“นาม”ที่โปรดพิจารณา โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

20.03.16 | 15:05 น.

นาม พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ในท้ายหนังสือชี้แนะการร่างรัฐธรรมนูญต่อคณะกรรมการยกร่างฯ ที่มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ซึ่งถูกระบุว่า เป็น “ธุรการธรรมดา” ของเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้น

เห็นด้วย ไม่มีอะไรโต้แย้ง

กระนั้นก็ยังเชื่อว่า มีนัยอะไรแฝงอยู่ในนั้นด้วย

ทั้งภายนอกและภายใน

ภายนอกก็คือ การที่ พล.อ.ธีรชัยดำรงตำแหน่ง “ผู้บัญชาการทหารบก” ด้วยนั้น

Advertisement

ทำให้หนังสือที่มีไปถึงนายมีชัย และ กรธ. มี “น้ำหนัก” มากกว่า “ปกติ”

น้ำหนักจะเบาลงทันที หากให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี หรือแม้กระทั่ง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นผู้เซ็นหนังสือ

และการ “ฟัง” ของนายมีชัยและ กรธ.ก็ย่อมต่างกันแน่นอน ซึ่งจะฟังใครคงไม่ต้องบอก

ส่วนภายในก็คือ คงเป็นความประสงค์ของ “คนใน” คสช. ที่ต้องการให้ พล.อ.ธีรชัยเซ็นท้ายหนังสือ

เพราะการเซ็น ก็เท่ากับว่า พล.อ.ธีรชัย รับรู้-รับทราบ ข้อเสนอทั้งหมด

ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เท่านั้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเขียนรัฐธรรมนูญให้มี “ซุปเปอร์บทเฉพาะกาล”

ต้องเป็นความเห็นร่วมกัน

คงดูแปลก และดูไม่ดีเอามากๆ หากผู้บัญชาการทหารบกวางเฉย หรือไม่รู้ไม่เห็นกับข้อเสนอ “ซุปเปอร์บทเฉพาะกาล” นั้น

อันสะท้อนให้เห็นความจำเป็นว่า ทำไม คสช.จึงต้องวางกลไก ทั้งในแง่กฎหมาย ทั้งในแง่ความสัมพันธ์ส่วนตัว ดึงเอาผู้บัญชาการทหารบกมาเป็น “เนื้อเดียว” กับตน

ซึ่งไม่ใช่ พล.อ.ธีรชัยเท่านั้น ผู้บัญชาการทหารบกคนต่อๆ ไปก็ต้องเป็นเช่นนี้

โดยเฉพาะเมื่อ คสช.ตัดสินใจจะสืบทอดอำนาจผ่านซุปเปอร์บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญออกไปอย่างน้อย 5 ปี

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ทุกการโยกย้ายนายทหารนับแต่นี้ จะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

เพราะเราจะเริ่มแลเห็นการขานชื่อนายทหาร ที่ส่อว่าจะถูกมอบภารกิจให้มาสืบทอดภารกิจของ คสช. เช่นเดียวกับ พล.อ.ธีรชัย

แน่นอน นายทหารเหล่านี้ต้องมีคุณสมบัติเดียวกับ คสช. ไม่ว่าความเข้มข้นของการเป็นบูรพาพยัคฆ์ เป็นน้องรักของ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร

ผู้บัญชาการทหารบกจะเป็นอื่นไม่ได้

และตอนนี้ เราก็เริ่มได้ยินการขานชื่อว่าที่ผู้บัญชาการทหารบกกันแล้ว

เช่นหลังจาก พล.อ.ธีรชัย

มีการคาดหมายว่าจะเป็น พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสนาธิการทหารบก (เกษียณกันยายน ปี 2560)

จากนั้นจะส่งมอบไม้ต่อให้ พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพภาคที่ 1 (เกษียณกันยายน ปี 2561)

แล้วจะเป็นการลุ้นกัน ระหว่าง พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพน้อยที่ 1

พล.ต.กู้เกียรติ ศรีนาคา รองแม่ทัพภาคที่ 1 และ พล.ต.ณัฐ อินทรเจริญ รองแม่ทัพภาคที่ 1

ซึ่งไม่ว่าใครจะขึ้นมา จะต้องอยู่ในสเปกของ คสช.และบูรพาพยัคฆ์อย่างเคร่งครัด เข้มงวด

จนแทบจะกล่าวได้ว่า เส้นทางอำนาจต่อไปนี้ ทั้งในรัฐบาลและทั้งในกองทัพล้วนเกี่ยวพันกับ “การสืบทอด” ทั้งสิ้น

ส่วนจะราบรื่น หรือเป็นดั่ง “ใฝ่ฝัน” หรือไม่

เบื้องต้นคงอยู่ที่ กรธ.จะสนองด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญ “อวย” ขนาดไหน

แล้ว คสช. และรัฐบาล จะดันผ่านประชามติได้หรือไม่

ที่สำคัญ กองกำลังที่ 3 ที่มากด้วยบารมี และคนดี จะเออออกับการผูกขาดอำนาจนี้ไว้เฉพาะ “พวกตน” หรือไม่