ส.ส.เขตมี 350 คน ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อมี 150 คน

แต่การเลือกตั้ง ส.ส.เขต กำหนดให้เขตหนึ่งมี ส.ส. 3 คน แต่ประชาชนเลือกได้เพียง 1 คน

เลือกแล้วนำคะแนนมานับ ผู้สมัครคนใดได้คะแนนเป็นอันดับ 1-3 ก็เป็น ส.ส.เขตนั้น

นอกจากนี้ยังให้เว้นการประกาศชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี

ทุกอย่างมีกำหนด “เฉพาะกาล” 5 ปี

 

ข้อเสนอของ คสช.ดังกล่าว เพิ่งเปิดเผยอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงต้องรอฟังกระแสของสังคม

ฟังว่าสังคมตอบรับหรือปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวมากน้อยเพียงใด

หากมีกระแสต่อต้านจะรุนแรงถึงขั้นขยายไปสู่การลงประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เหมือนดั่งกระแสที่เคยต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ หรือไม่

ถ้ากระแสรุนแรงเยี่ยงนั้น นายมีชัยคงมีวิธีการปฏิเสธ เพื่อตัดไฟ

เสียแต่ต้นลม

แต่หากไร้กระแสทัดทานที่รุนแรง กรธ.อาจตัดสินใจบรรจุเนื้อหาบางส่วนเข้าไปในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย

นอกจากนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังสามารถเป็นเงื่อนปมในการ “เล่นเกม” ภายในขั้วอำนาจเดียวกันของ คสช.ได้

ทุกจังหวะก้าวจึงต้องเฝ้าสังเกตการตอบรับ-ปฏิเสธ ข้อเสนอของ คสช.

และเฝ้าติดตามการตัดสินใจของ กรธ. ในการบรรจุเนื้อหาตามที่ คสช.เสนอ

บรรจุไปมาก-น้อยเพียงใด?

 

ขณะนี้จึงมีทั้งเสียงผู้ที่เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย

น่าจะผ่านการประชามติไปได้ เพราะกลไกต่างๆ ของ คสช.ที่วางไว้ในช่วง 2 ปีนี้มีความเข้มแข็งเพียงพอ

แต่อีกเสียงหนึ่งกลับเห็นว่า นับวันร่างรัฐธรรมนูญฉบับนาย

มีชัยจะเข้าโซน “เสี่ยง” ที่จะผ่านประชามติ

ยิ่งข้อเสนอดังกล่าวเป็นโทษกับพรรคการเมืองใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ซึ่งมีฐานคะแนนอยู่ทั่วประเทศ

ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้แก่การประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย

อย่างไรก็ตาม การประชามติผ่านหรือไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย เป็นการประชามติครั้งที่สำคัญของประเทศ

ถ้าสามารถเอาชนะใจคนไทย กล่าวคือ ประชามติผ่านไปได้ การเลือกตั้งย่อมเกิดขึ้น และทุกอย่างก็เป็นไปตามกติกาของ

คสช.

แต่หากประชาชนออกไปลงประชามติว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นายมีชัย

ปัญหาทั้งหมดจะกลับไปสุมรวมอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ในทันที

พร้อมกับคำถาม…ประเทศจะเดินไปทางไหนต่อ?

ดังนั้น ประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยภายใต้ข้อเสนอของ คสช. จึงเป็นการประชามติที่เสี่ยงเอาการ

และผ่านประชามติเป็นหนทางที่ดีกว่า

ดีกว่าไม่ผ่านประชามติ

เพียงแต่ คสช.จะทำเช่นไร ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ซึ่งจะต้องทำให้ประชามติในวันที่ 7 สิงหาคมนี้…

ผ่านพ้นไปได้อย่างไร้ข้อผิดพลาด